สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (องค์การมหาชน) หรือ CEA จัดงานประกาศรางวัลความเป็นเลิศทางความคิดสร้างสรรค์ ประจำปี 2569 หรือ Creative Excellence Awards 2026 ต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 เดินหน้าค้นหาและเชิดชูผลงานสร้างสรรค์ไทยที่สามารถนำไอเดียมาต่อยอดให้เกิดประโยชน์จริง สู่พลังขับเคลื่อนทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม
ปีนี้มีผลงานได้รับรางวัลรวม 15 รางวัล 16 ผลงาน ครอบคลุม 3 หมวดหลัก ได้แก่ Creative City Awards, Creative Business Awards และ Creative Social Impact Awards ตั้งแต่ผลงานที่ใช้ความคิดสร้างสรรค์พัฒนาเมืองและชุมชน นวัตกรรมที่ช่วยเพิ่มมูลค่าทางธุรกิจ ไปจนถึงโครงการที่นำไอเดียมาแก้ปัญหาสังคมและสิ่งแวดล้อม
ปัจจุบันอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ของไทยทั้ง 15 สาขา มีมูลค่ากว่า 1.63 ล้านล้านบาท คิดเป็น 8% ของ GDP และสร้างการจ้างงานเกือบ 1 ล้านคน ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนว่า “ความคิดสร้างสรรค์” ไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของศิลปะหรือการออกแบบ แต่กำลังกลายเป็นอีกหนึ่งพลังสำคัญในการสร้างมูลค่าและขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย
นายนภินทร ศรีสรรพางค์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ประธานในพิธีมอบรางวัล กล่าวว่า เศรษฐกิจสร้างสรรค์เป็นเครื่องยนต์สำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยยุคใหม่ การนำ ความคิดสร้างสรรค์ นวัตกรรม และทุนทางวัฒนธรรม มาผสมผสานกับสินค้า บริการ รวมถึงการพัฒนาเมืองและชุมชน จะช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทยในเวทีระดับสากล
ทั้งนี้ ความคิดสร้างสรรค์ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการสร้างผลงานใหม่ แต่ยังสามารถนำมาใช้สร้างโอกาสทางเศรษฐกิจ พัฒนาเมืองและชุมชน รวมถึงยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน โดยเชื่อมโยงทุนทางวัฒนธรรมเข้ากับนวัตกรรมและการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน
ด้าน นางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ CEA กล่าวว่า Creative Excellence Awards 2026 ไม่ได้จัดขึ้นเพื่อมอบรางวัลเพียงอย่างเดียว แต่ต้องการค้นหาและยกย่องผลงานที่สามารถเปลี่ยนความคิดสร้างสรรค์ให้กลายเป็น ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจริง ทั้งในด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม
ผลงานที่ได้รับรางวัลในปีนี้จึงมีความหลากหลาย ตั้งแต่การพัฒนาเมือง การสร้างโอกาสทางธุรกิจ การใช้เทคโนโลยี ไปจนถึงการแก้ปัญหาสังคมและสิ่งแวดล้อม โดย CEA ต้องการให้ผลงานเหล่านี้เป็นต้นแบบและสร้างแรงบันดาลใจให้ภาครัฐ ภาคธุรกิจ ชุมชน และนักสร้างสรรค์รุ่นใหม่ นำไปต่อยอดให้เกิดประโยชน์ในวงกว้าง
๐ เปิด 15 รางวัล 16 ผลงานสร้างสรรค์
