xs
xsm
sm
md
lg

MINT สยายปีก Bonchonทุ่ม 1.65 พันล้านซื้อสิทธินอกอเมริกา ต่อยอดจากธุรกิจในไทย

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



MINT เดินหน้าขยายธุรกิจ Bonchon ส่งบริษัทย่อยในสิงคโปร์เข้าซื้อหุ้น Bonchon International Inc. 100% มูลค่า 50 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 1,650 ล้านบาท ผงาดถือครองทรัพย์สินทางปัญญาของแบรนด์ Bonchon สำหรับพื้นที่นอกทวีปอเมริกา เปิดทางรับรายได้จากค่าลิขสิทธิ์และค่าธรรมเนียมแฟรนไชส์เต็มรูปแบบ

บริษัท ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หรือ MINT แจ้งต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2569 ว่า MFG International Holding (Singapore) Pte. Ltd. ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของ MINT จะเข้าซื้อหุ้น Bonchon International Inc. จากกลุ่มผู้ถือหุ้นเดิมในสัดส่วน 100%

มูลค่าการลงทุนอยู่ที่ 50 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 1,650 ล้านบาท ไม่รวมรายการปรับปรุงเพิ่มเติมตามมูลค่าของสินทรัพย์ ณ วันปิดรายการ โดยใช้แหล่งเงินทุนจากเงินกู้ยืมของสถาบันการเงิน และคาดว่าธุรกรรมจะเสร็จสิ้นภายในเดือนสิงหาคม 2569

สำหรับข้อตกลงครั้งนี้ MINT จะเข้าซื้อ Bonchon International Inc. 100% ซึ่งบริษัทดังกล่าวเป็นผู้ถือครองทรัพย์สินทางปัญญาของแบรนด์ Bonchon สำหรับตลาดนอกทวีปอเมริกา ทำให้ MINT ได้สิทธิในแบรนด์ Bonchon สำหรับพื้นที่ดังกล่าว และสามารถสร้างรายได้เพิ่มจากค่าลิขสิทธิ์และค่าธรรมเนียมแฟรนไชส์ หากแบรนด์ขยายสาขาในต่างประเทศมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม ผู้สื่อข่าว รายงานว่าดีลนี้ไม่ใช่การซื้อ Bonchon ในประเทศไทย เพราะธุรกิจ Bonchon Thailand อยู่ภายใต้กลุ่ม Minor Food อยู่ก่อนแล้ว

ย้อนกลับไปในปี 2562 MINT เข้าซื้อหุ้น 100% ในบริษัท Chicken Time Co., Ltd. ซึ่งเป็นผู้ดำเนินธุรกิจ Bonchon ในประเทศไทย ด้วยมูลค่าประมาณ 2,000 ล้านบาท ทำให้ Minor Food เข้ามาบริหาร Bonchon ในไทยโดยตรงตั้งแต่นั้นมา

ดังนั้น หากมองภาพรวม การลงทุนของ MINT ใน Bonchon มีอยู่ 2 ช่วงสำคัญ คือ ช่วงแรกเข้าซื้อ ธุรกิจร้าน Bonchon ในไทย และช่วงล่าสุดเข้าซื้อ บริษัทที่ถือสิทธิทรัพย์สินทางปัญญาของแบรนด์ในพื้นที่นอกทวีปอเมริกา

เมื่อรวมมูลค่าดีลสำคัญสองครั้ง MINT ใช้เงินลงทุนกับ Bonchon ไปแล้วอย่างน้อยประมาณ 3,650 ล้านบาท แบ่งเป็นประมาณ 2,000 ล้านบาทสำหรับธุรกิจในไทย และอีก 1,650 ล้านบาทสำหรับ Bonchon International โดยเป็นการลงทุนในสินทรัพย์คนละส่วนกัน ไม่ใช่การซื้อแบรนด์ทั้งโลกในครั้งเดียว

ในเชิงยุทธศาสตร์ ดีลล่าสุดสะท้อนว่า Minor กำลังขยับบทบาทจากการเป็นเพียงผู้ดำเนินร้านอาหาร ไปสู่การถือสิทธิและสร้างรายได้จากเครือข่ายแฟรนไชส์มากขึ้น ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางขยายธุรกิจแบบ Asset-light ที่ใช้โมเดลแฟรนไชส์ช่วยเพิ่มจำนวนสาขาโดยไม่ต้องลงทุนเปิดร้านเองทั้งหมด

โดยจากเดิมที่ Minor มีรายได้จากการขายอาหารผ่านร้าน Bonchon ในไทย แต่กำลังเพิ่มโอกาสสร้างรายได้จาก ค่าลิขสิทธิ์และค่าธรรมเนียมแฟรนไชส์ของ Bonchon ในตลาดต่างประเทศ มากขึ้น ซึ่งหลังธุรกรรมเสร็จสิ้น Bonchon International Inc. จะกลายเป็นบริษัทย่อยของ MINT ขณะที่บริษัทระบุว่ารายการดังกล่าวไม่เข้าข่ายรายการได้มาซึ่งสินทรัพย์ที่มีนัยสำคัญ และไม่เป็นรายการที่เกี่ยวโยงกันตามหลักเกณฑ์ตลาดทุน