บอร์ด กขค. ไฟเขียวร่างประกาศคณะกรรมการแข่งขันทางการค้า เรื่อง การปฏิบัติทางการค้าที่เป็นธรรมเกี่ยวกับระยะเวลาการให้สินเชื่อทางการค้า (Credit Term) ระหว่างผู้ประกอบธุรกิจขนาดใหญ่หรือผู้ประกอบธุรกิจค้าส่งค้าปลีกขนาดใหญ่กับผู้ประกอบธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) กำหนดต้องจ่ายเงินให้ SME ใน 30 วันสำหรับสินค้าเกษตร และ 45 วันสำหรับภาคการค้า การผลิต และการบริการ ใครฝ่าฝืนปรับ 10% ของยอดขาย เพื่อช่วยเพิ่มสภาพคล่องให้ SME หลังมีเงินจมกับรายใหญ่ปีละกว่า 2 แสนล้านบาท
นางวรวรรณ ชิตอรุณ กรรมการในคณะกรรมการแข่งขันทางการค้า (บอร์ด กขค.) เปิดเผยว่า ในการประชุมบอร์ด กขค. เมื่อวันที่ 17 ส.ค.2569 ที่ผ่านมา ที่ประชุมได้พิจารณาให้ความเห็นชอบร่างประกาศคณะกรรมการแข่งขันทางการค้า เรื่อง การปฏิบัติทางการค้าที่เป็นธรรมเกี่ยวกับระยะเวลาการให้สินเชื่อทางการค้า (Credit Term) ระหว่างผู้ประกอบธุรกิจขนาดใหญ่หรือผู้ประกอบธุรกิจค้าส่งค้าปลีกขนาดใหญ่กับผู้ประกอบธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) โดยจะเปิดประชาพิจารณ์รับฟังความเห็นจากภาคส่วนที่เกี่ยวข้องเป็นเวลา 15 วัน จากนั้นจะนำข้อคิดเห็นที่ได้มาประมวลผล และออกเป็นประกาศเพื่อให้มีผลบังคับใช้อย่างเป็นทางการ คาดว่า จะบังคับใช้ได้ราวต้นเดือน ก.ย.2569
โดยร่างประกาศดังกล่าว เป็นการยกระดับการกำกับดูแลพฤติกรรมการค้าของผู้ประกอบธุรกิจรายใหญ่ ผู้ประกอบธุรกิจค้าส่งค้าปลีก และผู้ประกอบธุรกิจค้าส่งค้าปลีกขนาดใหญ่ (โมเดิร์นเทรด) เกี่ยวกับระยะเวลาการให้สินเชื่อการค้า หรือการชำระเงินค่าสินค้าให้กับ SME ให้มีความเข้มข้นมากขึ้น โดยกำหนดระยะเวลาการให้สินเชื่อการค้าไม่เกิน 30 วัน สำหรับการค้าสินค้าเกษตร และไม่เกิน 45 วันสำหรับภาคการค้า การผลิต และการบริการ ซึ่งถือว่าเหมาะสม เพราะได้มีการหารือกับธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) แล้ว
ทั้งนี้ ยังได้กำหนดการนับระยะเวลาสินเชื่อการค้า ให้นับตั้งแต่วันส่งมอบสินค้าหรือให้บริการ และการชำระสินเชื่อการค้า จะต้องแจ้งสิทธิ์ในการรับชำระเงินภายในระยะเวลาที่กำหนด พร้อมแสดงขั้นตอนการจ่ายเงินให้ชัดเจน และห้ามกำหนดข้อตกลงในสัญญาสำเร็จรูปอันมีลักษณะแบบเดียวกันสำหรับ SME ทุกรายอย่างไม่เป็นธรรม โดยหากมีการปฏิบัติทางการค้าที่ไม่เป็นธรรม เช่น การประวิงเวลาจ่าย การเปลี่ยนแปลงระยะเวลาการให้สินเชื่อการค้า การกำหนดเงื่อนไขพิเศษ จะถือว่ามีความผิดตาม พ.ร.บ.การแข่งขันทางการค้า พ.ศ.2560 ต้องชำระค่าปรับทางปกครองไม่เน 10% ของรายได้ในปีที่กระทำความผิด และกรณีทำผิดในปีแรกของการทำธุรกิจ ให้ชำระค่าปรับทางปกครองไม่เกิน 1 ล้านบาท