สำหรับรางวัล Creative City Awards เป็นกลุ่มผลงานที่นำความคิดสร้างสรรค์มาใช้พัฒนาเมือง พื้นที่ และชุมชน โดยมีผลงานเด่น ได้แก่ DEATH FEST. งานที่สร้างพื้นที่เรียนรู้และเปิดบทสนทนาเรื่องความตายอย่างสร้างสรรค์, อัตลักษณ์เมืองนครพนม (Brand Identity for Nakhon Phanom) ที่นำการสร้างแบรนด์เมืองมาช่วยเพิ่มมูลค่าการท่องเที่ยว, อวดเมือง 2568 The Pitching ที่นำเศรษฐกิจสร้างสรรค์มาพัฒนาเมือง และ ARTCHANGEBURI รวมถึง ดอกไม้ เมือง และผู้คน: ทศวรรษแห่งการฟื้นฟูปากคลองตลาด ที่ใช้ศิลปะและการออกแบบเข้ามาฟื้นฟูพื้นที่
อีกหนึ่งผลงานคือ การขับเคลื่อนระบบจัดสวัสดิการสังคมเชิงรุกด้วยพลังประชาชน (Proactive Highland Empowerment)ซึ่งสะท้อนความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ชุมชน และเครือข่าย เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่สูง
ส่วน Creative Business Awards เป็นรางวัลที่มอบให้กับผลงานที่นำความคิดสร้างสรรค์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมมาสร้างมูลค่าใหม่ให้กับธุรกิจ ได้แก่ อีโคบล็อก (EKOBLOK) คอนกรีตบล็อกเบาจากเถ้าแกลบ, เฟอร์นิเจอร์ขากระจกคอลเลคชั่น จี, Routes to Roots ที่นำข้อมูลการเดินทางจากโทรศัพท์มือถือมาช่วยออกแบบเส้นทางท่องเที่ยว, KANIVA No Pet Beauty Standard แคมเปญที่ใช้การสื่อสารเปลี่ยนมุมมองเรื่องการเลี้ยงสัตว์ และ Spacely AI แพลตฟอร์ม Generative AI สำหรับงานออกแบบสถาปัตยกรรมและตกแต่งภายใน
ขณะที่ Creative Social Impact Awards เน้นผลงานที่นำความคิดสร้างสรรค์มาแก้ปัญหาและสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสังคม ได้แก่ Charoen Krung (Old) School พื้นที่เรียนรู้ที่เชื่อมคนรุ่นใหม่กับภูมิปัญญาของคนในชุมชน, Dogs & the CITY: น้องหมาพาเดินเมือง ที่สะท้อนปัญหาพื้นที่สาธารณะและทางเท้า, บ้านอิ่มใจ: โอเอซิสของคนไร้บ้านและการฟื้นฟูทุนมนุษย์สู่สังคม พื้นที่ที่ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตคนไร้บ้าน, TORTHAI สื่อการเรียนรู้สถาปัตยกรรมไทยผ่านของเล่น และ Next Use Project ที่ส่งเสริมการนำวัสดุกลับมาใช้ใหม่ตามแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน
ผลงานไทยก้าวสู่เวทีโลก
นอกจากการเชิดชูผลงานภายในประเทศแล้ว CEA ยังเดินหน้าผลักดันผลงานสร้างสรรค์ไทยสู่เวทีนานาชาติ โดยผลงานจาก Creative Excellence Awards 2025 สามารถคว้ารางวัลจาก Paris Design Awards 2026 ประเทศฝรั่งเศส จำนวน 3 ผลงาน และ Creative Tourism Awards ประเทศสเปน อีก 1 ผลงาน สะท้อนศักยภาพของนักสร้างสรรค์ไทยที่สามารถแข่งขันและได้รับการยอมรับในระดับโลก
ภายในงานยังมีเวที International Keynote Session หัวข้อ “Design as the Pillar of ‘Made in Italy’ Global Prestige”และเวทีเสวนา “From Thai Roots to Global Recognition” เปิดมุมมองการนำทุนทางวัฒนธรรม การออกแบบ และความคิดสร้างสรรค์มาต่อยอดสู่ระดับนานาชาติ
CEA ระบุว่า Creative Excellence Awards จะไม่จบเพียงการประกาศผลรางวัล แต่จะนำผลงานไปต่อยอดผ่านการจัดแสดง การสร้างเครือข่ายความร่วมมือ การจับคู่ธุรกิจ หรือ Business Matching และการเชื่อมโยงสู่เวทีสร้างสรรค์ระดับนานาชาติ เพื่อเพิ่มโอกาสทางเศรษฐกิจและสร้างระบบนิเวศเศรษฐกิจสร้างสรรค์ที่เชื่อมโยงนักสร้างสรรค์ ภาคธุรกิจ ภาครัฐ และสังคมเข้าด้วยกัน ./