xs
xsm
sm
md
lg

SCG CBM ยกระดับรง. Q-CON สงขลา ฐานผลิตอิฐมวลเบาอัจฉริยะแห่งแรกในอาเซียน เจาะภาคใต้-ส่งออก

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



“ เอสซีจี ซิเมนต์-ผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง” ชี้การลงทุนจากภาครัฐ เป็นเครื่องยนต์หลักหนุนภาคการก่อสร้างเติบโต ขณะที่โครงการบ้านใหม่ชะลอตัว ตามภาวะตลาด ส่วนตลาดรีโนเวทบ้านเดิมขยายตัวดี เดินหน้าเร่งเสริมความแข็งแกร่งธุรกิจซีเมนต์และวัสดุก่อสร้างระยะยาว ยกระดับโรงงาน Q-CON สงขลา สู่ฐานผลิตอิฐมวลเบาอัจฉริยะแห่งแรกในอาเซียน ด้วยเม็ดเงินลงทุนกว่าพันล้านบาท เสนอภาครัฐมีมาตรการ กวดขัน โรงงานจากประเทศจีนที่มาตั้งฐานผลิตในไทย ให้อยู่ภายใต้กฎหมายและสิ่งแวดล้อม

นายวิโรจน์ รัตนชัยสิทธิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ เอสซีจี ซิเมนต์-ผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง (SCG CBM) เปิดเผยว่า บริษัทได้ยกระดับโรงงาน Q-CON สงขลา ให้เป็นฐานผลิตอิฐมวลเบาอัจฉริยะแห่งแรกในอาเซียน ซึ่งภาพรวมตลาดวัสดุก่อสร้างในครึ่งหลังของปี 2569 การลงทุนจากภาครัฐ จะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญและกระตุ้นต่อภาคก่อสร้างในประเทศไทยได้ เนื่องจากภาคเศรษฐกิจยังไม่ได้ปรับฟื้นตัว ภาคครัวเรือนมีการประหยัดในการจับจ่ายใช้สอย แต่ในตลาดที่เกี่ยวกับการปรับปรุงที่อยู่อาศัย ยังมีอัตราการเติบโตอยู่ ต่างกับโครงการที่อยู่อาศัยเปิดใหม่ อาจจะลดน้อยลง เนื่องจากยังมีสต๊อกคงค้างจำนวนมาก ประกอบกับทิศทางของราคาบ้านที่ปรับขึ้น อันเป็นผลมาจากต้นทุนด้านพลังงานผันผวน ทำให้ผู้บริโภคเกิดความกังวลบ้านใหม่แพง ทำให้ตัวเลขการโอนกรรมสิทธิ์ในช่วงปลายไตรมาสที่ผ่านมาสูงขึ้น 
  


“เรายังต้องติดตามต่อว่า ภาคอสังหาฯจะเติบโตไปทิศทางอย่างไรบ้าง แต่แน่นอน ตลาดปูนซีเมนต์จะยังได้อานิสงส์บวกเล็กน้อย จากการลงทุนจากงบภาครัฐที่ลงมา”

สำหรับตลาดในต่างประเทศในภูมิภาคอาเซียนนั้น ทาง เอสซีจี ได้มองในมุมของการเติบโต ได้แก่ ประเทศเวียดนาม และการที่ผู้นำประเทศไทย ได้เยือนประเทศอินโดนีเซีย ถือเป็นสัญญาณที่ดีในเรื่องของความร่วมมือที่จะเกิดขึ้นตามมา

นายวิโรจน์ กล่าวถึงสิ่งที่ทาง เอสซีจี ได้ Transform มาแล้วว่า อุตสาหกรรมวัสดุก่อสร้างกำลังเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญ จากพฤติกรรมลูกค้าที่หลากหลาย เทคโนโลยีที่เร่งการแข่งขัน และความท้าทายทางธุรกิจที่ซับซ้อนขึ้น SCG CBM จึงเร่งเสริมความแข็งแกร่งและความยืดหยุ่นของธุรกิจ ผ่าน 4 กลยุทธ์หลัก ได้แก่ Customer Centric, Portfolio Management, Operational Excellence และ Sustainability & Export Expansion


วอนรัฐ เร่งกวดขันโรงงานจากจีนตั้งฐานในไทย

นายวิโรจน์ กล่าวยอมรับว่า ที่ผ่านมาและจนถึงปัจจุบัน สินค้าจากประเทศจีนมีการเข้าสู่ตลาดประเทศไทยอย่างต่อเนื่องและเป็นจำนวนมาก ซึ่งถ้ามองในเรื่องของสินค้าแล้ว SCG ไม่มีความกังวล โดยเราได้เตรียมพร้อมมานานแล้ว ในเรื่องของการปรับกระบวนการผลิต การดูแลและบริหารต้นทุนสินค้าให้เกิดประสิทธิภาพ แต่คงไว้ซึ่งคุณภาพ แต่ขอเรียกร้องให้รัฐบาลเข้มงวดกวดขันโรงงานจากจีนเข้ามาตั้งฐานการผลิตในประเทศไทย ทั้งในเรื่องใบอนุญาตจัดตั้งโรงงาน เรื่องของสิ่งแวดล้อม ซึ่งเราก็หวังว่า “การที่จีนเข้ามาตั้งโรงงาน เราขอให้แต้มเท่าๆกัน ขออย่าต่อยใต้เข็มขัด”

นอกจากนี้ ทางเอสซีจี ได้พัฒนาสินค้าสูตรเฉพาะพื้นที่ เช่น ภาคใต้ เรามีปูนงานโครงสร้าง ทนทานพิเศษ เอสซีจีน คาร์บอนต่ำ หรือ สูตรปูนคนใต้ ที่ทนทานต่อไอเค็มและสภาพแวดล้อมชายฝั่งทะเล

“ตลาดภาคใต้ มีความสำคัญ โดยมียอดขายคิดสัดส่วนร้อยละ 18-19 ของยอดขายทั้งประเทศ จากทั้งหมด 6 ภาค ยังเป็นฐานสำคัญในการผลิตของ SCG CBM ส่งออกไปยังตลาดสำคัญ และเสริมขีดความสามารถในการแข่งขัน”


นายณรงค์เวทย์ วจนพานิช กรรมการผู้จัดการ บริษัท ควอลิตี้คอนสตรัคชั่นโปรดัคส์ จำกัด (มหาชน) หรือ Q-CON กล่าวถึงโอกาสของการขยายตลาดในภาคใต้ว่า มีช่องทางที่จะเพิ่มส่วนแบ่งตลาดให้กับ Q-CON ได้ เนื่องจากโรงงาน Q-CON สงขลา จะเป็นฐานขยายตลาดในภาคใต้ แม้ว่าปัจจุบันกว่า 80-90% การก่อสร้างจะใช้อิฐแดงเป็นหลัก แต่หากพิจารณาภาพรวมทั้งประเทศแล้ว อิฐมวลเบาสามารถเพิ่มแชร์ได้มาอยู่ที่ 50% เนื่องจากโรงงานผลิตส่วนใหญ่จะอยู่ในพื้นที่ภาคกลาง

โรงงานแห่งนี้ ใช้เงินลงทุนประมาณ 1,057 ล้านบาท มีกำลังการผลิต 3.9 ล้านตารางเมตรต่อปี พร้อมยกระดับเป็นฐานการผลิตอัจฉริยะด้วยการนำ Automation, Digital Technology มาใช้ตลอดกระบวนการผลิต