xs
xsm
sm
md
lg

DRT แจงQ2/69 กำไรสุทธิ136.32 ล้าน ครึ่งปีหลังลุยตลาดซ่อมแซม-ขยายฐาน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:


สาธิต สุดบรรทัด
“ตราเพชร” เผยผลการดำเนินงานไตรมาส 2/69 ทำรายได้รวม 1,250.41 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 136.32 ล้านบาท และมีอัตรากำไรขั้นต้นที่ 26.36% ครึ่งปีหลังเน้นรักษาความสามารถทำกำไร ลุยเจาะกลุ่มลูกค้าต่อเติม ซ่อมแซม และปรับปรุงที่อยู่อาศัย รุกทำการตลาดแบบเฉพาะเจาะจงกลุ่มลูกค้า พร้อมขยายตลาดใหม่

นายสาธิต สุดบรรทัด ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ผลิตภัณฑ์ตราเพชร จำกัด (มหาชน) หรือ DRT
เปิดเผยว่าผลการดำเนินงานไตรมาส 2/69 สามารถเติบโตอย่างแข็งแกร่ง โดยมีรายได้รวม 1,250.41 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.17% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา และทำกำไรสุทธิ 136.32 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 41.18% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา นอกจากนี้ บริษัทฯ มีอัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 26.36% เพิ่มขึ้นจาก 23.48% ในช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้มีความท้าทายจากต้นทุนพลังงานที่เพิ่มขึ้น
 
ปัจจัยการเติบโตในไตรมาส 2/2569 มาจากการวางแผนบริหารจัดการต้นทุน กระบวนการผลิต และการจัดส่งสินค้าอย่างมีประสิทธิภาพ ขณะเดียวกัน บริษัทฯ มุ่งเน้นด้านการขายและทำการตลาดเชิงรุกในทุกช่องทางจำหน่าย ทั้งช่องทางร้านค้าผู้แทนจำหน่าย ห้างค้าปลีกสมัยใหม่ โครงการอสังหาริมทรัพย์ และส่งออก พร้อมทั้งรุกขยายฐานลูกค้าใหม่ในจังหวัดหลักและจังหวัดเมืองรอง เช่น วัดและศาสนสถาน, โรงแรม และรีสอร์ต
 
ขณะที่ภาพรวมผลการดำเนินงานช่วง 6 เดือนแรกของปี 2569 ยังคงทำกำไรได้อย่างแข็งแกร่ง แม้มีรายได้รวม 2,527.41 ล้านบาท ชะลอตัวเล็กน้อย 2.24% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ มีกำไรสุทธิ 279.83 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 38.06% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา โดยผลการดำเนินงานดังกล่าวสะท้อนศักยภาพการทำกำไรที่ดีขึ้น เพื่อสร้างผลตอบแทนที่คุ้มค่าจากเงินปันผลให้แก่ผู้ถือหุ้น ซึ่งมาจากการบริหารจัดการต้นทุนที่ดี และการขยายผลิตภัณฑ์ใหม่ให้มีความหลากหลาย ทั้งกลุ่มกระเบื้องหลังคา โครงหลังคาสำเร็จรูป ไม้สังเคราะห์ อิฐมวลเบา และพื้น SPC พร้อมบริการติดตั้งและจัดส่ง


ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร DRTกล่าวว่า ภาพรวมตลาดวัสดุก่อสร้างครึ่งปีหลังยังมีความท้าทายจากเหตุการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ซึ่งส่งผลกระทบต่อราคาน้ำมันและต้นทุนพลังงานที่ผันผวน อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ มุ่งรักษาอัตรากำไรขั้นต้นในปี 2569 อยู่ที่ระดับ 25% เพื่อสร้างผลกำไรที่ดี โดยแผนการดำเนินงานช่วงครึ่งปีหลัง บริษัทฯ จะทำการตลาดแบบเฉพาะเจาะจงกลุ่มลูกค้าและพื้นที่ที่มีศักยภาพ โดยเห็นโอกาสจากตลาดต่อเติม ซ่อมแซม และปรับปรุง

ที่อยู่อาศัยที่ยังมีโอกาสเติบโต เช่น การเปลี่ยนหลังคาเพื่อแก้ไขปัญหารั่วซึม, การเปลี่ยนพื้นให้มีคุณสมบัติทนความชื้นได้ดี ฯลฯ พร้อมทั้งรุกขยายฐานลูกค้าใหม่ไปยังกลุ่มอสังหาริมทรัพย์และอาคารหลากหลายประเภท

นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังเห็นโอกาสจากจากการลงทุนพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ในบางพื้นที่ โดยเฉพาะจังหวัดที่มีศักยภาพจากการขยายตัวของชุมชน เมือง เขตอุตสาหกรรม และโครงสร้างพื้นฐาน รวมถึงการขยายตลาดใหม่ เช่น ผลิตภัณฑ์หลังคา uPVC “AIR ROOF” ที่เหมาะกับการต่อเติมหลังคาอาคาร โรงจอดรถ และอาคารฟาร์ม, การนำเสนอกระเบื้องหลังคาคอนกรีตที่ยึดแผงโซลาร์เซลล์ (Solar Mounting) ควบคู่กับบริการติดตั้งหลังคาทั้งระบบ โดยมุ่งเน้นโครงการบ้านจัดสรรและเจ้าของบ้านที่ต้องการลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงาน สอดคล้องกับมาตรการรัฐที่ส่งเสริมประชาชนติดตั้งโซลาร์เซลล์เพิ่มขึ้น