“พิพัฒน์”ลงจันทบุรี รับฟังปัญหา พร้อมเร่งพัฒนาโครงข่ายคมนาคมตะวันออก ดันแก้คอขวดถนนสุขุมวิท-สะพานข้ามแม่น้ำจันทบุรี เสนอขยายรถไฟ “ระยอง-จันทรบุร-ตราด” เพิ่มทางเลือกเดินทางขนส่ง หนุนท่องเที่ยว–การค้า–เศรษฐกิจชุมชน
วันนี้ (10 สิงหาคม 2569) เวลา 11.30 น. นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ลงพื้นที่จังหวัดจันทบุรี เป็นประธานการประชุมตรวจราชการและติดตามการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งของจังหวัดจันทบุรีและพื้นที่เชื่อมโยง ร่วมรับฟังปัญหาและข้อเสนอจากพื้นที่ เพื่อผลักดันการแก้ไขปัญหาการเดินทางและการขนส่งให้ตอบโจทย์ประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม
นายพิพัฒน์ กล่าวว่า จันทบุรีและตราดเป็นพื้นที่เศรษฐกิจสำคัญของภาคตะวันออก ทั้งด้านการเกษตร การท่องเที่ยว การค้าชายแดน ประมง และการขนส่งสินค้า การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานจึงต้องเชื่อมโยงเป็นโครงข่ายทั้งระบบ เพื่อให้ประชาชนเดินทางสะดวก ปลอดภัย ลดระยะเวลาเดินทาง และเพิ่มประสิทธิภาพการขนส่งระหว่างตัวเมือง แหล่งท่องเที่ยว พื้นที่เศรษฐกิจ และจังหวัดใกล้เคียง
นายพิพัฒน์กล่าวว่า ได้มอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งพิจารณาศึกษาความเหมาะสมทั้งด้านวิศวกรรม ผลกระทบสิ่งแวดล้อม และความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ โครงการศึกษาความเหมาะสมสะพานข้ามปากแม่น้ำจันทบุรี ต่อเชื่อมถนนเฉลิมบูรพาชลทิต อำเภอแหลมสิงห์ ซึ่งเป็นโคงการที่จะช่วยลดระยะทางจากตัวเมืองจันทบุรีไปยังพื้นที่ท่องเที่ยวชายฝั่งจากประมาณ 40 กิโลเมตร เหลือประมาณ 11 กิโลเมตร เชื่อมโยงเมือง ชุมชนริมน้ำ และแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของจังหวัด เพื่อเดินหน้าโครงการอย่างรอบคอบและเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน
พร้อมกันนี้ กรมทางหลวงชนบทยังเสนอ โครงการก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำจันทบุรี อำเภอเมืองจันทบุรี เพื่อแบ่งเบาปริมาณการจราจรเข้าสู่ตัวเมืองในช่วงเวลาเร่งด่วน ซึ่งเป็นหนึ่งในโครงการที่สามารถแก้ไขปัญหาจราจรในระยะเร่งด่วนของจังหวัดจันทบุรีได้
@เร่งแก้รถติด ทางแยกถนนสุขุมวิท 7 จุด
สำหรับ ทางหลวงหมายเลข 3 หรือถนนสุขุมวิท ซึ่งเป็นเส้นทางหลักของภาคตะวันออก กรมทางหลวงรายงานแผนแก้ไขปัญหาจราจรช่วงแยกเนินสูงถึงแยกศักดิ์ชัย รวม 7 จุด ได้แก่ แยกเนินสูง, แยก อบจ. (คลองทราย), แยกเขาไร่ยา (อยู่ในร่างงบ 70 วงเงิน 1,500 ล้านบาท), แยกแสลง, แยกปากแซง แยกเกาะรงค์และแยกศักดิ์ชัย (ได้รับงบก่อสร้าง 69 วงเงิน 1,500 ล้านบาท (เกาะรงค์-ศักดิ์ชัย)) โดยจะเร่งผลักดันแยกแสลงและแยกปากแซงให้บรรจุในปีงบประมาณ 2571 ให้ได้
นอกจากนี้ ได้สั่งการให้กรมทางหลวง เร่งศึกษาสำรวจออกแบบจุดตัดสำคัญอีก 6 แห่ง ได้แก่ แยกนายายอาม, แยกช้างข้าม, แยกหนองแหวน, แยกหนองสีงา, แยกหนองคล้า และแยกห้วยสะท้อน เพื่อแก้ไขปัญหาจราจรและเพิ่มประสิทธิภาพการขนส่งและการท่องเที่ยว โดยให้วางแผนแก้ปัญหาถนนสุขุมวิทในลักษณะ “โครงข่าย” ไม่ใช่แก้เฉพาะจุด เพื่อป้องกันการเกิดคอขวดใหม่ พร้อมจัดลำดับโครงการตามความเร่งด่วน ปริมาณจราจร และความปลอดภัยของประชาชน
