“ศุภจี”ประชุมคณะอนุกรรมการด้านการพัฒนาการค้า การท่องเที่ยว และเศรษฐกิจชุมชน ตั้ง 4 คณะทำงานทำหน้าที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์ สินค้าเกษตร ความมั่นคงอาหารและเกษตรมูลค่าสูง เศรษฐกิจชุมชนและ SME และการค้าระหว่างประเทศ มี “วีระศักดิ์-กอบศักดิ์” เป็นประธานอย่างละ 2 คณะ ตั้งเป้ากำหนด Quick Big Win ให้เกิดผลสัมฤทธิ์ภายใน 6 เดือนถึง 1 ปี และวาง Big Win เห็นผลใน 2-4 ปี เพื่อเพิ่มขีดแข่งขันให้กับประเทศ
นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการด้านการพัฒนาการค้า การท่องเที่ยว และเศรษฐกิจชุมชน ครั้งที่ 1/2569 ณ ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล ว่า คณะอนุกรรมการชุดนี้ รับผิดชอบการขับเคลื่อนการค้าและการบริการ ครอบคลุมทั้งการท่องเที่ยวคุณภาพและ Wellness เศรษฐกิจสร้างสรรค์ เกษตรและความมั่นคงทางอาหาร ตลอดจนการค้าปลีกค้าส่งและการค้าระหว่างประเทศ โดยจะวางทั้งกรอบแก้ปัญหาระยะสั้นและการปรับโครงสร้างระยะยาว เพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ตามนโยบายของนายกรัฐมนตรีในการวางโครงสร้างกระตุ้นเศรษฐกิจ
สำหรับการขับเคลื่อนงานดังกล่าว ได้จัดตั้งคณะทำงานเฉพาะด้าน 4 คณะ ได้แก่ 1.ด้านการพัฒนาเศรษฐกิจสร้างสรรค์และ Visitor Economy มีนายวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ เป็นประธาน มุ่งต่อยอดทุนทางวัฒนธรรม อัตลักษณ์ และประสบการณ์ของไทย สร้างมูลค่าเพิ่มจากผู้มาเยือน เชื่อมโยงเมืองรอง ชุมชน สินค้าและบริการ 2.ด้านสินค้าเกษตร ความมั่นคงทางอาหาร และเกษตรมูลค่าสูง มี ดร.กอบศักดิ์ ภูตระกูล เป็นประธาน มุ่งยกระดับภาคเกษตรตลอดห่วงโซ่ ตั้งแต่การผลิต การแปรรูป และตลาด เพิ่มมูลค่าสินค้า เชื่อมโยงภาคอุตสาหกรรมและการลงทุน และสร้างความมั่นคงทางอาหาร 3.ด้านเศรษฐกิจชุมชนและ SME มี ดร.กอบศักดิ์ ภูตระกูล เป็นประธาน มุ่งดูแลระบบนิเวศของผู้ประกอบการ ตั้งแต่การเริ่มต้นธุรกิจ ลดภาระและปรับปรุงใบอนุญาต เพิ่มองค์ความรู้ ยกระดับสินค้าและบริการ ตลอดจนส่งเสริมการ Scale Up และการแข่งขันที่เป็นธรรม โดยมีการค้าปลีกค้าส่งเป็นหนึ่งในมิติที่เชื่อมโยงอยู่ด้วย และ 4.ด้านการค้าระหว่างประเทศ มีนายวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ เป็นประธาน มุ่งสร้างสมดุลทางการค้า ขยายตลาดใหม่ ใช้ประโยชน์จาก FTA รับมือบริบทการค้าโลกและแรงกดดันด้านภูมิรัฐศาสตร์ พร้อมเพิ่มสัดส่วน SME ในโครงสร้างการส่งออก และลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาตลาดใดตลาดหนึ่ง
“หัวใจสำคัญของทั้ง 4 คณะทำงาน คือ การจัดทำ Quick Big Win ให้เกิดผลสัมฤทธิ์ภายใน 6 เดือนถึง 1 ปี โดยเน้นการทบทวนและปลดล็อกกฎระเบียบที่เป็นอุปสรรค อำนวยความสะดวกทางธุรกิจ และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน โดยไม่จำเป็นต้องใช้งบประมาณจำนวนมาก ควบคู่กับการวาง Big Win สำหรับการปรับโครงสร้างและยกระดับศักยภาพในระยะ 2–4 ปี โดยทั้ง 4 คณะจะทำงานเชื่อมโยงกันอย่างต่อเนื่อง มีเจ้าภาพและเป้าหมายที่ชัดเจน ก่อนนำข้อเสนอเสนอต่อคณะอนุกรรมการ และผลักดันเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ (กรอ.) ต่อไป”นางศุภจีกล่าว
นายวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ ประธานคณะทำงานด้านการพัฒนาเศรษฐกิจสร้างสรรค์และ Visitor Economy และคณะทำงานด้านการค้าระหว่างประเทศ กล่าวว่า การทำงานจะมุ่งค้นหาโอกาสใหม่ให้เศรษฐกิจสร้างสรรค์และ Visitor Economy เพื่อเป็นกลไกเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ส่วนด้านการค้าระหว่างประเทศจะเร่งค้นหาพื้นที่และโอกาสใหม่ให้ผู้ประกอบการไทยและห่วงโซ่อุปทานเชื่อมโยงกับตลาดโลก ท่ามกลางบริบทการแข่งขันของมหาอำนาจทางเศรษฐกิจ
ดร.กอบศักดิ์ ภูตระกูล ประธานคณะทำงานด้านสินค้าเกษตร ความมั่นคงทางอาหาร และเกษตรมูลค่าสูง และคณะทำงานด้านเศรษฐกิจชุมชนและ SME กล่าวว่า จะรวบรวมความคิดเห็นจากทุกภาคส่วน และนำปัญหาจากพื้นที่มาสู่การแก้ไขเชิงนโยบาย โดยภาคเกษตรจะมุ่งสู่เกษตรสมัยใหม่และมูลค่าสูง ดูแลตั้งแต่ต้นน้ำถึงตลาด ส่วนเศรษฐกิจชุมชนและ SME จะดูแลทั้งระบบ ตั้งแต่ลดภาระใบอนุญาต เพิ่มองค์ความรู้ และสนับสนุนการ Scale Up เพื่อให้สามารถแข่งขันได้ในเวทีโลก
น.ส.ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวว่า กระทรวงวัฒนธรรมพร้อมนำทุนทางวัฒนธรรมมาต่อยอดเป็นเศรษฐกิจสร้างสรรค์ สร้างมูลค่า อาชีพ และรายได้ให้ท้องถิ่น รวมถึงส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงประสบการณ์ผ่านประเพณี ศิลปวัฒนธรรม และอัตลักษณ์ไทย
นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่า การทำงานของคณะทำงานจะสอดคล้องกับภารกิจด้านการท่องเที่ยว ทั้งการสร้างความเชื่อมั่นและความปลอดภัย การพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว เมืองรองที่มีอยู่มากกว่า 50 จังหวัด และการกระจายรายได้สู่ชุมชน โดยจะหารือแนวทางกระตุ้นการท่องเที่ยวภายในประเทศและการสนับสนุนภาคบริการ รวมถึงแนวทางการจัดเก็บค่าธรรมเนียมนักท่องเที่ยวเพื่อนำไปพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวและดูแลความยั่งยืน