ศึกสุกี้เดือดกำไรหดคู่! “เอ็มเค เรสโตรองต์” ไตรมาส 2/69 กำไรสุทธิ 221 ล้านบาท ลดลง 20% แม้รายได้โต 10.6% รับแรงหนุนจาก “โบนัสสุกี้” และ MK Buffet แต่ถูกต้นทุนวัตถุดิบ พลังงาน และการแข่งขันกดดันมาร์จิ้น ขณะที่ “สุกี้ตี๋น้อย” กำไรไตรมาส 2 เหลือ 48 ล้านบาท จาก 90 ล้านบาทในปีก่อน หดเกือบ 47% แม้รายได้ครึ่งปีแรกยังเติบโต สะท้อนศึกบุฟเฟต์ที่ยิ่งแข่งแรง ยิ่งบีบกำไรผู้เล่นทั้งตลาด
บริษัท เอ็มเค เรสโตรองต์ จำกัด(มหาชน) หรือ M แจ้งผลของบริษัท และบริษัทย่อย ไตรมาส 2 มีรายได้จากการขายและบริการ 4,196 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.6% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่งวด 6 เดือนแรกของปี 2569 มีรายได้จากการขายและบริการ 8,243 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12.4% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน สะท้อนการเติบโตของธุรกิจอย่างต่อเนื่อง โดยมีแรงหนุนสำคัญจากการขยายสาขาของแบรนด์ “โบนัสสุกี้” และ MK Buffet ซึ่งยังคงได้รับการตอบรับที่ดีและสร้างการเติบโตของยอดขายอย่างต่อเนื่อง และสะท้อนถึงทิศทางการดำเนินงานที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น และผลจากการบริหารจัดการต้นทุนอย่างต่อเนื่อง
สำหรับไตรมาสนี้ แม้บริษัทสามารถสร้างรายได้เติบโตอย่างต่อเนื่อง แต่ธุรกิจร้านอาหารยังคงเผชิญแรงกดดันจากต้นทุนการดำเนินงานที่อยู่ในระดับสูง ทั้งค่าวัตถุดิบ ค่าใช้จ่ายพนักงาน ค่าขนส่ง และวัสดุสิ้นเปลือง ขณะที่การแข่งขันในอุตสาหกรรมยังรุนแรง ส่งผลให้การบริหารอัตรากำไรยังคงเป็นความท้าทายอย่างต่อเนื่อง
อย่างไรก็ดี อัตรากำไรขั้นต้น ปรับลดลงจาก 65.2% ไตรมาส 2ปี 68 เป็น 61.8% ในไตรมาส 2 ปีนี้จากการรุกตลาดด้วยโมเดลบุฟเฟต์ผ่านโปรโมชั่น “คุ้มเกินคุ้ม” ของแบรนด์ “เอ็มเค สุกี้” ร่วมกับการขยายาขาอย่าง2 บริษัทมีกำไรสุทธิ ต่อเนื่องของแบรนด์ “โบนัส สุกี้” ส่งผลให้สัดส่วนต้นทุนวัตถุดิบสูงขึ้นตามโครงสร้างธุรกิจ อีกทั้งสงครามในตะวันออกกลางกดดันต้นทุนพลังงานและค่าขนส่ง รวมทั้งต้นทุนราคาวัตถุดิบที่ทยอยปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ทั้งนี้ในไตรมาส 2 บริษัทมีกำไรสุทธิ 221 ล้านบาท ลดลง 20% จากปีก่อน ที่ทำไว้ 275.58 ล้านบาท
ขณะที่ “โบนัสสุกี้” ซึ่งเริ่มดำเนินธุรกิจครึ่งหลังปี 2568 ยังคงเป็นหนึ่งใน Growth Engine สำคัญของกลุ่มบริษัท ซึ่งในช่วง 6 เดือนแรกของปีนี้ สามารถเพิ่มสัดส่วนรายได้ในพอร์ตโฟลิโอขึ้นมาอยู่ที่ 12% จากการขยายสาขาและการได้รับการตอบรับอย่างต่อเนื่องจากผู้บริโภค ปัจจุบันที่มี 39 สาขา และยังมีแผนขยายสาขาเพิ่มเติมเพื่อรองรับโอกาสการเติบโตในตลาด Budget Buffet ที่มีศักยภาพ
“สุกี้ตี๋น้อย” กำไรไตรมาส 2 เหลือ 48 ล้านบาทหดเกือบ 47%
JMART ผลงานไตรมาส 2 พุ่ง กำไร บ.ร่วมหนุน
บริษัท เจมาร์ท กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ JMART แจ้งผลงานไตรมาส 2 กำไรสุทธิ 212,961 ล้านบาท เพิ่มขึ้น จากงวดเดียวกันของปีก่อนที่ทำไว้ 110,956 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น เพิ่มขึ้นร้อยละ 91.9 ส่วนงวด 6 เดือนมีกำไรสุทธิ 588.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 98.4 ล้านบาท หรือร้อยละ 20.1 ผลจากการเติบโตของกำไรจาก ธุรกิจจัดจำหน่ายมือถือ และอุปกรณ์เสริมภายใต้ เจมาร์ท โมบาย และการเพิ่มขึ้นของส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในกิจการร่วมค้าและบริษัทร่วม โดยเฉพาะบริษัท บริหารสินทรัพย์ เจเค จำกัด, บริษัท เคบีเจ แคปปิตอล จำกัด, บริษัท ซิงเกอร์ประเทศไทย จำกัด (มหาชน) และ บริษัท บีเอ็น เอ็นเรสเตอรองท์ กรุ๊ป จำกัดหรือสุกี้ตี๋น้อย
โดย งบการเงินของ สุกี้ ตี้น้อย งวด 6 เดือน สิ้นสุด 30 มิถุนายน 2569 มีกำไรสุทธิ 335 ล้านบาท ขณะไตรมาส 2 มีกำไรจาก 48 ล้านบาท ลดลงจากงวดนี้ปี 68 ที่ทำไว้ 90 ล้านบาท ซึ่ง JMART ถือหุ้น สุกี้ ตี้น้อย ร้อยละ 30 จะได้รับส่วนแบ่งกำไร 100.5 ล้านบาท ขณะที่มีรายได้งวด 6 เดือนแรกปีนี้ที่ 2,966 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากงวดนี้ปี 68 ที่ทำได้ 2,390 ล้านบาท
สำหรับสุกี้ ตี้น้อย ตั้งเป้าหมายกำไรปีนี้แตะ 1 พันล้านบาท ซึ่งครึ่งปีแรกทำได้แล้ว 335 ล้านบาท แม้ว่าล่าสุด สุกี้ตี๋น้อยได้เปิดตัวแบรนด์ใหม่ “นายพราน หมูกระทะ” ซึ่งเป็นร้านบุฟเฟต์หมูกระทะ ถือเป็นการต่อยอดธุรกิจร้านอาหารของกลุ่มให้มีความหลากหลายมากขึ้น และเชื่อว่าการมีฐานลูกค้ากว้าง จะช่วยเสริมศักยภาพในการเข้าถึงกลุ่มลูกค้าใหม่ แต่ท่ามกลางการแข่งขันที่รุนแรง และการอัดโปรโมชั่นของคู่แข่งที่หลากหลาย จะกดดันยอดขายหรือการสร้างรายได้อย่างมีนัยสำคัญ