สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เดินหน้าส่งเรื่องกล่าวโทษ ยิม เลียก (Mr. Yim Leak) ต่อกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) กรณีรายงานการจำหน่ายหุ้นสามัญของบริษัท เอ็ม วิชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ MVP ข้ามจุดร้อยละ 5 ล่าช้านานกว่า 3 ปี การแจ้งข้อมูลดังกล่าวเป็นผลจากการที่ ก.ล.ต. แกะรอยสืบหาเจ้าของที่แท้จริง ทว่าเจ้าตัวกลับปฏิเสธเข้ารับการเปรียบเทียบปรับตามขั้นตอนกฎหมาย ทำให้ ก.ล.ต. ต้องยกระดับคดีสู่กระบวนการสอบสวนทางอาญาขั้นเด็ดขาด
ชนวนเหตุสำคัญเกิดขึ้นตั้งแต่เมื่อวันที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2565 ยิม เลียก ได้จำหน่ายหุ้นสามัญ MVP จนส่งผลให้สัดส่วนสิทธิออกเสียงรวมลดลงผ่านจุดร้อยละ 5 ตามหลักเกณฑ์ของคณะกรรมการกำกับตลาดทุน ผู้ถือหุ้นมีหน้าที่ยื่นรายงานการจำหน่ายหลักทรัพย์ (แบบ 246-2) ต่อ ก.ล.ต. ภายใน 3 วันทำการ หรือภายในวันที่ 28 เมษายน พ.ศ. 2565 ถึงกระนั้น การยื่นเอกสารจริงกลับยื้อเวลาออกไปจนถึงวันที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2568 ซึ่งล่าช้ากว่ากำหนดเดิมเกินกว่า 3 ปี
การยื่นรายงานที่ล่าช้าผิดปกติครั้งนี้ไม่ได้เกิดขึ้นจากความสมัครใจตั้งแต่ต้น หากแต่เป็นผลลัพธ์จากการที่ ก.ล.ต. ใช้มาตรการสืบสวนทางบัญชีและพฤติกรรมการถือหุ้น จนกระทั่งปรากฏหลักฐานชัดเจนว่า ยิม เลียก คือเจ้าของหลักทรัพย์ที่แท้จริง (Beneficial Owner) ที่ซ่อนตัวอยู่หลังโครงสร้างการถือหุ้น การบังคับใช้กฎหมายครั้งนี้จึงสะท้อนถึงความพยายามของหน่วยงานกำกับดูแลในการทลายเงาผู้ถือหุ้นเพื่อสร้างความโปร่งใสในตลาดทุนไทย
ภายหลังตรวจพบการฝ่าฝืนกฎหมาย ก.ล.ต. ได้เปิดช่องทางตามขั้นตอนด้วยการส่งหนังสือแจ้งให้ผู้กระทำผิดพิจารณายินยอมเข้ารับการเปรียบเทียบปรับตามมาตรา 317 แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 ทว่า ยิม เลียก กลับละเลยและไม่แสดงความประสงค์เข้าสู่กระบวนการดังกล่าว ส่งผลให้คดีไม่สามารถยุติลงในชั้นคณะกรรมการเปรียบเทียบได้ ด้วยเหตุนี้ ก.ล.ต. จึงต้องใช้อำนาจกล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวน บก.ปอศ. เพื่อดำเนินคดีทางอาญาต่อไป
นายเอนก อยู่ยืน รองเลขาธิการและโฆษก ก.ล.ต. ย้ำชัดถึงจุดยืนในการบังคับใช้กฎหมายว่า แม้ผู้กระทำผิดจะยื่นรายงานข้อมูลเข้ามาในภายหลัง แต่อยู่บนพื้นฐานของการถูกเจ้าหน้าที่ติดตามตรวจสอบและขยายผลอย่างต่อเนื่อง ดังนั้น การกล่าวโทษทางอาญาที่ตามมาจึงเป็นมาตรการที่จำเป็น เพื่อให้เกิดความศักดิ์สิทธิ์ในการกำกับดูแล และพร้อมสนับสนุนข้อมูลแก่พนักงานอัยการและศาลยุติธรรมตลอดกระบวนการ
เรื่องนี้ถือเป็นสัญญาณเตือนครั้งสำคัญไปยังกลุ่มทุนทั้งในและต่างประเทศ ที่พยายามหลีกเลี่ยงการเปิดเผยข้อมูลการถือครองสิทธิในบริษัทจดทะเบียนไทย การรุกหนักของ ก.ล.ต. ในการไล่บี้กรณีของ MVP ย้ำเตือนว่า ช่องว่างของการปิดบังโครงสร้างเจ้าของที่แท้จริงกำลังถูกบีบให้แคบลงเรื่อยๆ อีกทั้งยังเป็นบททดสอบสำคัญของธรรมาภิบาลในตลาดหุ้นไทย ซึ่งนักลงทุนจำเป็นต้องเพิ่มความระมัดระวังต่อหุ้นที่มีโครงสร้างการถือหุ้นไม่ชัดเจนเพื่อลดความเสี่ยงจากการกำกับดูแลในอนาคต