‘บางกอกแล็ป แอนด์ คอสเมติค ’ ประกาศผลงานไตรมาส 2 มีรายได้จากการขายและให้บริการ 399.0 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 30.2 ล้านบาท ชูกลุ่มผลิตภัณฑ์สมุนไพรเติบโตโดดเด่นสวนกระแสเศรษฐกิจชะลอตัว โดยเฉพาะแบรนด์ Plaivana ยอดขายพุ่ง 18% พร้อมความสำเร็จด้านนวัตกรรม ผลักดัน “Glucovia” เข้าสู่บัญชีนวัตกรรมปี 2569 บอร์ดเคาะจ่ายเงินปันผล 0.05 บาทต่อหุ้น เตรียมขึ้น XD 21 สิงหาคมนี้ เดินเครื่องโรงงานแห่งใหม่หลังก่อสร้างแล้วเสร็จ เตรียม Test Run รองรับการเติบโตในอนาคต
ภก.สุวิทย์ งามภูพันธ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บางกอกแล็ป แอนด์ คอสเมติค จำกัด (มหาชน) หรือ BLC ผู้ผลิต และจำหน่ายผลิตภัณฑ์ยาแผนปัจจุบัน ประเภทยาสามัญ และยาสามัญใหม่ ผลิตภัณฑ์สมุนไพร ผลิตภัณฑ์ยาสำหรับสัตว์ และผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพครบวงจร ครอบคลุมกลุ่มผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร เครื่องสำอาง และผลิตภัณฑ์อื่นๆ เปิดเผยว่า ภาพรวมผลการดำเนินงานไตรมาส 2 ปี 2569 (เมษายน-มิถุนายน) บริษัทฯ มีรายได้จากการขายและบริการรวม 399.0 ล้านบาท ลดลง 4.5% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน (QoQ) และลดลง 3.3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า (YoY) สาเหตุหลักมาจากการแข่งขันด้านราคาในช่องทางจัดซื้อของภาครัฐ และปัจจัยทางฤดูกาลที่ความต้องการยากลุ่มโรคตามฤดูกาลปรับตัวลงตามปกติ รวมถึงรายได้จากการส่งออกที่ชะลอตัวตามภาวะเศรษฐกิจของกลุ่มประเทศคู่ค้า CLMV
อย่างไรก็ตาม กลุ่มผลิตภัณฑ์สมุนไพรยังคงเติบโตอย่างโดดเด่น โดยทำรายได้ 46.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.0 ล้านบาท (QoQ) และเพิ่มขึ้น 16.10 ล้านบาท (YoY) โดยเฉพาะแบรนด์ Plaivana (ไพลวาน่า) ที่มียอดขายเติบโตถึง 18% (YoY) จากความต้องการใช้สมุนไพรในโรงพยาบาลที่สอดรับกับนโยบายภาครัฐ ควบคู่กับการทำกิจกรรมการตลาดเชิงรุกและการขยายช่องทางออนไลน์อย่างต่อเนื่อง
ขณะที่กำไรสุทธิในไตรมาส 2/2569 ทำได้ 30.2 ล้านบาท โดยมีอัตรากำไรสุทธิ (Net Profit Margin) ปรับตัวเพิ่มขึ้นเป็น 7.6% จาก 7.3% ในไตรมาส 1/2569 โดยมีปัจจัยสนับสนุนหลักมาจากอัตรากำไรขั้นต้นที่ปรับตัวดีขึ้นตาม Economies of scale ซึ่งช่วยให้ต้นทุนต่อหน่วยผลิตลดลง รวมถึงค่าใช้จ่ายด้านภาษีที่ลดลง ประกอบกับได้รับอานิสงส์จากค่าเงินบาทที่แข็งค่าช่วยลดภาระต้นทุนการนำเข้าวัตถุดิบได้ราว 11% ของยอดจัดซื้อทั้งหมด
สำหรับผลการดำเนินงานงวด 6 เดือนแรกของปี 2569 บริษัทฯ มีรายได้จากการขายและบริการรวม 816.8 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 60.6 ล้านบาท โดยอัตรากำไรขั้นต้นลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า เป็นผลจากการปรับเปลี่ยนสัดส่วนการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ (Product Mix) และการใช้นโยบายราคาเชิงรุกในกลุ่มผลิตภัณฑ์สมุนไพรเพื่อชิงส่วนแบ่งการตลาด ซึ่งจะช่วยสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันและรักษาฐานลูกค้าในระยะยาว
