xs
xsm
sm
md
lg

ICC ส่ง “C PROJECT” สร้างสรรค์แบรนด์ไทย ตั้งเป้าดัน 15 แบรนด์ไทยโกอินเตอร์ปักหมุด ‘ญี่ปุ่น-เกาหลีใต้’ ปี 69

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



ไอ.ซี.ซี. เปิดเกมรุกครั้งสำคัญดันอุตสาหกรรมแฟชั่นและบิวตี้ไทยเติบโต กับ “C PROJECT” แพลตฟอร์มธุรกิจแฟชั่นและไลฟ์สไตล์รูปแบบใหม่ ผสานพลังสร้างสรรค์เข้ากับ Ecosystem ครบวงจรของ ICC มุ่งปลดล็อกศักยภาพแบรนด์ไทย สร้างแรงขับเคลื่อนใหม่สู่เวทีโลก

บริษัท ไอ.ซี.ซี. อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) สร้างมิติใหม่ทางธุรกิจให้กับอุตสาหกรรมแฟชั่นและบิวตี้ไทย เปิดตัว “C PROJECT” ภายใต้ IC LAB ซึ่งทำหน้าที่เป็นพื้นที่ทดลองและพัฒนาโมเดลธุรกิจใหม่ของ ICC โดยวางตำแหน่งเป็นแพลตฟอร์มธุรกิจแฟชั่นและไลฟ์สไตล์รูปแบบใหม่ ที่ผสานพลังสร้างสรรค์ของดีไซเนอร์ไทยและผู้เชี่ยวชาญในวงการแฟชั่นและบิวตี้ เข้ากับ Ecosystem ครบวงจรของ ICC ตั้งแต่การพัฒนาแบรนด์ การสื่อสารและวางภาพลักษณ์ การผลิต การบริหารระบบหลังบ้าน ไปจนถึงการกระจายสินค้า เพื่อเร่งศักยภาพของแบรนด์ไทยให้สามารถเติบโตอย่างเป็นระบบและแข่งขันได้ในตลาดที่กว้างขึ้น ปัจจุบันมีแบรนด์เข้าร่วมแล้วมากกว่า 50 แบรนด์ และตั้งเป้าผลักดันแบรนด์ไทยสู่ตลาดต่างประเทศอย่างน้อย 15 แบรนด์ภายในปี 2569


การเปิดตัว C PROJECT สะท้อนทิศทางใหม่ของ ICC ในการต่อยอดความเชี่ยวชาญและโครงสร้างธุรกิจที่สั่งสมมาอย่างยาวนาน สู่การสร้างโมเดลที่เปิดรับแบรนด์และผู้ประกอบการแฟชั่นและบิวตี้รุ่นใหม่มากขึ้น โดยไม่ได้มุ่งเป็นเพียงช่องทางจำหน่ายสินค้า แต่เข้ามาทำงานร่วมกับแต่ละแบรนด์ในฐานะคู่ค้า เพื่อช่วยลดข้อจำกัดทางธุรกิจ เติมเต็มองค์ประกอบที่จำเป็นต่อการเติบโต และสร้างเส้นทางจากแบรนด์ที่มีเอกลักษณ์ไปสู่ธุรกิจที่สามารถขยายตลาดได้อย่างแข็งแกร่ง

ท่ามกลางพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว การค้นพบและเลือกซื้อสินค้าแฟชั่นหรือบิวตี้ไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะแหล่งช้อปปิ้งหรือช่องทางใดช่องทางหนึ่งอีกต่อไป แต่เกิดขึ้นผ่านสื่อสังคมออนไลน์ เว็บไซต์ แพลตฟอร์มซื้อขาย ตลอดจนคอนเทนต์และคอมมูนิตี้ที่หลากหลาย ขณะเดียวกันผู้บริโภคก็ให้ความสำคัญกับแบรนด์ที่มีตัวตนและสะท้อนรสนิยมของตนเองมากขึ้น โอกาสของธุรกิจแฟชั่นและบิวตี้จึงไม่ได้อยู่เพียงการเพิ่มช่องทางจำหน่าย แต่คือความสามารถในการทำให้แบรนด์ที่มีศักยภาพถูกค้นพบ เชื่อมต่อกับกลุ่มเป้าหมายที่เหมาะสม และต่อยอดไปสู่การเติบโตในระยะยาว

