บี.กริม เพาเวอร์ เผยผลงานไตรมาส 2/69 ยังแข็งแกร่ง กำไรสุทธิส่วนของบริษัทใหญ่พุ่งแตะ 676 ล้านบาท จาก 7 ล้านบาทในช่วงเดียวกันปีก่อน ขณะที่กำไรจากการดำเนินงานเพิ่ม 0.6% รับแรงหนุนยอดขายไฟฟ้าโต 2.7% และเริ่มรับรู้รายได้จากโครงการพลังงานหมุนเวียน พร้อมเดินหน้าขยายการลงทุนรองรับดีมานด์ไฟฟ้าจากดาต้าเซ็นเตอร์และอุตสาหกรรมใหม่
นางสาวศิริวงศ์ บวรบุญฤทัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร งานการเงินและบัญชี บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BGRIM เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานไตรมาส 2/2569 ยังคงแข็งแกร่ง แม้เผชิญความไม่แน่นอนจากสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ โดยได้รับแรงหนุนจากการปรับใช้สูตรค่าไฟใหม่ (New Tariff Formula) ที่สะท้อนต้นทุนก๊าซธรรมชาติได้ดีขึ้น มาตรการลดต้นทุน รวมถึงการทยอยรับรู้ผลประกอบการจากโครงการพลังงานหมุนเวียนที่เริ่มเดินเครื่องเชิงพาณิชย์ (COD)
ปัจจัยสำคัญมาจากปริมาณการขายไฟฟ้ารวมเพิ่มขึ้น 2.7% จากช่วงเดียวกันปีก่อน มาอยู่ที่ 4,003 กิกะวัตต์-ชั่วโมง โดยปริมาณไฟฟ้าที่ขายให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เพิ่มขึ้น 1.9% ขณะที่ยอดขายไฟให้ลูกค้าอุตสาหกรรม (IUs) ในไทยเพิ่มขึ้น 3.8% รวมถึงปริมาณไฟฟ้าจากโครงการพลังงานหมุนเวียนในต่างประเทศ โดยเฉพาะโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในเวียดนามและฟิลิปปินส์
สำหรับรายได้รวมอยู่ที่ 15,123 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.4% จากปีก่อน แม้ราคาขายไฟให้ กฟผ. และราคาขายไอน้ำลดลงตามราคาก๊าซธรรมชาติ รวมถึงราคาขายไฟให้ลูกค้า IUs ที่ปรับลดตามค่า Ft และรายได้จากบริการพัฒนาโครงการที่ลดลง
ด้าน EBITDA อยู่ที่ 3,509 ล้านบาท ลดลง 6% จากปีก่อน จากรายได้บริการพัฒนาโครงการที่ลดลง และผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนที่ยังไม่เกิดขึ้นจริงซึ่งบันทึกผ่านส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมและการร่วมค้า อย่างไรก็ตาม ผลกระทบบางส่วนได้รับการชดเชยจากต้นทุนก๊าซธรรมชาติที่ลดลง
ขณะที่กำไรสุทธิจากการดำเนินงาน (NNP) ส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่ อยู่ที่ 478 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.6% จากปีก่อน จากค่าใช้จ่ายภาษีที่ลดลงหลังการบันทึกสินทรัพย์ภาษีเงินได้รอการตัดบัญชี และกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนที่เกิดขึ้นจริงเพิ่มขึ้น ส่วนกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเป็น 676 ล้านบาท จากเพียง 7 ล้านบาทในไตรมาส 2/2568 โดยได้รับแรงหนุนจากปัจจัยดังกล่าว รวมถึงกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนที่ยังไม่เกิดขึ้นจริง
เร่งขยายลูกค้า-ลงทุนพลังงานหมุนเวียน
ในไตรมาส 2/69 บี.กริม เพาเวอร์ เชื่อมระบบให้ลูกค้าอุตสาหกรรมรายใหม่ในไทยเพิ่ม 0.7 เมกะวัตต์ ส่งผลให้ช่วง 6 เดือนแรกของปีมีการเชื่อมระบบลูกค้าใหม่รวม 18.7 เมกะวัตต์ ขณะเดียวกัน บี.กริม แอลเอ็นจี นำเข้า LNG จำนวน 1 ลำ ปริมาณประมาณ 68,000 ตัน หรือ 3.5 ล้านล้านบีทียู เข้าสู่ระบบ Pool Gas เพื่อใช้เป็นเชื้อเพลิงสำหรับโรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนร่วมของบริษัท
