xs
xsm
sm
md
lg

CEA เผยความสำเร็จ ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมดนตรีของไทยสู่ระดับโลก

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (องค์การมหาชน) หรือ CEA ตอกย้ำความสำเร็จในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมดนตรีไทยอย่างเป็นระบบ ผ่าน 2 โครงการยุทธศาสตร์สำคัญในปี 2569 ได้แก่ Music Lab ซึ่งมุ่งยกระดับศักยภาพบุคลากรในอุตสาหกรรมดนตรีด้านธุรกิจและการบริหารลิขสิทธิ์ และ Music Exchange 2026 ผลักดันการขยายตลาดดนตรีไทยสู่เวทีสากล โดยสนับสนุนศิลปินไทย 33 ราย เข้าร่วมแสดงในเทศกาลดนตรีนานาชาติ 34 เทศกาล ครอบคลุม 14 ตลาดเป้าหมาย พร้อมจัดกิจกรรม International Business Matching เชื่อมโยงผู้จัดเทศกาลดนตรีระดับนานาชาติจากจีน ฮ่องกง ไต้หวัน เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น และอินโดนีเซีย กับผู้ประกอบการและค่ายเพลงไทย เพื่อสร้างเครือข่ายและโอกาสทางธุรกิจในระดับสากล

นอกจากนี้ CEA ยังสนับสนุนการบ่มเพาะศิลปินและค่ายเพลงไทย พร้อมมอบทุนสนับสนุนรวมมูลค่ากว่า 1.5 ล้านบาท เพื่อพัฒนาผลงานและต่อยอดสู่ตลาดต่างประเทศ อันเป็นการเสริมสร้างรากฐานที่เข้มแข็งให้ระบบนิเวศอุตสาหกรรมดนตรีไทยสามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืนและแข่งขันได้ในระดับนานาชาติ


ดร. ชาคริต พิชญางกูร ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ เปิดเผยว่า ปัจจุบันตลาดสิ่งบันทึกเสียงของไทยตามรายงาน IFPI 2026 มีมูลค่าสูงถึง 3,561.56 ล้านบาท (105.3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เติบโต +2.2%) อันดับ 32 ของโลก แม้รายได้หลักจะมาจากบริการ Streaming สูงถึง 91.2% แต่สัดส่วนรายได้จากการบริหารลิขสิทธิ์การแสดง (Performance Rights) และการขยายตลาดต่างประเทศยังเป็นโอกาสเติบโตอีกมหาศาล” โดยข้อมูลดังกล่าว CEA ร่วมกับ สมาคมการค้าผู้ประกอบธุรกิจบันเทิงไทย หรือ IFPI Thailand นำเสนอภายในงาน Thailand’s Music Economy Spotlight 2026 เวทีแลกเปลี่ยนข้อมูลและมุมมองเกี่ยวกับเศรษฐกิจดนตรี ที่จัดขึ้นเมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา CEA จึงมุ่งสร้างความพร้อมภายในประเทศด้วยการจัดทำโครงการ Music Lab เพื่อติวเข้มเรื่องทักษะทางธุรกิจสำหรับขยายตลาดในต่างประเทศ และการบริหารลิขสิทธิ์ในยุคที่ AI เข้ามามีบทบาทสูง ควบคู่ไปกับโครงการ Music Exchange 2026 ที่เปิดประตูพาศิลปินและค่ายเพลงไทยไปสร้างโอกาสทางธุรกิจในระดับนานาชาติ เพื่อผลักดันกระแส Thai Music Wave และยกระดับอุตสาหกรรมดนตรีของไทยสู่ตลาดโลกอย่างยั่งยืน

ผลลัพธ์ของ Music Lab และ Music Exchange 2026
1. Music Lab: เสริมเกราะธุรกิจและบริหารลิขสิทธิ์ ยกระดับศิลปินไทยสู่ “Global Musicpreneur”
โครงการใหม่ในปี 2569 โดย CEA ร่วมกับเครือข่ายพันธมิตรภาคการศึกษาและผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมดนตรีทั้งในและต่างประเทศ ยกระดับทักษะด้านธุรกิจและลิขสิทธิ์ดนตรีให้แก่บุคลากรเบื้องหน้าและเบื้องหลังผ่าน 2 หลักสูตรสำคัญ

Music Lab: Business Accelerator (บ่มเพาะเชิงลึก 32 ชั่วโมง) ร่วมกับคณะดุริยางคศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร พัฒนาศักยภาพศิลปินและค่ายเพลงจำนวน 18 ทีม (รวมผู้เข้าร่วมกว่า 40 ราย) ครอบคลุมด้าน Artist Branding, Global Marketing, Show Production และ Pitching พร้อมคัดเลือก 10 ทีมศักยภาพสูงรับทุนสนับสนุนโปรเจ็กต์ละ 150,000 บาท เพื่อนำผลงานไปขยายตลาดต่างประเทศ ได้แก่ LIT Entertainment (Project: PiXXiE), LOVEiS Entertainment (Project: SLAPKISS), Poy Records (Project: Supergoods), MonsterMom Records (Project: BADBITCHBKK), Bliv Label Ltd. (Project: Coconut Sunday), MUTATION WAVE (Project: WAVE CORE EP ALBUM), Mut Matthew, STGZ, Hot Like Hell และ My Dark Secret Transcendence

