เบโซสเจ้าพ่ออเมซอน ร่วมทุนซื้อหุ้นลิเวอร์พูล 30% มูลค่า 6 หมื่นล้านบาท โดยมีการตกลงกันในหลักการแล้ว แต่ขั้นตอนสุดท้ายอาจต้องใช้เวลาอีกราวหนึ่งเดือน
รายงานจาก Reuters เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2026 ระบุว่า กลุ่มนักลงทุนที่มี Jeff Bezos ผู้ก่อตั้ง Amazon, Eduardo Saverin ผู้ร่วมก่อตั้ง Facebook และนำโดย Amit Bhatia นักธุรกิจอังกฤษเชื้อสายอินเดีย อดีตผู้ถือหุ้น Queens Park Rangers กำลังเข้าใกล้ข้อตกลงซื้อหุ้นประมาณหนึ่งในสามของ Liverpool FC
The Guardian รายงานว่า ดีลดังกล่าวอาจอยู่ที่ประมาณ 1.35 พันล้านปอนด์ หรือประมาณ 59,000–60,000 สำหรับหุ้นประมาณ 30% และมีการตกลงกันในหลักการแล้ว แต่ขั้นตอนสุดท้ายอาจต้องใช้เวลาอีกราวหนึ่งเดือน
ที่ผ่านมามีการตีมูลค่า Liverpool ทั้งสโมสรไว้ประมาณ 4.4–4.5 พันล้านปอนด์ หรือประมาณ 1.94–1.99 แสนล้านบาท ซึ่งใกล้เคียงกับการประเมินของ Forbes เดือนพฤษภาคม 2026 ที่ให้ Liverpool มีมูลค่า 6.2 พันล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 4.6 พันล้านปอนด์ และจัดเป็นสโมสรฟุตบอลมูลค่าสูงอันดับ 4 ของโลกในเวลานั้น
*จาก 300 ล้านปอนด์ สู่เกือบ 4.5 พันล้านปอนด์
อย่างไรก็ตามเมื่อย้อนดูประวัติการเปลี่ยนมือของ Liverpool จะเห็นว่ามูลค่าสโมสรเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาลในเวลาไม่ถึง 20 ปี
ดีลปี 2007 มีข้อมูลค่อนข้างชัด เพราะประกาศซื้อหุ้น Liverpool อยู่ที่ 174.1 ล้านปอนด์และเมื่อรวมภาระหนี้สุทธิ 44.8 ล้านปอนด์ทำให้มูลค่ากิจการทั้งหมดอยู่ที่ 218.9 ล้านปอนด์
เพียงสามปีต่อมาในเดือนตุลาคม 2010 New England Sports Ventures หรือ NESV เข้าซื้อ Liverpool จาก Hicks และ Gillett ในดีลที่ตีมูลค่าสโมสร 300 ล้านปอนด์พร้อมจัดการหนี้ที่เจ้าของเดิมนำมาไว้กับสโมสร โดย Liverpool FC เองบันทึกเหตุการณ์นี้ไว้ในประวัติอย่างเป็นทางการ
จากนั้น FSG ไม่ได้ขายสโมสรทั้งหมด แต่เปิดรับผู้ลงทุนบางส่วน โดยในปี 2023 Dynasty Equity ซื้อหุ้นส่วนน้อยใน Liverpool ตัวเลขอย่างเป็นทางการไม่ได้เปิดเผย แต่ Reuters ระบุว่าสื่ออังกฤษรายงานมูลค่าราว $100–200 ล้าน เงินที่ได้ถูกนำไปช่วยลดหนี้และรองรับค่าใช้จ่ายจากการขยาย Anfield รวมถึงโครงสร้างพื้นฐานของสโมสร
*FSG ฟันกำไรมหาศาล
ถ้าเอาราคาที่ FSG ซื้อ Liverpool ในปี 2010 คือ £300 ล้าน เทียบกับ implied valuation ล่าสุดประมาณ £4.4 พันล้าน เท่ากับมูลค่าสโมสรเพิ่มขึ้นประมาณ 14.7 เท่า หรือราว +1,367% ในเวลาเกือบ 16 ปี โดยเป็นการเปรียบเทียบมูลค่ากิจการ ไม่ได้หมายความว่า FSG ได้กำไรเงินสดจำนวนนี้ทันที เพราะ FSG ยังไม่ได้ขายหุ้นทั้งหมด และมีการลงทุนในสนาม นักเตะ และโครงสร้างพื้นฐานตลอดช่วงที่ผ่านมา
สิ่งที่น่าสนใจยิ่งกว่าคือ หากขายหุ้นประมาณ 30% ได้ £1.35 พันล้าน จริง เงินจากการขายหุ้นก้อนเดียวจะมีมูลค่ามากกว่า 4 เท่าของราคาที่ FSG ใช้ซื้อ Liverpool ทั้งสโมสรในปี 2010 แม้จะต้องดูโครงสร้างดีลว่าเงินทั้งหมดเป็นการซื้อหุ้นจาก FSG หรือมีส่วนเพิ่มทุนเข้าลิเวอร์พูลด้วยก็ตาม ดูน้อยลง