ด้าน กรมการขนส่งทางบก รายงานสถานการณ์ระบบรถโดยสารสาธารณะทั้งเส้นทางกรุงเทพฯ–จันทบุรี กรุงเทพฯ–ตราด และเส้นทางภายในพื้นที่ โดยพบว่าเส้นทางท้องถิ่นบางส่วนยังขาดผู้ประกอบการ โดยเฉพาะเส้นทางที่เชื่อมต่อแหล่งท่องเที่ยว เช่น เส้นทางจันทบุรี–ท่าแฉลบ ซึ่งสามารถเชื่อมโบราณสถานค่ายเนินวง พิพิธภัณฑ์พาณิชย์นาวี และท่าเรือบ้านท่าแฉลบ นายพิพัฒน์จึงมอบหมายให้พิจารณาระบบขนส่งสาธารณะให้สอดคล้องกับความต้องการเดินทางจริงของประชาชนและนักท่องเที่ยว ซึ่งมีการเติบโตอย่างต่อเนื่องด้วย
ด้าน กรมเจ้าท่า รายงานผลการขุดลอกร่องน้ำคลองขลู่ ตำบลหนองบัว ปริมาณ 20,000 ลูกบาศก์เมตร และขุดลอกคลองน้ำใส 13,000 ลูกบาศก์เมตร ช่วยให้ชาวประมงสัญจรได้สะดวกและปลอดภัย รวมทั้งเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำในฤดูน้ำหลาก
และดูแลความปลอดภัยทางน้ำ ณ ท่าเทียบเรือขลุง ซึ่งรองรับผู้โดยสารประมาณ 500 คนต่อวัน และเที่ยวเรือประมาณ 20 ลำต่อวัน สร้างรายได้จากการท่องเที่ยวทางน้ำประมาณ 145 ล้านบาทต่อปี โดยไม่มีรายงานอุบัติเหตุทางน้ำตลอดช่วงระยะเวลาที่ผ่านม
@ดัน สะพานเชื่อมแผ่นดินใหญ่–เกาะช้าง
คมนาคมอยู่ระหว่างศึกษา โครงการสะพานเชื่อมแผ่นดินใหญ่–เกาะช้าง
นอกจากนี้ นายพิพัฒน์กล่าวถึงการพัฒนาโครงข่ายคมนาคมเชื่อมโยงไปยังจังหวัดตราดว่า กระทรวงคมนาคมอยู่ระหว่างศึกษา โครงการสะพานเชื่อมแผ่นดินใหญ่–เกาะช้าง ซึ่งการทางพิเศษแห่งประเทศไทยอยู่ระหว่างศึกษาแนวทางโครงการ เพื่อเพิ่มความสะดวกในการเดินทาง ลดข้อจำกัดในการเข้าสู่เกาะ และรองรับการเติบโตของการท่องเที่ยวในอนาคต พร้อมมอบหมายให้กรมทางหลวงชนบทพิจารณาแนวทางพัฒนาโครงข่ายถนนบนเกาะให้เชื่อมต่อกับสะพานอย่างมีประสิทธิภาพ โดยทุกขั้นตอนต้องคำนึงถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและพื้นที่อุทยานแห่งชาติอย่างรอบคอบ
@เสนอขยายรถไฟ “ระยอง-จันทรบุร-ตราด” เพิ่มทางเลือกเดินทางขนส่ง
ขณะเดียวกัน จากการหารือร่วมกับจังหวัดและสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจันทบุรี–ตราด มีข้อเสนอให้ศึกษาการ ขยายโครงข่ายรถไฟจากพื้นที่มาบตาพุด จังหวัดระยอง ผ่านจันทบุรี ไปยังตราด เพื่อสร้างทางเลือกใหม่ในการเดินทางและการขนส่งของภาคตะวันออก โดยเฉพาะการสนับสนุนการท่องเที่ยวทางราง และการขนส่งสินค้าเกษตรและผลไม้จากจันทบุรี–ตราดเข้าสู่ระบบราง เชื่อมต่อไปยังภาคตะวันออกเฉียงเหนือ สปป.ลาว และจีนตอนใต้ ซึ่งจะช่วยลดขั้นตอนการขนถ่ายสินค้าและเพิ่มขีดความสามารถด้านโลจิสติกส์ของพื้นที่ โดยจะนำข้อเสนอดังกล่าวหารือกับการรถไฟฯเพื่อพิจารณาความเหมาะสมและแนวทางดำเนินการในระยะต่อไป
ทั้งนี้ นายพิพัฒน์ ได้ลงตรวจโครงการสะพานเชื่อมท่าแฉลบ–บางกะไชย ก่อนเดินทางต่อไปยัง โครงการก่อสร้างทางแยกต่างระดับบริเวณจุดตัดทางหลวงหมายเลข 3 ช่วงแยกแสลง ที่ กม.329+074 ซึ่งมีแผนก่อสร้างสะพานขนาด 4 ช่องจราจร ความยาวประมาณ 370 เมตร ค่าก่อสร้างประมาณ 827 ล้านบาท และจะเสนอขอรับการจัดสรรงบประมาณปี 2571