หลายคนเจอช่วงเวลา ที่ไม่คาดคิดว่าจะมาถึง ไม่ว่าจะเป็นผู้ชาย หรือ ผู้หญิง ก็ต้องลงสนามต่อสู้เพื่อเอาตัวรอด บนเวที ที่อาจจะไม่มีใครได้เปรียบหรือ เสียเปรียบ วันนี้ มีตัวอย่างของคุณแม่เลี้ยงเดี่ยวที่ต้องเลิกรากับสามี มาพร้อมกับเงินสดก้อนสุดท้าย 10,000 บาท มีวิธีการอย่างไร สร้างธุรกิจจากเงินก้อนสุดท้ายนี้ จนวันนี้ กลายเป็นเจ้าของบริษัทฯ สร้างกำไรเดือนละกว่า 200,000 บาท ภายในระยะเวลาไม่ถึง 1 ปี
จากเงินก้อนสุดท้าย 10,000 บาท
ต่อยอดสร้างธุรกิจเล็กแม่เลี้ยงเดี่ยว
นางสาวฌัชฎาภรณ์ หนูเอียด (คุณหละ) เจ้าของ บริษัท มารียาซัพพลายแอนด์เซอร์วิส จำกัด เล่าว่า มารียาซัพพลายแอนด์เซอร์วิส เป็นธุรกิจที่ให้บริการทั่วไป พร้อมกับรับเหมาและจำหน่ายสี จุดเริ่มต้นมาจาก ตนเองเคยทำงานร่วมกับสามี โดยเป็นตัวแทนจำหน่ายสียี่ห้อหนึ่ง และเมื่อ 2 ปีที่ผ่านมา เกิดเหตุการณ์ที่ทำให้ต้องเลิกรากันไป
โดยตอนนั้น คุณหละ บอกว่า เธอก็มีเงินติดตัวมาเริ่มต้นธุรกิจประมาณ 10,000 บาท พร้อมกับรถยนต์กระบะสี่ประตูที่ได้มาหลังจากที่ได้เลิกรากับสามีในครั้งนั้น 2 คัน ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับผู้หญิงตัวคนเดียวในการเลี้ยงและดูแลลูกๆ กับเงินเพียงแค่นี้ ทั้งภาระค่าใช้จ่ายต่างทั้งของตนเอง และค่าใช้จ่ายในการดูแลครอบครัว และลูกๆ และด้วยเงินที่มีอยู่อย่างจำกัด การลงทุนหรือใช้จ่ายอะไรก็ต้องระมัดระวังมาก
ใครอยากให้ทำอะไรก็ทำหมด ไม่เลือกงานไม่ยากจน
“โดยเงิน 10,000 บาทที่มี เราจะผิดพลาดไม่ได้ ต้องได้กำไรกลับมาเท่านั้น เพื่อนำมาเป็นค่าใช้จ่ายของตนเองและลูกๆ ช่วงนั้นใครให้ทำอะไร “หละ” ก็พยายามจะรับ และทำให้ได้ดีที่สุด ซึ่งโชคดีที่ก่อนหน้านั้น ก็จะมีลูกค้าที่เราเคยเข้าไปรับงานเกี่ยวกับสีที่ทำกับสามี ในนิคมอุตสาหกรรม และแท่นขุดเจาะกลางทะเล ที่จังหวัดสงขลา พอเค้าเห็นว่าเรากำลังอยู่ในสถานการณ์ที่ลำบาก และต้องการจะหารายได้ในช่วงนั้น พอมีงานอะไร และเห็นว่าน่าจะทำให้ก็ให้โอกาสเราได้ทำ”
สำหรับงานแรกเป็นงานรับเหมาทาสี เป็นงานที่เราถนัด งานแรกได้กำไรอยู่ประมาณ 8,000 บาท และรถที่มีอยู่ ก็นำให้ลูกค้าได้เช่าตอนนั้นได้อยู่ 5,000 บาท รวมแล้วพอจะมีกำไร ไปรวมกับงานอื่นๆ มีรายได้กำไรเดือนแรกประมาณ 20,000 บาท ได้นำกลับมาเป็นค่าใช้จ่ายส่วนตัว และเป็นเงินหมุนเวียนเพื่อรับงานอื่นๆ ได้มากขึ้น กว่าจะผ่านตรงจุดที่ลำบาก มาได้ก็ต้องใช้เวลา 6-7 เดือน ซึ่งถ้าวันนั้นเราไม่เลือกที่จะวิ่งชน รับงานทุกอย่าง ก็คงจะไม่ได้มาถึงวันนี้ เพราะการที่เราจะเข้าไปของานใคร ก็ต้องสามารถยอมรับเงื่อนไขเค้าได้ทั้งหมด เป็นเหตุผลที่สามารถผ่านมาได้