ทั้งนี้ เพื่อเป็นการตอบแทนผู้ถือหุ้น ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2569 มีมติอนุมัติการจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลจากกำไรสุทธิ ในอัตรา 0.05 บาทต่อหุ้น รวมเป็นเงินปันผลทั้งสิ้น 30 ล้านบาท โดยเตรียมขึ้นเครื่องหมาย XD วันที่ 21 สิงหาคม 2569 เพื่อกำหนดรายชื่อผู้ถือหุ้นที่มีสิทธิ์ได้รับเงินปันผล (Record Date) ในวันที่ 24 สิงหาคม 2569 ก่อนกำหนดจ่ายเงินปันผลในวันที่ 9 กันยายน 2569 ตอกย้ำความมุ่งมั่นในการเป็นหุ้นปันผล (Dividend Stock) เพื่อสร้างผลตอบแทนแก่ผู้ถือหุ้นอย่างสม่ำเสมอ
สำหรับความคืบหน้าของโรงงานแห่งใหม่ (New plant) ปัจจุบันก่อสร้างแล้วเสร็จและเตรียมพร้อมเข้าสู่กระบวนการทดสอบระบบ (Test Run) เพื่อรองรับการเติบโตของบริษัทในอนาคต (Ready To New S-Curve) และพร้อมขยายฐานลูกค้าเพิ่มเติม นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังประสบความสำเร็จในการนำนวัตกรรม Glucovia เข้าสู่บัญชีนวัตกรรมในปี 2569 ตลอดจนการเดินหน้าสร้างเครือข่ายผ่านการเข้าร่วมงานชมรมร้านยาแห่งประเทศไทย การตอกย้ำความเป็นผู้นำในงาน Herbal Expo และการหาพันธมิตรทางธุรกิจเพื่อส่งออกผลิตภัณฑ์เด่น (Top Product) ในงาน CPHI South East Asia 2026 ซึ่งได้รับการตอบรับและความสนใจในผลิตภัณฑ์นวัตกรรม โดยเฉพาะกลุ่มสมุนไพรนวัตกรรมจากพันธมิตรทั่วโลกเป็นอย่างมาก โดยบริษัทฯ มองเห็นโอกาสสำคัญในการใช้เป็นสะพานเชื่อมสู่ตลาดระดับโลกในอนาคต
ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร BLC กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับช่วงครึ่งปีหลังของปี 2569 บริษัทฯ ประเมินแนวโน้มอุตสาหกรรมยาของประเทศไทยยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง จากการก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างสมบูรณ์ และเทรนด์การดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน ส่งผลให้ความต้องการยากลุ่มโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) รวมถึงผลิตภัณฑ์เสริมอาหารปรับตัวสูงขึ้น โดยบริษัทฯ มีแผนวางจำหน่ายผลิตภัณฑ์ใหม่จำนวน 3 รายการ แบ่งเป็นกลุ่มผลิตภัณฑ์สมุนไพร 2 รายการ และยาสามัญใหม่ 1 รายการ ขณะเดียวกันเพื่อเป็นการลดผลกระทบจากการชะลอตัวในบางกลุ่มสินค้า บริษัทฯ ได้มุ่งเน้นการขยายพอร์ตโฟลิโอให้หลากหลายยิ่งขึ้น โดยได้รับสิทธิ์เป็นผู้จัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ภายใต้แบรนด์ “เขาค้อทะเลภู” และผลิตภัณฑ์ “ยาน้ำระดมพล” พร้อมทั้งเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ภายใต้แบรนด์ “Clena” เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคอย่างครอบคลุม
“การก่อสร้างโรงงานแห่งใหม่ที่แล้วเสร็จและพร้อมเข้าสู่กระบวนการทดสอบ ถือเป็นก้าวสำคัญของ BLC ในการปลดล็อกข้อจำกัดด้านกำลังการผลิต พร้อมขับเคลื่อนบริษัทฯ เข้าสู่ New S-Curve อย่างเต็มตัว เราเห็นโอกาสการเติบโตที่ชัดเจนจากการก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุและเทรนด์การดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน BLC จึงมุ่งมั่นขยายพอร์ตโฟลิโอผลิตภัณฑ์ให้หลากหลายยิ่งขึ้น ทั้งการเปิดตัวสินค้าใหม่ การจับมือพันธมิตรจัดจำหน่ายแบรนด์ชั้นนำ รวมถึงการผลักดันนวัตกรรมเข้าสู่ตลาดอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างการเติบโตอย่างมั่นคงและส่งมอบผลตอบแทนที่ดีสม่ำเสมอให้แก่ผู้ถือหุ้น” ภก.สุวิทย์ กล่าว