xs
xsm
sm
md
lg

ตลาดคริปโตหวาดกลัว รายย่อยเทขาย-วาฬสวนกระแสแอบเข้าเก็บ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



ตลาดคริปโตเดือนสิงหาคม 2569 เข้าสู่ภาวะ "หวาดกลัว" มากที่สุด หลังนักลงทุนรายย่อยเทขายด้วยความสิ้นหวัง แต่ Santiment เปิดข้อมูลออนเชนที่ฉีกภาพความหวาดกลัวออกเป็นสองด้าน โดยชี้ว่าขณะรายย่อยแห่ทิ้งพอร์ต กลุ่มผู้ถือครองระยะยาวกลับสวนกระแสเก็บสะสมบิทคอยน์อย่างเงียบๆ ด้าน XRP แม้ราคานิ่งไร้ทิศทาง แต่กิจกรรมบนเครือข่ายกลับพุ่งทำสถิติสูงสุดในรอบสองเดือน สะท้อนช่องว่างระหว่าง "ความรู้สึกตลาด" กับ "พฤติกรรมเงินจริง" ที่นักลงทุนรายย่อยอาจกำลังพลาดจังหวะสำคัญของรอบวัฏจักรอีกครั้ง

ตลาดคริปโทเคอร์เรนซีกำลังเผชิญภาวะความกลัวสุดขั้วอีกครั้งในเดือนสิงหาคม 2569 เมื่อดัชนีวัดอารมณ์นักลงทุนดิ่งแตะระดับที่บ่งชี้ถึง "ความสิ้นหวังเต็มขั้น" ของฝูงชนในตลาด แต่สิ่งที่น่าสนใจกว่าตัวเลขความกลัวเอง คือความขัดแย้งที่ปรากฏชัดในข้อมูลออนเชน ซึ่งฉายภาพว่าขณะที่รายย่อยกำลังยอมแพ้ เม็ดเงินก้อนใหญ่กลับกำลังทำตรงกันข้ามอย่างเป็นระบบ

ข้อมูลจาก Santiment แพลตฟอร์มวิเคราะห์บล็อกเชนชื่อดัง ระบุว่าโซเชียลมีเดียสายคริปโตทั้ง X, Reddit และ Telegram เต็มไปด้วยถ้อยคำสิ้นหวัง ไม่ว่าจะเป็นคำว่า "จบสิ้น" หรือ "อวสาน" ซึ่งถูกใช้ถี่ขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ สะท้อนว่าความอดทนของนักลงทุนรายย่อยกำลังถึงจุดแตกหัก ท่ามกลางราคาที่แกว่งตัวแคบจนถูกตีความไปเองว่าตลาดขาลูกใหญ่กำลังจบรอบ

แต่ประเด็นที่สื่อกระแสหลักมักมองข้าม คือความตื่นตระหนกระดับนี้ในทางสถิติมักไม่ใช่จุดจบ หากแต่เป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนมือครั้งใหญ่ Santiment ชี้ว่านี่คือรูปแบบพฤติกรรมที่เกิดซ้ำแล้วซ้ำเล่า เมื่อรายย่อยเทขายด้วยอารมณ์ กลุ่มนักลงทุนสถาบันและวาฬคริปโตกลับใช้จังหวะที่บิทคอยน์ยังประคองตัวเหนือแนวรับสำคัญ เข้ากวาดซื้อสินทรัพย์แบบเงียบๆ ล้างแรงขายบังคับออกจากระบบ และสร้างฐานทุนรองรับเม็ดเงินก้อนใหม่ที่รอไหลเข้าตลาดในรอบถัดไป นี่คือรูปแบบคลาสสิกของการ "โอนย้ายความมั่งคั่ง" จากมือรายย่อยที่ตื่นตระหนกไปสู่มือสถาบันที่มีวินัยและสายป่านยาวกว่า

ขณะที่ฝั่ง XRP ซึ่งมีทัศนคติเชิงลบของตลาด ดิ่งแตะระดับต่ำสุดในรอบสามเดือน หลังราคาแช่นิ่งอยู่แถวระดับ 1 ดอลลาร์โดยไร้ปัจจัยหนุนใหม่ จนนักลงทุนจำนวนมากเริ่มหมดความอดทนและตั้งคำถามต่ออนาคตของเหรียญนี้ แต่ตัวเลขที่แท้จริงบนเครือข่าย XRP Ledger กลับสวนทางกัน โดยจำนวนบัญชีที่มีความเคลื่อนไหวพุ่งแตะ 49,929 บัญชีในรอบ 24 ชั่วโมง สูงสุดในรอบกว่าสองเดือน ฟื้นตัวอย่างชัดเจนจากจุดต่ำสุดของปีเมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ช่องว่างระหว่างราคาที่นิ่งสนิทกับกิจกรรมบนเครือข่ายที่คึกคักขนาดนี้ ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นสัญญาณเตือนว่าตลาดกำลังสะสมพลังงานอยู่ ขณะที่ราคาบนกระดานยังหลอกตาให้คนคิดว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น

สิ่งที่ทำให้สถานการณ์นี้น่าจับตายิ่งขึ้น คือบริบทเศรษฐกิจมหภาคที่กำลังเร่งให้เกิดการเปลี่ยนมือสินทรัพย์ไปสู่กลุ่มทุนใหญ่เร็วขึ้น ทิศทางสภาพคล่องและนโยบายการเงินโลกที่ยังไม่นิ่ง ทำให้เงินเก็งกำไรระยะสั้นทยอยถอนตัวออกจากตลาด ขณะที่เม็ดเงินสถาบันกลับใช้ดัชนีความกลัวเป็นเครื่องมือประเมินจุดต่ำสุดของรอบตลาดอย่างเป็นระบบมากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งฝั่งเฮดจ์ฟันด์และสถาบันกำลังจับสัญญาณซื้อที่มีมูลค่าในเชิงยุทธศาสตร์

คำถามที่นักลงทุนไทยและภูมิภาคอาเซียนควรถามตัวเองในจังหวะนี้ ไม่ใช่ว่า "ตลาดจะลงต่อหรือไม่" แต่คือ "ใครกำลังซื้อ และทำไมพวกเขาถึงกล้าซื้อในจังหวะที่คนส่วนใหญ่กลัวที่สุด" เพราะบทเรียนจากทุกรอบวัฏจักรคริปโตที่ผ่านมา ชี้ตรงกันว่า ความกลัวสุดขั้วของฝูงชนมักไม่ใช่จุดจบของตลาด แต่คือจุดเริ่มต้นของรอบใหม่ที่คนกล้าและมีข้อมูลมากกว่าเท่านั้นที่จะเป็นผู้ได้ประโยชน์