รฟท.-EEC ลุ้น ”ซี.พี.”ถอนหนังสือแจ้งใช้สิทธิ์สิ้นสุดสัญญาออกไปก่อน เพื่อบรรยากาศที่ดีในการเจรจาหาทางออก ด้านผู้ว่าฯรฟท.เผย 30 ก.ย.69 MOU เดินรถแอร์พอร์ตเรลลิงก์สิ้นสุด ไม่กระทบเดินรถ ชี้สัญญาหลักยังมีผล ทุกฝ่ายต้องปฎิบัติตามหน้าที่
รายงานข่าวจากกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า ความคืบหน้าโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน (ดอนเมือง - สุวรรณภูมิ - อู่ตะเภา) มูลค่า 224,544.36 ล้านบาท ภายหลังบริษัท เอเชีย เอรา วัน จำกัด (ซีพี.) ทำหนังสือลงวันที่ 6 ก.ค. 2569 ถึงการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เพื่อแจ้งใช้สิทธิตามสัญญาเพื่อยุติสัญญาร่วมลงทุน ส่วนโครงการจะเดินหน้าต่อหรือไม่อย่างไร ตอนนี้คงต้องรอความชัดเจนจากทางสำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) หรือ EECO และการพิจารณาของ คณะกรรมการนโยบายเขตพิเศษภาคตะวันออก (กพอ.) หรือบอร์ด EEC ที่มีนายอนุทิน ชาญีรกูล นายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ซึ่งขณะนี้ยังไม่มีกำหนดว่าจะประชุมกพอ.เมื่อใด
โดยเมื่อวันที่ 15 ก.ค.2569 มีการประชุมคณะกรรมการบริหารโครงการฯ และวันที่ 21 ก.ค.2569 ประชุมคณะกรรมการกำกับสัญญา ซึ่งมีรฟท., สำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.), เอกชน รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วม ซึ่งมีการเสนอให้ทาง ซี.พี. ถอนคืน หนังสือเมื่อวันที่ 6 ก.ค. 2569 ออกไปก่อน เพราะจะส่งผลดีต่อการเจรจาและแก้ปัญหาต่างๆ ร่วมกัน
ผู้สื่อข่าวสอบถามไปยังนายอนันต์ โพธิ์นิ่มแดง ผู้ว่าฯรฟท.ในประเด็นดังกล่าว ซึ่งนายอนันต์ กล่าวว่า ขณะนี้ ทางซี.พี. ยังไม่ได้มีการแจ้งถอนหนังสือฉบับวันที่ 6 ก.ค. 2569 ซึ่งก่อนหน้านี้มีการหารือร่วมกันว่าหากเป็นไปได้ อยากให้บริษัทฯ พิจารณาทบทวน และถอนหนังสือคืนไปก่อน เพื่อให้มีบรรยากาศที่ดีในการเจรจาร่วมกันและให้การพิจารณาของบอร์ด EEC มีความอิสระ
ทั้งนี้ ในการประชุมคณะกรรมการกำกับสัญญาณ รฟท.ได้รายงานสถานะและความคืบหน้าโครงการฯ รวมถึงกรณีการแก้ไขสัญญาร่วมลงทุนฯ ว่ามีกระบวนการดำเนินการอย่างไรบ้าง มีข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องอย่างไรบ้างและล่าสุดทางสำนักงานอัยการสูงสุดได้ตอบหนังสือมาเรียบร้อยแล้ว ซึ่งที่ผ่านมารฟท.ได้ดำเนินการตามคำสั่งเดิมของ บอร์ด EEC หรือ กพอ. ครบถ้วนแล้ว รวมถึงการนำโครงการช่วงบางซื่อ-รังสิต ในส่วนที่เป็นโครงสร้างร่วมกับโครงการรถไฟไทย-จีน สัญญา 4-1 มาดำเนินการเอง เพื่อแก้ปัญหาและเร่งรัดการดำเนินโครงการไม่ให้กระทบต่อโครงการรถไฟไทย-จีน ซึ่งเอกชนที่ร่วมประชุมในคณะกรรมการกำกับฯ ไม่ได้มีความเห็นแย้ง กรณีนี้แต่อย่างใด
ส่วนกรณีบันทึกความเข้าใจ (MOU) ให้ซี.พี.บริหารการเดินรถไฟฟ้า แอร์พอร์ต เรล ลิงก์ ซึ่งจะสิ้นสุดวันที่ 30 ก.ย.2569 นั้น รฟท.มีแผนรองรับอย่างไรเพื่อไม่ให้กระทบต่อการให้บริการประชาชน นายอนันต์กล่าวว่า ปัจจุบันสัญญาสัมปทานโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน ยังมีผลบังคับใช้อยู่ ซึ่งถือเป็นสัญญาหลักที่ไม่มีการเปลี่ยนแปลง ทำให้ยังคงมีผลให้เอกชนยังต้องปฏิบัติตามที่กำหนด เพราะยังเป็นอำนาจหน้าที่ ของแต่ละฝ่ายที่ต้องปฎิบัติและมีอยู่ตามสัญญา โดยเอกชนมีหน้าที่เดินรถ
“ตราบใดที่ สัญญาและอำนาจหน้าที่นี้ ยังไม่ได้มีการยกเลิก เอกชนก็ยังคงมีหน้าที่ในการเดินรถอยู่ซึ่งเรื่องนี้ ส่วนจะต้องมีการทำเป็น MOU ใหม่หรือมีรูปแบบอย่างใด จะมีการเจรจากันต่อไป”