“สิริพงศ์”เร่งเบิกจ่ายงบคมนาคมปี 69 ถึง ก.ค.69 เบิกแล้ว 1.71 แสนล้านบาทคิดเป็น 65% ยังต่ำแผน พร้อมเร่งเงินกันเหลื่อมปี 68 อีกกว่า 1.28 หมื่นล้านบาทไม่ให้หลุดกรอบ จี้ ทล.เร่งประมูลเซ็นสัญญาโครงการใหม่เกินพันล้านที่เหลือ 21 โครงการ 3.2 พันล้านบาทจบในก.ย.นี้
วันที่ 18 สิงหาคม 2569 นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นประธานประชุมคณะทำงานติดตามเร่งรัดการเบิกจ่ายงบประมาณและการใช้จ่ายภาครัฐ ครั้งที่ 2/2569 ว่า ได้ติดตามผลการเบิกจ่ายงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2569 เงินกันเหลื่อมปี 2568 และงบลงทุนรัฐวิสาหกิจในสังกัดกระทรวงคมนาคม ให้เป็นไปตามแผนและเป้าหมายที่กำหนด โดยปี 2569 ได้รับจัดสรรงบประมาณจำนวน 262,621.83 ล้านบาท (เป็นงบประมาณลงทุนจำนวน 232,574.40 ล้านบาท)
โดยผลการเบิกจ่ายสะสม ณ สิ้นเดือนกรกฎาคม 2569 อยู่ที่ 171,422.37 ล้านบาท เป็นส่วนของงบลงทุนจำนวน 149,102 ล้านบาท หรือคิดเป็น 65% ซึ่งยังเป็นไปตามแผนการเบิกจ่ายสะสมในช่วงเวลาเดียวกัน โดยเป้าหมายเบิกจ่ายที่ 95-96% ส่วนการเบิกจ่ายงบลงทุนของรัฐวิสาหกิจ สิ้นเดือนกรกฎาคม 2569 มีผลการเบิกจ่ายสะสม จำนวน 78,040.96 ล้านบาท จากแผนเบิกจ่ายสะสม 81,890.00 ล้านบาท ต่ำกว่าแผน 3,849.04 ล้านบาท
จึงได้กำชับให้ทุกหน่วยงานติดตามการดำเนินงานอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะหน่วยงานที่ยังเบิกจ่ายล่าช้า เช่น กรมท่าอากาศยาน (ทย.) กรมเจ้าท่า (จท.) กรมทางหลวง (ทล.) และกรมทางหลวงชนบท (ทช.) เร่งรัดรายการที่มีแผนการเบิกจ่ายในช่วงเดือนสิงหาคมและกันยายน 2569 ให้กระบวนการจัดซื้อจัดจ้างและการลงนามในสัญญาได้ตามกรอบเวลา เพื่อให้การบริหารงบประมาณเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและเกิดผลสัมฤทธิ์ตามเป้าหมาย และให้โครงการลงทุนสามารถเดินหน้าได้อย่างต่อเนื่อง
นายสิริพงศ์ กล่าวว่า ที่ประชุมได้ติดตามผลการเบิกจ่ายเงินกันเหลื่อมปี 2568 ณ สิ้นเดือนกรกฎาคม 2569 พบว่า มีผลการเบิกจ่ายสะสม 28,384.02 ล้านบาท จากแผนเบิกจ่ายสะสม 36,507.04 ล้านบาท หรือต่ำกว่าแผน 8,123.02 ล้านบาท ขณะที่ยังมีวงเงินที่ต้องเร่งเบิกจ่ายในช่วงเดือนสิงหาคมและกันยายน 2569 อีก 12,818.90 ล้านบาท จึงได้กำชับให้ทุกหน่วยงานเร่งรัดการดำเนินงานและเบิกจ่ายรายการที่ยังคงค้างอยู่ให้เป็นไปตามกรอบเวลาที่กำหนด โดยเฉพาะรายการที่ต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในเดือนกันยายน 2569