C PROJECT จึงพัฒนาขึ้นภายใต้แนวคิด Curator-led Model โดยใช้ “สไตล์” เป็นหัวใจสำคัญในการคัดสรรแบรนด์และเชื่อมโยงกับผู้บริโภค ผ่านมุมมองของ จิรัฏฐ์ พรพนิตพันธุ์ สไตล์ไอคอนผู้มีบทบาทต่อวงการแฟชั่นและวัฒนธรรมสตรีทของไทย และ กานดา สายทุ้ม บิวตี้คิวเรเตอร์และผู้ทรงอิทธิพลในวงการบิวตี้ของไทย โดยการคัดเลือกไม่ได้พิจารณาเฉพาะความนิยมตามกระแส แต่ให้ความสำคัญกับอัตลักษณ์ แนวคิด จุดยืน และศักยภาพในการเติบโตของแต่ละแบรนด์ เพื่อสร้างพื้นที่ที่มีทิศทางชัดเจนและสามารถนำเสนอความหลากหลายของแฟชั่นและบิวตี้ไทยให้เข้าถึงผู้บริโภคได้อย่างมีบริบท

ปัจจุบัน C PROJECT รวบรวมแบรนด์แฟชั่น บิวตี้ และไลฟ์สไตล์ ที่ผ่านการคัดสรรแล้วมากกว่า 50 แบรนด์ อาทิ IC LAB, PONY STONE, HEIDI’S SECRET, Dry Clean Only, Calm Outdoors, Morph8ne, Urbanapparels, Palini, Cuppa.knit, S.V.S.S., The Only Market และแบรนด์อื่นๆ อีกมากมาย พร้อมเปิดพื้นที่ให้แต่ละแบรนด์ได้เข้าถึงทั้งฐานผู้บริโภค ช่องทางการขาย และโอกาสในการต่อยอดธุรกิจรูปแบบใหม่ ขณะเดียวกันยังได้ขยายการคัดสรรสู่แบรนด์บิวตี้ โดยเริ่มต้นด้วย ACOCO และ Qloas Beauty ซึ่งผ่านการคัดเลือกจากมุมมองด้านเอกลักษณ์ แนวคิด และความน่าสนใจของแบรนด์ เพื่อให้ C PROJECT ครอบคลุมทั้งแฟชั่น บิวตี้ และไลฟ์สไตล์มากยิ่งขึ้น โดยมีทีมผู้เชี่ยวชาญด้านแฟชั่น บิวตี้ และไลฟ์สไตล์ ร่วมให้คำแนะนำตั้งแต่การพัฒนาแนวทางการสื่อสาร การวางภาพลักษณ์ให้เหมาะสมกับแต่ละช่องทาง ไปจนถึงการนำเสนอสินค้าผ่านเว็บไซต์และสื่อสังคมออนไลน์ 


คุณธรรมรัตน์ โชควัฒนา กรรมการผู้อำนวยการและประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไอ.ซี.ซี. อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “วันนี้เราไม่ได้มองความหลากหลายของผู้บริโภคว่าเป็นการทำให้ตลาดแตกออกเป็นกลุ่มย่อย แต่เป็นโอกาสในการสร้างตลาดที่ตอบโจทย์ความเป็นตัวเองของผู้คนมากขึ้น ผู้บริโภคมีช่องทางในการค้นหาและเชื่อมต่อกับแบรนด์มากกว่าเดิม ขณะเดียวกันก็ให้ความสำคัญกับการมีตัวตนและการเลือกสิ่งที่สะท้อนความเป็นตัวเองมากขึ้น ดังนั้น ธุรกิจแฟชั่นและบิวตี้ในวันนี้จึงไม่ได้แข่งขันกันเพียงเรื่องสินค้า แต่แข่งขันกันที่ความสามารถในการเข้าใจผู้บริโภค และสร้างความเชื่อมโยงระหว่างแบรนด์กับผู้คน C PROJECT เป็นหนึ่งในธุรกิจที่เกิดขึ้นจากแนวคิดของ IC LAB ซึ่งเป็นพื้นที่สำหรับทดลองและพัฒนารูปแบบธุรกิจใหม่ โดยเรานำความแข็งแรงของ ICC มาทำงานร่วมกับคนที่มีความคิดสร้างสรรค์ แบรนด์ที่มีคุณภาพ และผู้ประกอบการที่มีความตั้งใจ เราเชื่อว่าการสร้างธุรกิจในวันนี้ไม่ควรหยุดอยู่ที่การนำสินค้าออกมาขาย แต่ต้องสร้างระบบที่ช่วยให้แบรนด์เติบโต และทำให้ผู้บริโภคได้ค้นพบสิ่งที่ตรงกับตัวเองมากขึ้น”

