ปัญหาการปลอมปนน้ำมะพร้าว เป็นปัญหาหนึ่งที่ส่งผลกระทบต่อเกษตรกรชาวสวนมะพร้าว ทำให้ราคาขายมะพร้าวน้ำหอมหน้าสวนถูกซ้ำเติม หลังจากที่มีราคาตกต่ำในช่วงต้นปี 2569 ที่ผ่านมา ที่ราคาเคยตกไปต่ำสุดถึงลูกละ 2-3 บาท เพราะตอนนั้นผลผลิตเพิ่มขึ้นในแหล่งปลูก 4 จังหวัด ทั้งราชบุรี นครปฐม สมุทรสาคร และสมุทรสงคราม และตลาดหลัก คือ จีน มีความต้องการซื้อลดลง แต่หลังจากที่กระทรวงพาณิชย์ ได้เข้าไปแก้ไขปัญหา จนสถานการณ์เริ่มดีขึ้น ก็มาเจอปัญหาน้ำมะพร้าวปลอมปน ในช่วงกลางปี 2569 ทำให้ราคาที่กำลังกระเตื้องขึ้น ก็เจอปัญหาราคาตกต่ำซ้ำเติมอีก
กระทรวงพาณิชย์ ได้แก้ปัญหาในช่วงนั้น ด้วยการเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและภาคเอกชนร่วมกันตรวจสอบข้อเท็จจริง พร้อมกำหนดแนวทางป้องกันอย่างเป็นระบบ เพื่อสร้างมาตรฐานและความโปร่งใสตลอดห่วงโซ่อุปทาน ตั้งแต่แหล่งที่มาของวัตถุดิบ การผลิต การแปรรูป ไปจนถึงการจำหน่าย เพื่อให้สามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ และสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภคทั้งในและต่างประเทศ
ขณะเดียวกัน ได้ประชุมร่วมกับสภาอุตสาหกรรมจังหวัดราชบุรี และสมาคมมะพร้าวน้ำหอมไทย โดยได้กำกับดูแลแหล่งที่มาและตรวจสอบคุณภาพของวัตถุดิบ สถานที่แปรรูปขั้นต้นของมะพร้าว (ล้ง) กระบวนการเข้าสู่โรงงาน เพื่อป้องกันการนำวัตุดิบที่ไม่ทราบแหล่งที่มาหรือมีความเสี่ยงต่อการปลอมปนน้ำมะพร้าว โดยได้รับความร่วมมือจากกรมโรงงานอุตสาหกรรม ตรวจสอบความถูกต้องของโรงงานว่าได้ขออนุญาตและขึ้นทะเบียนถูกต้องตามกฎหมาย สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ตรวจสอบอาหารถูกต้องหรือไม่ กรมวิชาการเกษตร กำกับดูแลมาตรฐานวัตถุดิบที่เข้าสู่กระบวนการผลิต
พร้อมกันนี้ ให้มีการตรวจสอบทางวิทยาศาสตร์ สำหรับการพิสูจน์ความแท้ของน้ำมะพร้าว เพื่อใช้ยืนยันความเป็นมะพร้าวแท้ 100% โดยกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ และยังกำหนดให้แสดงองค์ประกอบสำคัญในน้ำมะพร้าวพร้อมดื่มบนฉลากอย่างชัดเจน เช่น น้ำมะพร้าวน้ำหอม 100% น้ำมะพร้าว 100% หรือน้ำมะพร้าว มีส่วนผสมของน้ำ น้ำตาล สารปรุงแต่งอื่น ๆ เท่าไร ต้องระบุให้หมด เพื่อให้ผู้บริโภคที่เลือกซื้อสินค้าได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง
นายพูนพงษ์ นัยภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า การดำเนินการดังกล่าว เป็นไปตามข้อสั่งการของนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ที่ได้รับบัญชาจากนายกรัฐมนตรีให้พิจารณาข้อเสนอแนะแนวทางการแก้ไขปัญหา และป้องกันการปลอมปนน้ำมะพร้าวจากคณะกรรมาธิการการพาณิชย์และการอุตสาหกรรม วุฒิสภา และการร้องเรียนจากผู้ประกอบการและเกษตรกรว่าอาจเป็นหนึ่งในปัจจัยที่สร้างแรงกดดันต่อราคามะพร้าว เนื่องจากมีผลิตภัณฑ์บางชนิดวางจำหน่ายในปริมาณมากและราคาต่ำผิดปกติ เมื่อเทียบกับปริมาณและต้นทุนวัตถุดิบ จึงได้มีมาตรการข้างต้นออกมา และได้ติดตามผลการแก้ไขปัญหาอย่างใกล้ชิดมาต่อเนื่อง