“ก่อนหน้านี้ ได้มีการออกไกด์ไลน์สินเชื่อทางการค้า หรือแนวทางพิจารณาการปฏิบัติทางการค้าที่เป็นธรรมเกี่ยวกับระยะเวลาการให้สินเชื่อการค้า (Credit Term) กรณีผู้ประกอบธุรกิจ SME เป็นผู้ขายสินค้าหรือบริการ มาตั้งแต่ปี 2564 โดยกำหนด Credit Term ไม่เกิน 30 วัน สำหรับการค้าสินค้าเกษตร และไม่เกิน 45 วันสำหรับภาคการค้า การผลิต และการบริการ แต่รายใหญ่มักประวิงเวลาจ่าย บางรายเกินกว่า 60 วัน 90 วัน หรือ 180 วัน ทำให้ SME ขาดเงินทุนหมุนเวียนในทำธุรกิจถึงปีละกว่า 2 แสนล้านบาท ซึ่งเมื่อเป็นไกด์ไลน์ ก็ไม่มีใครทำตาม จึงต้องออกเป็นประกาศบังคับ หากไม่ทำตาม ก็จะมีโทษตามกฎหมาย”นางวรวรรณกล่าว
สำหรับพฤติกรรมของผู้ประกอบธุรกิจค้าส่งค้าปลีกรายใหญ่ ได้รับการร้องเรียนจาก SME ว่า มักประวิงเวลาการจ่ายเงินค่าสินค้า บางรายนานถึง 180 วัน รวม ๆ แล้วปีละกว่า 2 แสนล้านบาท ทั้ง ๆ ที่เงินเหล่านี้ เป็นเงินของ SME บางรายหนักข้อ จะจ่ายให้เร็วก็ได้ แต่ขอลดราคาหน้าเช็ค ทำให้ SME ได้เงินไม่เต็มจำนวน และปัญหานี้ SME ส่วนใหญ่ ไม่กล้าร้องเรียน เพราะกลัวรายใหญ่ตัดช่องทางทำการค้า เพราะ SME บางราย มีช่องทางขายแค่ทางเดียว โดยเงินที่ค้างจ่าย SME ผู้ประกอบการรายใหญ่ จะนำไปใช้ลงทุน โดยที่ไม่ต้องกู้สถาบันการเงิน และไม่ต้องเสียดอกเบี้ย เป็นการหาประโยชน์จาก SME
อย่างไรก็ตาม ประกาศฉบับนี้ เป็นการพุ่งเป้าแก้ปัญหาเฉพาะจุด คือ การให้สินเชื่อทางการค้า เพื่อช่วยเหลือสภาพคล่องให้กับ SME เพราะในการเข้าไปซื้อสินค้าจากห้างค้าส่งค้าปลีก ห้างสรรพสินค้า ประชาชนทุกคนจ่ายเงินในทันที แต่ทำไมผู้ประกอบการรายใหญ่ ที่ซื้อสินค้าหรือใช้บริการจาก SME ถึงไม่ยอมจ่ายเงินในทันที ทั้ง ๆ ที่เป็นเงินของ SME ทั้งนี้ หากมีการร้องเรียน หรือตรวจสอบพบว่า ผู้ประกอบการรายใหญ่ มีการทำสัญญาการค้าที่ไม่เป็นธรรม หรือใช้อำนาจเหนือตลาดเอาเปรียบ SME นอกเหนือจากการให้สินเชื่อทางการค้า สำนักงาน กขค. ก็จะทำการตรวจสอบ และเอาผิดตามกฎหมายต่อไป ซึ่งมีโทษทางอาญา