xs
xsm
sm
md
lg

สบพ.เปิดโรงฝึกปฏิบัติการเทคโนโลยีอากาศยาน ยกระดับการเรียนรู้เพิ่มทักษะ บุคลากรการบิน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



"ภัทรพงศ์" เปิดโรงฝึกปฏิบัติการเทคโนโลยีอากาศยาน สถาบันการบินพลเรือน ยกระดับทักษะกำลังคน รองรับอุตสาหกรรมการบิน

วันที่ 17 สิงหาคม 2569 นายภัทรพงศ์ ภัทรประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นประธานในพิธีเปิดโรงฝึกปฏิบัติการเทคโนโลยีอากาศยาน ณ สถาบันการบินพลเรือน (สบพ.) โดยมี คณะกรรมการ สบพ. พร้อมด้วย นางสาวภัคณัฏฐ์ มากช่วย ผู้ว่าการสถาบันการบินพลเรือน คณะผู้บริหาร บุคลากร นักเรียนและนักศึกษา สบพ. เข้าร่วมพิธี เพื่อยกระดับการเรียนรู้ภาคปฏิบัติด้านเทคโนโลยีอากาศยานให้ทันสมัย และสอดคล้องกับความต้องการของภาคอุตสาหกรรม

นายภัทรพงศ์ ภัทรประสิทธิ์ กล่าวว่า กระทรวงคมนาคมให้ความสำคัญกับการพัฒนากำลังคนด้านการบินให้มีทั้งความรู้ ความเชี่ยวชาญ และทักษะปฏิบัติที่สามารถนำไปใช้ได้จริง เนื่องจากบุคลากรเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญต่อการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมการบินและระบบคมนาคมทางอากาศของประเทศ การพัฒนาโรงฝึกปฏิบัติการเทคโนโลยีอากาศยานของ สบพ. ในครั้งนี้ จึงถือเป็นการลงทุนเพื่อยกระดับขีดความสามารถของบุคลากรให้สอดรับกับเทคโนโลยีการบินสมัยใหม่ และเตรียมความพร้อมรองรับการขยายตัวของอุตสาหกรรมการบินในอนาคต

“โรงฝึกปฏิบัติการแห่งนี้จะเป็นพื้นที่สำคัญในการเชื่อมโยงองค์ความรู้จากห้องเรียนเข้ากับการปฏิบัติงานจริง นักเรียน นักศึกษาจะได้เรียนรู้ตั้งแต่กระบวนการออกแบบ การผลิตชิ้นส่วน การตรวจสอบคุณภาพและความแม่นยำ ตลอดจนการซ่อมบำรุงระบบและเครื่องยนต์อากาศยาน ซึ่งเป็นทักษะที่ภาคอุตสาหกรรมมีความต้องการ และจะช่วยให้ผู้สำเร็จการศึกษาสามารถก้าวเข้าสู่ตลาดแรงงานได้อย่างมั่นใจ” นายภัทรพงศ์ กล่าว

โรงฝึกปฏิบัติการเทคโนโลยีอากาศยาน ประกอบด้วยพื้นที่และห้องปฏิบัติการที่สำคัญ ได้แก่ ห้องปฏิบัติการตรวจสอบความแม่นยำและความถูกต้องของชิ้นงาน พื้นที่ปฏิบัติการเครื่องมือพื้นฐานและการผลิตชิ้นงาน พื้นที่ปฏิบัติการ Aircraft Systems and Landing Gear Workshop และ Aircraft Piston Engine Overhaul Workshop รวมถึงห้องควบคุมระบบไฟฟ้าและระบบลมแรงดันสูง นอกจากนี้ ยังมีการปรับปรุงห้องปฏิบัติการการออกแบบและผลิตชิ้นงานด้วยคอมพิวเตอร์ รองรับการเรียนรู้ด้านการออกแบบด้วยโปรแกรม CAD การวางแผนและออกแบบกระบวนการผลิตด้วยโปรแกรม CAM การจำลองระบบทางวิศวกรรม ตลอดจนการเขียนโปรแกรมเพื่อควบคุมระบบอัตโนมัติและเครื่องจักร CNC ภายใต้งบประมาณรวม 59 ล้านบาท