โดยล่าสุด ได้นำทีมพาณิชย์จังหวัด 4 จังหวัด ได้แก่ นครปฐม สมุทรสาคร สมุทรสงคราม และราชบุรี พร้อมคณะสื่อมวลชน ลงพื้นที่ อ.สามพราน จ.นครปฐม พบปะผู้ประกอบการ ผู้ผลิต และจำหน่ายน้ำมะพร้าวบรรจุขวดพร้อมดื่มแบรนด์ “อีฟ” บริษัท เจนเนอรัล เบฟเวอร์เรจ จำกัด เพื่อติดตามสถานการณ์น้ำมะพร้าวในปัจจุบัน รับฟังปัญหา อุปสรรค และแนวทางการรับมือราคาน้ำมะพร้าวผันผวน พร้อมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับผู้ประกอบการในทุกมิติ เพื่อนำมาวางแนวทางการแก้ไขปัญหาราคาน้ำมะพร้าว และพิจารณาแนวทางความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนในการยกระดับมูลค่าเพิ่มแก่น้ำมะพร้าวของไทย
ผลการหารือในครั้งนี้ ทราบว่า สถานการณ์ราคามะพร้าวน้ำหอมดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยราคาขยับขึ้นมาอยู่ที่ลูกละ 10.50-12 บาท เป็นราคาที่เกษตรกรพอใจ และผู้ประกอบการที่ซื้อน้ำมะพร้าวน้ำหอม ก็รับซื้อในราคาที่เหมาะสม โดยรับซื้ออยู่ที่กิโลกรัมละ 20-30 บาท
ส่วนการแก้ไขปัญหาในระยะต่อไป กระทรวงพาณิชย์ได้มีหนังสือขอความอนุเคราะห์กระทรวงมหาดไทย ให้แจ้งผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม สมุทรสาคร สมุทรสงคราม และราชบุรี ดำเนินการตรวจสอบปริมาณการใช้ผลมะพร้าวเพื่อเป็นวัตถุดิบในการผลิตน้ำมะพร้าว และปริมาณน้ำมะพร้าวที่สามารถผลิตได้ เพื่อตรวจสอบความสอดคล้องและสมดุลของวัตถุดิบและปริมาณผลผลิตไม่ให้เกิดความผิดปกติของกระบวนการผลิต และตรวจสอบฉลาก หากติดฉลากน้ำมะพร้าว 100% ก็ต้องเป็นน้ำมะพร้าว 100% หรือน้ำมะพร้าวน้ำหอม 100% ก็ต้องเป็นน้ำมะพร้าวน้ำหอม 100% และหากตรวจสอบพบการกระทำความผิด ให้ดำเนินการตามกฎหมายเด็ดขาด
สำหรับการจัดการกับผู้ประกอบการ หรือล้งมะพร้าว ที่มีความเสี่ยงปลอมปนน้ำมะพร้าว หรือน้ำมะพร้าวน้ำหอม ที่เป็นต้นเหตุทำให้ราคามะพร้าวตกต่ำ ได้ส่งรายชื่อจำนวน 24 ราย ให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง 9 หน่วยงาน เพื่อตรวจสอบตามอำนาจหน้าที่แล้ว คือ กองบัญชาการสอบสวนกลาง ชุดปฏิบัติการปราบปรามคนต่างด้าวที่กระทำผิดกฎหมาย กรมสอบสวนคดีพิเศษ กรมสรรพากร กรมโรงงานอุตสาหกรรม กรมวิชาการเกษตร สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม และสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) โดยขณะนี้ ทุกหน่วยงานได้มีการตรวจสอบ และหากพบการกระทำความผิดภายใต้กฎหมายของหน่วยงานใด ก็จะดำเนินการตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด
นายพูนพงษ์กล่าวว่า ข้อเสนอแนะที่ภาคเอกชนได้เสนอให้ภาครัฐส่งเสริมอุตสาหกรรมมะพร้าวทั้งโครงสร้าง ตั้งแต่ต้นน้ำ คือ เกษตรกรผู้ปลูกมะพร้าว กลางน้ำ คือ ล้งมะพร้าว และปลายน้ำ คือ โรงงานแปรรูปและการส่งออก และช่วยหาตลาดใหม่ ๆ ให้กับผลิตภัณฑ์จากมะพร้าว เพื่อเพิ่มปริมาณการแปรรูปมะพร้าวเข้าสู่ระบบ สร้างความต้องการรับซื้อผลผลิตจากเกษตรกร และช่วยสนับสนุนการบริหารจัดการวัตถุดิบมะพร้าวภายในประเทศให้มีความต่อเนื่องและยั่งยืนนั้น ได้รับข้อเสนอทั้งหมดมาแล้ว และพร้อมนำไปพิจารณาเพื่อผลักดันแก้ไขปัญหาในทุกมิติ โดยจะตั้งทีมงานดูแลเรื่องนี้เป็นการเฉพาะ เพื่อยกระดับอุตสาหกรรมน้ำมะพร้าวไทย และผลักดันราคามะพร้าว และมะพร้าวน้ำหอมให้กับเกษตรกรไทย