xs
xsm
sm
md
lg

ฝ่ามรสุมเศรษฐกิจ CRC โชว์ฟอร์มครึ่งปีแรกกวาดรายได้ 1.26 แสนล้าน กำไรพุ่ง 42.5%

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



ท่ามกลางมรสุมทางเศรษฐกิจและความผันผวน บริษัท เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ CRC ได้พิสูจน์ให้เห็นถึงความแกร่งของโมเดลธุรกิจที่ยืดหยุ่นสูง จากผลงานไตรมาส 2/2569 ทำรายได้รวมถึง 60,119 ล้านบาท เติบโต 3.5% กำไรสุทธิโตก้าวกระโดดถึง 124% แตะ 2,114 ล้านบาท

ส่งผลให้ภาพรวมผลประกอบการครึ่งปีแรกของปี 2569 ปิดรายได้รวมสะสมสูงถึง 126,633 ล้านบาท (+2.4%) และโกยกำไรสุทธิหลักไปได้ถึง 5,002 ล้านบาท เติบโตกว่า 42.5% สะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพการดำเนินงานที่เติบโตอย่างมั่นคงและมีคุณภาพทั้งในตลาดไทยและเวียดนาม


นายปเนต มหรรฆานุรักษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายงานการเงิน ของ CRC ได้เปิดเผยเบื้องหลังตัวเลขกำไรที่เติบโตอย่างโดดเด่นในไตรมาส 2/2569 นี้ว่า เกิดจากขีดความสามารถในการขยายและปรับปรุงเครือข่ายสาขาอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในการกระตุ้นยอดขาย ควบคู่ไปกับการบริหารอัตรากำไรขั้นต้น (Gross Margin) ในทุกกลุ่มธุรกิจให้กว้างขึ้น

กลยุทธ์สำคัญประกอบด้วยการปรับ Brand และ Product Mix ให้สอดรับกับพฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่ การหันมาเพิ่มสัดส่วนสินค้าแบรนด์ของตัวเอง (Private Brand) ที่มีศักยภาพในการทำกำไรสูง รวมถึงการบริหารจัดการคลังสินค้า (Inventory) อย่างเหมาะสมและรอบคอบที่สุด 


นอกจากนี้ CRC ยังรักษาวินัยทางการเงินอย่างเข้มงวด ทั้งในส่วนของต้นทุนและค่าใช้จ่าย เพื่อรักษาความแข็งแกร่งของฐานะการเงินและสภาพคล่องเพื่อสร้างผลตอบแทนที่ยั่งยืนให้แก่ผู้ถือหุ้นในระยะยาว

ในส่วนของการทำการตลาดและการขยายพอร์ตโฟลิโอ CRC ได้เดินหน้าจับมือระหว่างธุรกิจในเครืออย่างเข้มข้น โดยไตรมาสที่ผ่านมาได้เปิดสาขาใหม่ของแบรนด์แม่เหล็กอย่าง ท็อปส์, ซูเปอร์สปอร์ต, KIS, Brand Shop ในเครือ CMG, เพาเวอร์บาย, บีทูเอส, ออฟฟิศเมท และออโต้วัน ภายในศูนย์การค้าเซ็นทรัล สาขาขอนแก่น แคมปัส และสาขานอร์ทวิลล์


ไม่เพียงเท่านั้น CRC ยังสยายปีกเข้าสู่เซกเมนต์ใหม่ที่มีศักยภาพสูงเพื่อสร้าง New S-Curve อาทิ

1.รุกตลาด Beauty Retail เจาะกลุ่ม Young Customer ด้วยการส่งร้าน LOOKS และ KIS ในรูปแบบโมเดล Standalone 2.เปิดตัว Haruki แบรนด์ร้านเบเกอรีสไตล์ญี่ปุ่น 3.พัฒนา TOPS DAILY Hybrid ที่ผนึกกำลังร่วมกับ PET N’ ME และ TOPS CARE เพื่อสร้าง Ecosystem ของร้านค้าในเครือให้หลากหลาย ตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคเฉพาะกลุ่มในแต่ละพื้นที่ได้อย่างตรงจุด


สำหรับปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนยอดขายในประเทศไทย พบว่ากลุ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติสร้างยอดขายในไตรมาส 2 เติบโตร้อนแรงกว่า 9% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งถือเป็นผลงานที่ยอดเยี่ยมแม้ภาพรวมของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยจะอยู่ในภาวะชะลอตัวก็ตาม

ส่วนในประเทศเวียดนาม CRC ประสบความสำเร็จอย่างสูงในการขยายฐานสมาชิก The 1 Vietnam ครอบคลุมจากกลุ่มธุรกิจอาหาร (Food) ไปสู่กลุ่มที่ไม่ใช่อาหาร (Non-Food) อาทิ ซูเปอร์สปอร์ต, Crocs, Dyson และ Kubo

ความสำเร็จดังกล่าวส่งผลให้ปัจจุบัน Loyalty Program ของ CRC มีฐานข้อมูลลูกค้า (Big Data) ที่แข็งแกร่งรวมเกือบ 30 ล้านคน แบ่งเป็นฐานสมาชิกในประเทศไทย 23 ล้านคน และในเวียดนามอีกเกือบ 7 ล้านคน ซึ่งฐานข้อมูลขนาดใหญ่นี้จะเป็นขุมพลังสำคัญในการทำการตลาดแบบ Data-Driven ยกระดับการขายเพื่อสร้างการเติบโตระยะยาว


นายปเนต กล่าวต่อว่า จากความรอบคอบและยืดหยุ่นในการบริหารเงินลงทุน ส่งผลให้ CRC ได้รับการคงอันดับเครดิตองค์กรที่ระดับ “AA-” แนวโน้มคงที่ (Stable) จากทริสเรทติ้งต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 ซึ่งเป็นระดับที่สูงที่สุดในกลุ่มอุตสาหกรรมค้าปลีกไทย สะท้อนถึงเสถียรภาพทางการเงินที่แข็งแกร่งอย่างยิ่ง

สำหรับก้าวต่อไปในครึ่งปีหลัง CRC ยังคงเดินด้วยหน้าภายใต้แนวทาง "การเติบโตอย่างมีคุณภาพ" (Quality Growth) มุ่งขยายและยกระดับพอร์ตโฟลิโอทั้งในไทยและเวียดนาม เพื่อสร้างการเติบโตที่มั่นคงและยั่งยืนให้แก่ธุรกิจต่อไป.