ส่วนธุรกิจต่างประเทศ B.Grimm Power Korea Limited ซึ่ง BGRIM ถือหุ้น 100% เข้าซื้อหุ้นกู้แปลงสภาพของ Unison Co., Ltd. สัดส่วนประมาณ 85% มูลค่า 32,000 ล้านวอน เพื่อสนับสนุนการพัฒนาโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลมนอกชายฝั่ง Nakwol ขนาด 365 เมกะวัตต์ ซึ่ง BGRIM ถือหุ้น 49%
นอกจากนี้ ในเดือนมิ.ย.69 บริษัท บี.กริม กรีนเนอร์ยี่ จำกัด เข้าซื้อหุ้นทั้งหมดในบริษัท ฟิวเจอร์ กรีน เทค จำกัด เพื่อขยายการลงทุนในโครงการพลังงานแสงอาทิตย์ ขณะที่บริษัท บี.กริม บียอนด์บริดจ์ จำกัด จัดตั้งบริษัท บี.กริม ไอเน็ต จำกัด เพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลและโซลูชันเทคโนโลยี
ล่าสุดในเดือนกรกฎาคม 2569 บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ ฟิวเจอร์ โซลูชั่น จำกัด เข้าซื้อหุ้น 51% ในบริษัท อรุณา เอ็กซ์ โฮลดิ้งส์ จำกัด เพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้พอร์ตพลังงานหมุนเวียนของกลุ่ม
จ่อรับ COD ใหม่-รับดีมานด์ไฟฟ้าจาก Data Center
สำหรับทิศทางครึ่งหลังปี 2569 บี.กริม เพาเวอร์ ประเมินว่าแผนพัฒนากำลังการผลิตไฟฟ้าของประเทศ หรือ PDP ฉบับใหม่ รวมถึงกรอบการซื้อขายไฟฟ้าโดยตรงระหว่างผู้ผลิตและผู้ใช้ไฟฟ้า (Direct PPA) จะมีความชัดเจนมากขึ้น ซึ่งจะเปิดโอกาสการลงทุนใหม่ทั้งโครงการพลังงานหมุนเวียนและโรงไฟฟ้าแบบดั้งเดิม
บริษัทมองว่าความต้องการใช้ไฟฟ้าจะเพิ่มขึ้นตามการขยายตัวของอุตสาหกรรมใหม่ โดยเฉพาะดาต้าเซ็นเตอร์ โครงสร้างพื้นฐานด้านปัญญาประดิษฐ์ และอุตสาหกรรมที่ใช้ไฟฟ้าในระดับสูง โดยเตรียมความพร้อมเข้าร่วมโครงการภายใต้ PDP ฉบับใหม่ ทั้ง Community Solar, Independent Power Supply (IPS) และโครงการพลังงานหมุนเวียน รวมถึงขยายโอกาสจาก Direct PPA
สำหรับเป้าหมายปี 69 บริษัทวางแผนนำเข้า LNG ไม่เกิน 6 ลำ ปริมาณรวมประมาณ 280,000 ตัน หรือ 14.4 ล้านล้านบีทียู เพื่อใช้เป็นเชื้อเพลิงโรงไฟฟ้า SPP ผ่านระบบ Pool Gas โดยคาดราคาก๊าซธรรมชาติสำหรับ SPP อยู่ที่ 330-350 บาทต่อล้านบีทียู พร้อมตั้งเป้าเพิ่มลูกค้า IUs รายใหม่และเชื่อมระบบรวม 50-60 เมกะวัตต์
ขณะเดียวกัน มีโครงการที่คาดว่าจะทยอย COD เพิ่มเติม ได้แก่ Zhongce Rubber โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์แบบติดตั้งบนหลังคาในนิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ จังหวัดระยอง ขนาด 35 เมกะวัตต์, Nakwol 1 โรงไฟฟ้าพลังงานลมนอกชายฝั่ง 365 เมกะวัตต์ และ Huong Hoa 1 โรงไฟฟ้าพลังงานลมบนฝั่ง 48 เมกะวัตต์ รวมถึงโครงการอื่นๆ อีกสูงสุด 30 เมกะวัตต์
ทั้งนี้ บี.กริม เพาเวอร์ ยังได้รับรางวัลด้านการเงินและการกำกับดูแลกิจการในไตรมาส 2/2569 โดยคว้า 11 รางวัลจาก FinanceAsia Awards 2026 และอีก 6 รางวัลจาก The 16th Asian Excellence Awards 2026 สะท้อนการดำเนินธุรกิจตามหลักธรรมาภิบาลและการสร้างมูลค่าในระยะยาว
จ่ายปันผลระหว่างกาล 0.18 บาท
ด้านผลตอบแทนผู้ถือหุ้น บี.กริม เพาเวอร์ อนุมัติจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลสำหรับผลการดำเนินงาน 6 เดือนแรกของปี 69 ในอัตรา 0.18 บาทต่อหุ้น กำหนดขึ้นเครื่องหมาย XD วันที่ 26 สิ.ค. 69 และจ่ายเงินปันผลในวันที่ 11 ก.ย. 69