xs
xsm
sm
md
lg

WICE เผยงบครึ่งปีแรกรายได้พุ่ง 22.4%

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



ไวส์ โลจิสติกส์ เผยผลการดำเนินงานครึ่งปีแรก 2569รายได้จากการให้บริการ 2,801 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 22.4% กำไรสุทธิ 48 ล้านบาท จากความต้องการใช้บริการโลจิสติกส์ที่ในระดับดี การขนส่งสินค้านำเข้า-ส่งออกเติบโตต่อเนื่อง เร่งบริหารต้นทุนราคาน้ำมัน เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารเที่ยวขนส่ง สะท้อนกำไรปรับตัวสอดคล้องกับปริมาณงาน จับตาความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์และมาตรการภาษี พร้อมปรับแผนรับสถานการณ์การค้าโลกและต้นทุนโลจิสติกส์

นายชูเดช คงสุนทร กรรมการผู้จัดการ ส่วนงานพัฒนาธุรกิจกลุ่มบริษัท บริษัท ไวส์ โลจิสติกส์ จำกัด (มหาชน) หรือ WICE ผู้ให้บริการโลจิสติกส์ระหว่างประเทศแบบครบวงจร เปิดเผยผลประกอบการช่วงครึ่งปีแรก 2569 บริษัทมีรายได้จากการให้บริการ 2,801 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีรายได้จากการให้บริการ 2,289 ล้านบาท จำนวน 512 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 22.4% และมีกำไรสุทธิ 48 ล้านบาท

ด้านผลการดำเนินงานช่วงไตรมาส 2/2569 บริษัทมีรายได้จากการให้บริการ 1,490 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีรายได้จากการให้บริการ 1,229 ล้านบาท จำนวน 261 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 21.3% ขณะที่กำไรสุทธิอยู่ที่ 29 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 23 ล้านบาท จำนวน 6 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 24.8%

สำหรับผลการดำเนินงานช่วงครึ่งปีแรก 2569 ยังคงมีปริมาณงานขนส่งทั้งในส่วนของการนำเข้าและส่งออกที่เติบโตต่อเนื่อง สะท้อนความต้องการใช้บริการโลจิสติกส์ที่ยังอยู่ในระดับที่ดี แม้ในช่วงที่ผ่านมาอุตสาหกรรมต้องเผชิญแรงกดดันจากต้นทุนน้ำมันที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น ส่งผลให้ต้นทุนการดำเนินงานปรับตัวสูงขึ้นในช่วงแรก ขณะที่การปรับราคาค่าบริการกับลูกค้าในบางส่วนจำเป็นต้องใช้ระยะเวลาในการเจรจาเพื่อให้สอดคล้องกับรูปแบบการให้บริการและเงื่อนไขของแต่ละราย อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ ได้เร่งดำเนินการทยอยปรับราคาค่าบริการกับลูกค้าเกือบทั้งหมดตั้งแต่เดือนเมษายน เพื่อให้โครงสร้างราคาสะท้อนต้นทุนที่แท้จริงมากขึ้น

ขณะเดียวกัน บริษัทฯ เดินหน้าบริหารต้นทุนภายในอย่างเข้มงวด เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานและลดผลกระทบจากความผันผวนของต้นทุน โดยให้ความสำคัญกับการบริหารเที่ยวขนส่งทั้งขาเข้าและขาออก รวมถึงการบริหารรูปแบบการขนส่งให้เหมาะสมกับความต้องการของลูกค้า เพื่อใช้ทรัพยากรและเครือข่ายการขนส่งให้เกิดประโยชน์สูงสุด ทั้งนี้ มาตรการต่างๆ ได้เริ่มดำเนินการอย่างต่อเนื่อง และ จะติดตามผลอย่างใกล้ชิดเพื่อสนับสนุนให้ความสามารถในการทำกำไรปรับตัวดีขึ้นตามปริมาณงานที่เติบโต

“ในช่วงที่ผ่านมา บริษัทฯ ต้องบริหารธุรกิจท่ามกลางปัจจัยท้าทายหลายด้าน โดยเฉพาะต้นทุนที่ปรับตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว ขณะเดียวกันเรายังคงเห็นการเติบโตของปริมาณงานทั้งนำเข้าและส่งออก ซึ่งถือเป็นสัญญาณที่ดีต่อการดำเนินธุรกิจ อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ ยังคงติดตามปัจจัยภายนอกที่อาจส่งผลต่ออุตสาหกรรมโลจิสติกส์อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ และ มาตรการทางการค้าที่อาจส่งผลต่อเส้นทางการค้า อัตราค่าระวาง และ ต้นทุนการขนส่ง โดยให้ความสำคัญกับการวิเคราะห์ข้อมูลและประเมินสถานการณ์อย่างรอบด้าน เพื่อปรับแผนการดำเนินงานให้เหมาะสมกับสภาวะตลาด พร้อมสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน” นายชูเดช กล่าว