ทั้งนี้ รายการปีเดียวทั้งหมดจำนวน 7,973 รายการ วงเงิน 90,029.18 ล้านบาท ณ สิ้นเดือนกรกฎาคม 2569 มีการลงนามในสัญญาแล้ว 7,956 รายการ ที่เหลือคาดลงนามได้ภายในเดือนก.ย.2569
โดยงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2569 มีโครงการผูกพันใหม่มูลค่าต่ำกว่า 1,000 ล้านบาท จำนวน 269 รายการ วงเงิน 9,706.53 ล้านบาท ลงนามสัญญาแล้ว 175 รายการ ส่วนที่เหลือมีแผนลงนามสัญญาในเดือนส.ค.2569 จำนวน 35 รายการ วงเงิน 2,800 ล้านบาท และลงนามเดือนก.ย. 2569 จำนวน 59 รายการ วงเงิน 2,700 ล้านบาท
ส่วนรายการผูกพันใหม่ มูลค่าเกิน 1,000 ล้านบาท มีจำนวน 26 โครงการ มูลค่ารวม 26,290 ล้านบาท (วงเงินในปี 2569 จำนวน 4,009 ล้านบาท) ลงนามสัญญาแล้ว 5 รายการ รวมวงเงิน 744 ล้านบาท ที่เหลือ 21 รายการ วงเงินรวม 3,235 ล้านบาท มีแผนลงนามสัญญาในเดือน ส.ค.2569 จำนวน 7 รายการ วงเงิน 1,108 ล้านบาท และลงนามเดือนก.ย. 2569 จำนวน 14 รายการ วงเงิน 2,126 ล้านบาท
ได้แก่ 1. มอเตอร์เวย์M 9ด้านตะวันตกช่วงบางบัวทอง – บางปะอิน ส่วนที่ 2 ลาดหลุมแก้ว - บางปะอิน ในส่วนของงานโยธา ตอน 5 จ.ปทุมธานี จ.พระนครศรีอยุธยา มูลค่าโครงการ 2,150 ล้านบาท (วงเงินปี 69 จำนวน 161.25 ล้านบาท)
2. มอเตอร์เวย์M 9 ด้านตะวันตก ช่วงบางบัวทอง - บางปะอิน ส่วนที่2 ลาดหลุมแก้ว - บางปะอิน ในส่วนของงานโยธา ตอน6 จ.พระนครศรีอยุธยา2.500 กม. มูลค่าโครงการ965 ล้านบาท (วงเงินปี 69 จำนวน72.38 ล้านบาท)
3. มอเตอร์เวย์M 9 ด้านตะวันตก ช่วงบางบัวทอง - บางปะอิน ส่วนที่2 ลาดหลุมแก้ว - บางปะอิน ในส่วนของงานโยธา ตอน8 จ.พระนครศรีอยุธยา1.400 กม.มูลค่าโครงการ965 ล้านบาท (วงเงินปี 69 จำนวน72.38 ล้านบาท)
4.ทล.117 สายนครสวรรค์ - พิจิตร ตอน บ.พลัง - บ.สวนเจริญ จ.พิจิตร21.700 กม. มูลค่า 1,300 ล้านบาท (วงเงินปี 69 จำนวน 195 ล้านบาท)
5. ทล.347 สายบางกระสั้น - บางปะหัน จ.พระนครศรีอยุธยา25.401 กม. มูลค่า 1,350 ล้านบาท (วงเงินปี 69 จำนวน 202.50 ล้านบาท)
6.ทล.4 สายราชกรูด - กะเปอร์ ตอน ราชกรูด - บ.ม่วงกลวง ตอน1 จ.ระนอง11.100 กม. มูลค่า 1,450 ล้านบาท (วงเงินปี 69 จำนวน 217.50 ล้านบาท)