ทั้งนี้ ที่ผ่านมา งานที่ลูกค้าให้โอกาสเราได้เข้าไปทำหลากหลายมาก ไม่ว่าจะเป็นงานบริการทั่วๆไป เช่น ดูแลสำนักงาน ทำสวนตัดต้นไม้ ตัดหญ้า ซ่อมไฟฟ้า งานซ่อมต่างๆ รับหมด และมีออฟฟิศที่ให้งานดูแลสวนกับเราต่อเนื่องหลายปี ทำให้เราได้งานตรงนี้มาเป็นรายได้ประจำที่ได้รับต่อเนื่องไปอีกหลายปี
นอกจากนี้ บริษัทฯ แท่นขุดเจาะกลางทะเล ยังได้ให้เราช่วยเป็นคนกลางในการดำเนินการจัดซื้อของใช้อุปกรณ์สำนักงาน หรืออะไรที่เค้าต้องการ เพราะด้วยข้อจำกัดอยู่กลางทะเล เวลาจะขึ้นมาซื้อของเองก็จะลำบาก ก็จะมอบหมายหน้าที่ตรงนี้ให้เราช่วยดำเนินการให้ ถือว่าเป็นรายได้ที่ดีในแต่ละปี มีรายได้ตรงนี้หลักแสนบาท ส่วนรถที่เราได้มา นำมาสร้างรายได้ โดยมีบริการให้เช่ารถ ส่วนใหญ่จะเป็นลูกค้าออฟฟิศ สำนักงานแท่นขุดเจาะ เช่นกัน เวลาขึ้นมาบนบก ต้องการรถ ก็จะใช้บริการรถเช่าของเรา ซึ่งเป็นรถที่เราได้มาจากเมื่อครั้งเลิกกับสามี
เดินมาไกลเกินฝัน จากแค่หาเงินเลี้ยงลูก สู่บริษัทเล็กๆ ทำกำไรปีละหลักล้าน
คุณหละ พูดว่า ปัจจุบัน อยู่ในสถานะที่มาไกลเกินคาด จากเงินก้อนสุดท้าย 10,000 บาท สามารถต่อยอด จนมีรายได้จากกำไรเดือนละกว่า 2 แสนบาท ซึ่งส่วนหนึ่งมาจากพื้นฐานเดิมที่เคยช่วยสามีทำงานด้านตัวแทนจำหน่ายสี แต่ถ้ายังคงยึดการตัวแทนจำหน่ายสี ก็คงจะพับม้วนเสื่อไปตั้งนานแล้ว เพราะการแข่งขันสูง แต่สิ่งที่สามารถอยู่ได้ และเดินมาถึงวันนี้ได้ เพราะไม่ได้ต้องการแค่ขายสี แต่เราขายงานบริการที่ลูกค้าต้องการ ควบคู่ไปกับการขายสี เนื่องจากสีหาซื้อที่ไหนก็ได้ แต่เค้าเลือกที่จะซื้อกับเรา เพราะเราเหมือนเป็น ONE STOP SERVICE ไม่ได้แค่สี แต่ได้ช่างทาสีไปด้วย
ถ้าถามว่ากำไรเดือนละกว่า 2 แสนบาท มาจากไหน มาจาก4 งานหลัก คือ รับเหมาทาสี มาพร้อมกับการขายสี งานบริการต่างๆ เช่น งานรับตัดหญ้าให้กับสำนักงาน รับหาช่างรับเหมาซ่อมบำรุง ต่างๆ ในออฟฟิศ รายได้จากการให้บริการเช่ารถ และ รายได้จากงานจัดหาซื้อวัตถุอุปกรณ์ ที่ทางบริษัทลูกค้า ให้เราช่วยไปหามาให้ ทั้งอุปกรณ์สำนักงานทั่วไป และอุปกรณ์งานซ่อมบำรุง ฯลฯ
จุดเปลี่ยนทำให้เรามีรายได้ และสามารถเปิดบริษัทดูแลครอบครัวได้มาจากการได้รับงานทาสี ซึ่งเป็นโปรเจ็คใหญ่ ของทาง บริษัทฯ ด้านพลังงานบนแท่นจุดเจาะมูลค่างานในครั้งนั้นประมาณ 1 ล้านกว่าบาท การได้งานในครั้งนี้ เหมือนเปลี่ยนชีวิตของเราไปเลย จากทำเล็กๆ เริ่มจะมีพนักงานมาช่วยทำบัญชี มาช่วยงานอื่นๆ มาจนถึงปัจจุบันทำมา 2 ปี มีพนักงาน 3 คน และเจออุปสรรคอีกครั้ง เมื่อซัพพลายเออร์ ขายสีแจ้งมาว่า ช่วงสงครามราคาสีปรับขึ้น 15-20 เปอร์เซ็นต์ เราก็ต้องหาเงินกู้มาเพื่อที่จะต้องสต็อกสีก่อนปรับราคา โชคดีที่ได้ธนาคารเอสเอ็มอีมาช่วยซัพพร็อตและปล่อยเงินกู้ อุปสรรคเข้ามาให้ทดสอบความอดทนของเรา แต่ถ้าเราสู้ ..ก็จะผ่านไปได้
โทร. 09-3581-3115
คลิก Like เพื่อมาเป็นแฟนเพจของหน้า "SMEsผู้จัดการ" รับข่าวสารในแวดวงธุรกิจเอสเอ็มอีที่สมบูรณ์แบบที่สุด