"สตาร์เฟล็กซ์ " ไตรมาส 2 รายได้-กำไรสุทธิ ทำสถิติสูงสุดใหม่ โดยมีรายได้ 520.74 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.10% กำไรสุทธิ 79.15 ลบ. พุ่ง 48.91% อานิสงส์ราคาขายเพิ่ม - Product Mix หนุนมาร์จิ้น บอร์ดไฟเขียวจ่ายปันผลระหว่างกาลเป็นเงินสดอัตรา 0.17 บ./หุ้น ขึ้น XD วันที่ 26 ส.ค.นี้ กำหนดจ่าย 10 ก.ย. 69 ฟากซีอีโอเผยแผนครึ่งปีหลัง เตรียมยกระดับการผลิตด้วยเทคโนโลยีขั้นสูง ควบคู่ขยาย Green Packaging พร้อมเร่งเครื่อง “สตาร์ยูเนี่ยน แพคเกจจิ้ง” เสริมแกร่งธุรกิจ
ดร.สมโภชน์ วัลยะเสวี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สตาร์เฟล็กซ์ จำกัด (มหาชน) (SFLEX) ผู้ผลิตและจำหน่ายบรรจุภัณฑ์พลาสติกชนิดอ่อนชั้นนำในประเทศ เปิดเผยว่า ภาพรวมผลการดำเนินงานในไตรมาส 2/2569 บริษัทฯ มีรายได้รวม 520.74 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.10% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน มีรายได้รวม 472.95 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 79.15 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 48.91% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน มีกำไรสุทธิ 53.15 ล้านบาท ซึ่งทำสถิติสูงสุดใหม่ (New High)
ขณะที่ผลการดำเนินงานงวด 6 เดือนแรกปี 2569 มีรายได้รวม 1,016.23 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.81% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน มีรายได้รวม 969.52 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 140.84 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 19.03% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน มีกำไรสุทธิ 118.32 ล้านบาท
สำหรับปัจจัยที่สนับสนุนการเติบโตของรายได้มาจากการปรับราคาขายเพิ่มขึ้น เนื่องจากราคาต้นทุนวัตถุดิบและค่าขนส่งที่สูงขึ้น อีกทั้งมีการปรับ Product Mix เนื่องจากความต้องการบรรจุภัณฑ์แบบซองพร้อมหัวจ่าย (Pouch with Spout) เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะกลุ่มสินค้าอุปโภค ซึ่งในช่วงที่ผ่านมา บริษัทฯ จึงได้ลงทุนในเครื่องจักรเพื่อรองรับการผลิตบรรจุภัณฑ์ดังกล่าว ทำให้สามารถผลิตสินค้าที่มีความซับซ้อน ซึ่งผลิตภัณฑ์กลุ่มนี้ได้ช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มและอัตรากำไรที่สูงขึ้นให้แก่บริษัทฯ
นอกจากนี้ ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ มีมติจ่ายปันผลระหว่างกาลจากผลการดำเนินงานงวด 6 เดือนของปี 2569 ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม - 30 มิถุนายน 2569 เป็นเงินสดในอัตรา 0.17 บาท/หุ้น โดยกำหนดขึ้น XD วันที่ 26 สิงหาคม 2569 และกำหนดจ่ายเงินปันผลในวันที่ 10 กันยายน 2569
ที่ผ่านมาบริษัทฯ มีการบริหารจัดการวัตถุดิบ และต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้จากสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ภาคตะวันออกกลางทำให้บริษัทฯ ใช้กลยุทธ์ในการกระจายความเสี่ยงสำหรับการจัดหาวัตถุดิบจากหลายแหล่ง เพื่อลดผลกระทบของปัญหาห่วงโซ่อุปทานขาดแคลน ซึ่งในช่วงครึ่งหลังปี 2569 มีแผนยกระดับกระบวนการผลิตด้วยการนำเครื่องจักรใหม่ๆ และ เทคโนโลยี Automation มาใช้มากขึ้น เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน ลดของเสียจากการผลิตในระยะยาว และรองรับการเพิ่มกำลังการผลิตในอนาคต
นอกจากนี้ บริษัทฯ จะมุ่งเน้นการดำเนินธุรกิจที่สอดคล้องกับแนวทางความยั่งยืน (Sustainability) อย่างการขยายบรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม หรือบรรจุภัณฑ์รักษ์โลก (Green Packaging) ประเภท Mono-material มากขึ้น เพื่อขยายฐานลูกค้าและตอบสนองความต้องการของตลาดที่ให้ความสำคัญกับบรรจุภัณฑ์รักษ์โลกเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
อีกทั้ง บริษัทฯ มีแผนผลักดันการเติบโตของ บริษัท สตาร์ยูเนี่ยน แพคเกจจิ้ง จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทร่วมทุนกับ บริษัท ไทยยูเนี่ยน กราฟฟิกส์ จำกัด โดยเป็นบริษัทย่อยของ บมจ.ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป (TU) เพื่อเสริมศักยภาพการดำเนินธุรกิจและสร้างโอกาสการเติบโตในอนาคต ปัจจุบันได้เริ่มมีการเดินเครื่องเชิงพาณิชย์และทยอยรับคำสั่งซื้อเข้ามาแล้ว และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะช่วยสนับสนุนการเติบโตของบริษัทในระยะถัดไป
ส่วน Starprint Vietnam JSC (SPV) ประเทศเวียดนาม ซึ่ง SFLEX ถือหุ้นอยู่ 25% ยังมีการเติบโตที่ดี มีออเดอร์เข้ามาอย่างสม่ำเสมอ จากการเติบโตของเศรษฐกิจเวียดนามส่งผลให้บริษัทฯ เชื่อมั่นในศักยภาพการเติบโต และคาดจะสนับสนุนให้ภาพรวมรายได้ปีนี้ทะลุเป้าหมายที่ 2,200 ล้านบาทตามเป้าหมาย