xs
xsm
sm
md
lg

แพงหูฉี่ ต้อนรับวันแม่! ดอกมะลิราคาพุ่งกระฉูด ลิตรละ 1,000 บาท

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



กรมการค้าภายในลงพื้นที่ปากคลองตลาด เช็กสถานการณ์ดอกมะลิรับวันแม่ พบราคาพุ่งกระฉูดแตะลิตรละ 1,000 บาท แนะประชาชนเปรียบเทียบราคา คุณภาพ จากหลายร้าน ย้ำผู้ค้าต้องปิดป้าย่ให้ชัดเจน จำหน่ายราคาสมเหตุสมผล ห้ามฉวยโอกาสขึ้นราคา หากพบผิดดำเนินการเอาผิดเด็ดขาด

นายจิรวุฒิ สุวรรณอาจ รองอธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยภายหลังเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์การจำหน่ายดอกมะลิ ณ ศูนย์กลางตลาดดอกไม้ (ปากคลองตลาด 2) เขตตลิ่งชัน และตลาดยอดพิมาน เขตพระนคร ว่า ในช่วงก่อนวันแม่แห่งชาติ ความต้องการใช้ดอกมะลิและพวงมาลัยเพิ่มขึ้นตามปกติของเทศกาล ขณะที่ปีนี้ผลผลิตมะลิออกสู่ตลาดน้อยกว่าปีที่ผ่านมา ส่งผลให้ราคาปรับตัวสูงขึ้นตามกลไกตลาด กรมจึงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ทั้งด้านราคา ปริมาณสินค้า และการแสดงราคาจำหน่าย เพื่อดูแลให้การซื้อขายเป็นธรรมและไม่ให้ประชาชนถูกเอาเปรียบในช่วงที่มีความต้องการซื้อสูง

จากการสำรวจ พบว่า มะลิสดดอกใหญ่เกรด A ในร้านค้าปลีกจำหน่ายประมาณ 1,000 บาท/ลิตร ขณะที่ร้านค้าส่งอยู่ที่ประมาณ 850 บาท/ลิตร ส่วนมะลิสดโดยรวมพบราคาประมาณ 750–1,000 บาท/ลิตร ขึ้นอยู่กับขนาด คุณภาพ ความสด และแหล่งจำหน่าย สำหรับพวงมาลัยมะลิสด ขนาดใหญ่ราคา 200–300 บาท/พวง ขนาดกลาง 50–100 บาท/พวง และขนาดเล็ก 35–50 บาท/พวง โดยระดับราคามีความแตกต่างกันตามขนาด คุณภาพ และรูปแบบของสินค้า

ทั้งนี้ จากการสอบถามผู้ค้า พบว่า ดอกมะลิที่เข้าสู่ตลาดส่วนใหญ่มาจากจังหวัดนครสวรรค์และกำแพงเพชร โดยปีนี้ มีผลผลิตออกสู่ตลาดน้อยกว่าปีที่ผ่านมา เนื่องจากมีฝนตกชุกและอากาศเย็น ทำให้มะลิออกดอกน้อย ประกอบกับก่อนหน้านี้มีการเก็บเกี่ยวผลผลิตออกไปเป็นจำนวนมากแล้ว ขณะที่ช่วงวันแม่แห่งชาติมีความต้องการซื้อเพิ่มสูงขึ้น จึงเป็นปัจจัยที่ทำให้ราคาดอกมะลิในช่วงนี้ปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งเป็นการปรับขึ้นในระยะสั้นตามภาวะผลผลิตและความต้องการของตลาด

สำหรับประชาชนที่ต้องการซื้อดอกมะลิหรือพวงมาลัยในช่วงวันแม่ ขอให้พิจารณาเปรียบเทียบทั้งราคา คุณภาพ ขนาด และปริมาณก่อนตัดสินใจ ไม่จำเป็นต้องซื้อจากร้านแรกที่พบ เพราะแต่ละร้านอาจมีราคาแตกต่างกันตามคุณภาพและต้นทุน การเปรียบเทียบจะช่วยให้ประชาชนเลือกซื้อได้ตรงกับความต้องการและงบประมาณ และได้รับความเป็นธรรมในการซื้อสินค้า

อย่างไรก็ตาม กรมได้กำชับผู้ประกอบการให้ปิดป้ายแสดงราคาสินค้าอย่างชัดเจนและเปิดเผย เพื่อให้ผู้บริโภคสามารถตรวจสอบและเปรียบเทียบราคาได้ง่ายก่อนตัดสินใจซื้อ และต้องจำหน่ายในราคาเดียวกับที่แสดงไว้ โดยขอให้ผู้ค้าจำหน่ายใน ราคาที่เหมาะสม สอดคล้องกับต้นทุนและสภาพตลาด ไม่ฉวยโอกาสปรับราคาสูงเกินสมควรในช่วงที่มีความต้องการเพิ่มขึ้น หากพบพฤติการณ์จำหน่ายในราคาสูงผิดปกติ หรือมีข้อร้องเรียนเกี่ยวกับการฉวยโอกาสขึ้นราคา หากตรวจสอบพบว่าเป็นการจำหน่ายสินค้าในราคาสูงเกินสมควรโดยไม่มีเหตุผลอันเหมาะสม อาจเข้าข่ายเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ.2542 กรมจะดำเนินการตามกฎหมายต่อไป โดยกฎหมายกำหนดโทษกรณีจำหน่ายสินค้าในราคาสูงเกินสมควรไว้ถึงจำคุกไม่เกิน 7 ปี หรือปรับไม่เกิน 140,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