ด้าน จิรัฏฐ์ พรพนิตพันธุ์ เสริมว่า “สิ่งที่เราเลือกไม่ใช่แค่แบรนด์ที่กำลังเป็นกระแส แต่เป็นแบรนด์ที่มีตัวตน มีความเชื่อ และมีสิ่งที่อยากสื่อสารกับผู้คน เราใช้สไตล์เป็นหนึ่งในเกณฑ์สำคัญ เพราะเชื่อว่าสไตล์ที่ดีไม่ได้เกิดจากการทำตามเทรนด์ แต่เกิดจากสิ่งที่คนเลือกและใช้ชีวิตด้วยจริงๆ บทบาทของ C PROJECT จึงไม่ได้จบที่การคัดเลือกแบรนด์เข้ามา แต่คือการทำงานร่วมกันในฐานะคู่ค้าเพื่อมองว่าแต่ละแบรนด์มีจุดแข็งตรงไหน ยังขาดองค์ประกอบใด และจะนำระบบหรือความเชี่ยวชาญที่มีเข้ามาช่วยต่อยอดได้อย่างไร เราเชื่อว่าดีไซเนอร์และแบรนด์ไทยยังมีศักยภาพอีกมาก ทั้งในด้านความคิดสร้างสรรค์และความสามารถในการแข่งขัน หากได้รับการพัฒนาอย่างเหมาะสม ก็สามารถขยายการเติบโตไปสู่ตลาดต่างประเทศได้”


ด้าน กานดา สายทุ้ม กล่าวว่า “สำหรับการคัดเลือกแบรนด์บิวตี้เข้ามาอยู่ใน C PROJECT เรามองภาพรวมตั้งแต่วิธีการสร้างแบรนด์ การนำเสนอผลลัพธ์ ความคิดสร้างสรรค์ ไปจนถึงสไตล์และคาแรคเตอร์ของแบรนด์ สิ่งสำคัญคือแบรนด์ต้องมีความเป็นตัวเองและมีมุมมองที่ชัดเจน แม้จะได้รับแรงบันดาลใจจากเทรนด์บิวตี้จากเกาหลี นิวยอร์ก หรือที่อื่นๆ แต่เราอยากเห็นแบรนด์นำแรงบันดาลใจเหล่านั้นมาผสมกับเรื่องราวและความคิดของตัวเอง เพราะสุดท้ายแล้วสิ่งที่จะทำให้แบรนด์มีความน่าสนใจและเติบโตได้ คือการมีตัวตนที่ชัดเจน ในช่วงแรกเราจึงโฟกัสที่แบรนด์ไทยที่มีความตั้งใจ ไม่ว่าจะเป็นแบรนด์ที่เพิ่งเริ่มต้นหรืออยู่ในตลาดมาระยะหนึ่งแล้ว เพื่อเปิดพื้นที่ให้แบรนด์เหล่านี้ได้เข้าถึงผู้บริโภคกลุ่มใหม่ และมีโอกาสต่อยอดไปได้ไกลขึ้น”

สำหรับทิศทางในอนาคต C PROJECT ตั้งเป้าผลักดันแบรนด์ไทยสู่ตลาดต่างประเทศอย่างน้อย 15 แบรนด์ภายในปี 2569 โดยมองญี่ปุ่นและเกาหลีใต้เป็นตลาดสำคัญในระยะแรก พร้อมเปิดโอกาสให้แบรนด์ภายในแพลตฟอร์มต่อยอดความร่วมมือระหว่างกัน ทั้งการพัฒนาสินค้า การสร้างสรรค์คอลเลกชั่น และการพัฒนาโปรเจกต์ใหม่ เพื่อขยายบทบาทจากแพลตฟอร์มคัดสรรแบรนด์ สู่ Ecosystem ทางธุรกิจที่สร้างการเติบโตให้กับแบรนด์แฟชั่นไทยในระยะยาว.