7. ทล.3086 สายทุ่งมะสังข์ - ปลักประดู่ ตอน อ.บ่อพลอย - อ.หนองปรือ จ.กาญจนบุรี19.202 กม.มูลค่า 1,450 ล้านบาท (วงเงินปี 69 จำนวน 217.50 ล้านบาท)
8. ทล.333 สายบ้านไร่ - การุ้ง ตอน ทัพคล้าย - การุ้ง จ.อุทัยธานี18.500 กม.มูลค่า 1,200 ล้านบาท (วงเงินปี 69 จำนวน 180
ล้านบาท)
9. ทล.225 สายนครสวรรค์ - ชัยภูมิ ตอน อ.หนองบัว - บ.ศรีมงคล จ.นครสวรรค์19.730 กม.มูลค่า 1,100 ล้านบาท (วงเงินปี 69 จำนวน 165 ล้านบาท)
10. ทล.2 สายนครราชสีมา - ประทาย ตอน 3 จ.นครราชสีมา6.350 กม. มูลค่า 1,300 ล้านบาท (วงเงินปี 69 จำนวน 130 ล้านบาท)
11. ทล.359 ตอน เขาไม้แก้ว - เขาหินซ้อน ตอน2 จ.ปราจีนบุรี11.000 กม.มูลค่า 970 ล้านบาท (วงเงินปี 69 จำนวน 97 ล้านบาท)
12.ทล.2159 สายชัยภูมิ - คอนสาร ตอน เกษตรสมบูรณ์ - บ.ห้วยยาง จ.ชัยภูมิ27.417 กม. มูลค่า 970 ล้านบาท (วงเงินปี 69 จำนวน 97 ล้านบาท)
13. ทล.304 สาย อ.กบินทร์บุรี - อ.นาดี จ.ปราจีนบุรี21.700 กม. มูลค่า 1,200 ล้านบาท (วงเงินปี 69 จำนวน 180 ล้านบาท)
14. ทล.2 สายท่าพระ - ขอนแก่น จ.ขอนแก่น6.300 กม.มูลค่า 1,340 ล้านบาท (วงเงินปี 69 จำนวน 134 ล้านบาท)
15. ทล.2073 สายนางรอง - ชุมพวง ตอน นางรอง - บัวตารุ่ง - ลาปลายมาศ จ.บุรีรัมย์18.410 กม.มูลค่า 980 ล้านบาท (วงเงินปี 69 จำนวน 98 ล้านบาท)
16.ทางแยกต่างระดับจุดตัดทางหลวงหมายเลข 1 ตัดทางหลวงหมายเลข3008 (แยกพยุหะคีรี) จ.นครสวรรค์1 แห่ง มูลค่า 990 ล้านบาท (วงเงินปี 69 จำนวน 148.50 ล้านบาท)
17. สะพานข้ามแม่น้าบางปะกง บนทางหลวงหมายเลข 34 จ.ฉะเชิงเทรา1 แห่ง มูลค่า 2,000 ล้านบาท (วงเงินปี 69 จำนวน 300 ล้านบาท)
18.ทางแยกต่างระดับจุดตัดทางหลวงหมายเลข 347 ตัดทางหลวงหมายเลข3263 (แยกวรเชษฐ์) จ.พระนครศรีอยุธยา1 แห่ง มูลค่า 990 ล้านบาท (วงเงินปี 69 จำนวน 99 ล้านบาท)
19.ทางแยกต่างระดับจุดตัดทางหลวงหมายเลข 3 ช่วง แยกเกาะรงค์ - แยกศักดิ์ชัย จ.จันทบุรี1 แห่ง มูลค่า 1,500 ล้านบาท (วงเงินปี 69 จำนวน 225 ล้านบาท)
20.สะพานข้ามแม่น้าแม่กลอง (สะพานสิริลักขณ์) ที่ อ.เมืองราชบุรี จ.ราชบุรี1 แห่ง มูลค่า 1,300 ล้านบาท (วงเงินปี 69
จำนวน 130 ล้านบาท)
21. ทล.111 สายทางเลี่ยงเมืองพิจิตร จ.พิจิตร4.026 กม. มูลค่า 1,170 ล้านบาท (วงเงินปี 69 จำนวน 117 ล้านบาท)