ด้าน นางสาวภัคณัฏฐ์ มากช่วย ผู้ว่าการสถาบันการบินพลเรือน กล่าวว่า สบพ. มุ่งพัฒนาการจัดการเรียนการสอนให้สอดคล้องกับความต้องการของภาคอุตสาหกรรมอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการเรียนรู้ภาคปฏิบัติ ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการผลิตบุคลากรด้านการบิน โรงฝึกปฏิบัติการแห่งใหม่นี้จึงได้รับการออกแบบให้ครอบคลุมทักษะที่จำเป็นตั้งแต่กระบวนการออกแบบและผลิตชิ้นส่วน ไปจนถึงการตรวจสอบและซ่อมบำรุงอากาศยาน เพื่อให้นักศึกษาได้ฝึกปฏิบัติด้วยเครื่องมือและเทคโนโลยีที่สอดคล้องกับการทำงานจริง

“สบพ. ต้องการให้นักเรียน นักศึกษา มีทั้งความรู้และทักษะที่สามารถนำไปใช้ได้จริง การพัฒนาโรงฝึกปฏิบัติการแห่งนี้จึงเป็นการเพิ่มโอกาสให้นักเรียน นักศึกษา ได้ฝึกปฏิบัติอย่างเป็นระบบ และเตรียมความพร้อมก่อนเข้าสู่การทำงานในอุตสาหกรรมการบินและอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง โดยโรงฝึกปฏิบัติการฯ สามารถรองรับการเรียนการสอนได้ 7 หลักสูตร และนักเรียน นักศึกษาตลอดหลักสูตรกว่า 984 คน ครอบคลุมระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ ประกาศนียบัตรทักษะช่างอากาศยาน ระดับปริญญาตรี และหลักสูตรนายช่างภาคพื้นดิน สาขาวิชาช่างเครื่องบิน โดยสามารถใช้จัดการเรียนการสอนได้ตลอดทั้ง 3 ภาคการศึกษาต่อปี” นางสาวภัคณัฏฐ์ กล่าว


การลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานและห้องปฏิบัติการครั้งนี้ ไม่ได้มุ่งเพียงการรองรับการเรียนการสอนในปัจจุบัน แต่เป็นการวางรากฐานการพัฒนากำลังคนในระยะยาว สบพ. มุ่งสร้างบัณฑิตที่มีทักษะพร้อมใช้งาน สามารถต่อยอดองค์ความรู้ด้านการผลิตชิ้นส่วน การซ่อมบำรุง การออกแบบ การตรวจสอบคุณภาพ และเทคโนโลยีอากาศยานสมัยใหม่ เพื่อเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมการบินและอุตสาหกรรมเป้าหมายของประเทศ การพัฒนาโรงฝึกปฏิบัติการฯ ยังสามารถบูรณาการร่วมกับห้องปฏิบัติการและทรัพยากรด้านอากาศยานที่ สบพ. มีอยู่เดิม

อาทิ ห้องปฏิบัติการวัสดุประกอบ ห้องปฏิบัติการการทดสอบโดยไม่ทำลาย ห้องปฏิบัติการโลหะแผ่น และอากาศยานสำหรับการฝึกปฏิบัติ ทั้งนี้ ยังสอดรับกับแนวโน้มการเติบโตของอุตสาหกรรมการผลิตชิ้นส่วนอากาศยานและอุตสาหกรรมการบินของประเทศ ตลอดจนการพัฒนาอุตสาหกรรมที่ใช้เทคโนโลยีการผลิตขั้นสูง ผู้สำเร็จการศึกษามีความพร้อมเข้าสู่ตลาดแรงงาน อันจะเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ รวมถึงรองรับการลงทุนในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ต่อไป