Music Lab Masterclass: IP Management (เจาะลึกสิทธิและลิขสิทธิ์ดนตรี) ร่วมกับ บริษัท ลิขสิทธิ์ดนตรี (ประเทศไทย) จำกัด (MCT) ติวเข้มบุคลากรในอุตสาหกรรม ภายใต้หัวข้อ “The Songwriter’s Success Roadmap: พลิกผลงานเพลงสู่สินทรัพย์เพื่อการสร้างรายได้อย่างยั่งยืน” เน้นการตรวจสอบข้อควรระวัง (Red Flags) ในสัญญาซื้อขาด (Buy-out) และแนวทางการบริหารลิขสิทธิ์ดนตรีเพื่อรับมือกับความท้าทายในยุค AI

2. Music Exchange 2026: ขยายตลาดต่างประเทศให้ศิลปินไทยด้วยกลไก PUSH & PULL
โครงการ Music Exchange 2026 ดำเนินการต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 เพื่อสร้างเครือข่ายและโอกาสทางธุรกิจในต่างประเทศให้ศิลปินไทยอย่างเป็นรูปธรรม ผ่านกลไก PUSH & PULL

กลไก PUSH (ส่งเสริมศิลปินแสดงเทศกาลดนตรีโลก) โดยสนับสนุนทุนให้ 33 ศิลปินไทย เข้าร่วม 34 เทศกาลดนตรีระดับนานาชาติ ครอบคลุม 14 ประเทศ รวม 41 โชว์ ตลอดช่วงเดือนมกราคม - 16 สิงหาคม 2569 เช่น MILLI (Head In The Clouds Tokyo ญี่ปุ่น และ Feria de San Marcos เม็กซิโก), WHISPERS (FYA FEST และ VANS WARPED TOUR สหรัฐอเมริกา), NOTEP (Playtime Festival มองโกเลีย และ Colours of Ostrava เช็ก), PiXXiE (Summer Sonic Festival 2026 ญี่ปุ่น), KIKI (Fuji Rock Festival 2026 ญี่ปุ่น), BUS because of you i shine (D.U.N.K. Showcase in K-Arena Yokohama ญี่ปุ่น), YONLAPA (Morimichi Ichiba 2026 ญี่ปุ่น), pami (Emerge Fest 2026 ไต้หวัน) และ Tilly Birds (Round Festival ฟิลิปปินส์) ฯลฯ

กลไก PULL (เจรจาธุรกิจดึงดูดความร่วมมือสากล) โดยจัดกิจกรรม International Business Matching ในงาน Bangkok Music City (BMC) 2026 เมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา โดยเชิญผู้แทนจากเทศกาลดนตรีระดับนานาชาติหรือธุรกิจเพลงชั้นนำจากตลาดเป้าหมายในต่างประเทศ เช่น Modern Sky (จีน), Clockenflap (ฮ่องกง), Vagabond Festival (ไต้หวัน), MPMG (เกาหลีใต้) Fuji Rock Festival (ญี่ปุ่น) และ Java Jazz Festival (อินโดนีเซีย) ฯลฯ เพื่อสร้างเครือข่ายและโอกาสทางธุรกิจกับผู้ประกอบการและค่ายเพลงไทย นอกจากนี้ ยังมีองค์กรต่างประเทศที่เป็นหน่วยงานในความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ส่งเสริมอุตสาหกรรมดนตรีร่วมกับ CEA เข้าร่วมจัดกิจกรรมภายในงาน BMC 2026 เพื่อมุ่งส่งเสริมอุตสาหกรรมดนตรีร่วมกันในภูมิภาคเอเชีย เช่น Korea Creative Content Agency (KOCCA) และ Taiwan Creative Content Agency (TAICCA) เป็นต้น

5 ศิลปินไทยเผยประสบการณ์และมุมมองต่อ Music Exchange 2026 กับโอกาสสู่เวทีระดับสากล

- MILLI (ศิลปินแร็ป/Thai-Pop) “การได้ขึ้นแสดงบนเวทีระดับโลก ช่วยเปิดโอกาสในการพาดนตรีไทยให้ไปเป็นที่รู้จักในวงกว้างมากขึ้น และยังทำให้เราได้เรียนรู้มาตรฐานการทำงานระดับสากล ทั้งเรื่อง Performance การร่วมงานกับทีมงานต่างชาติ หรือการปรับตัวเข้าตลาดโลก ซึ่งจุดแข็งของเราคือการนำเอกลักษณ์และความเป็นไทยมาเล่าใหม่ในแบบร่วมสมัย นับว่าโครงการนี้ช่วยผลักดันให้ผลงานของศิลปินไทยเป็นที่รู้จักในสายตาของคนฟังทั่วโลกได้มากขึ้นจริง ๆ”

- BUS because of you i shine (ศิลปินบอยกรุ๊ป Thai-Pop) “สำหรับ BUS การได้ขึ้นแสดงบนเวทีเทศกาลดนตรีระดับอินเตอร์ถือเป็นโอกาสพิสูจน์ศักยภาพของศิลปินไทยบนเวทีโลก ประสบการณ์ในครั้งนี้เป็นอีกหนึ่งแรงผลักดันให้เรามุ่งมั่นพัฒนา Performance ทั้งการร้อง การเต้น รวมถึงการออกแบบโชว์ให้มีคุณภาพและได้มาตรฐานสากลที่สุด เสียงตอบรับจากแฟนเพลงคือเครื่องยืนยันว่าการฝึกซ้อมอย่างหนักและความพยายามของสมาชิกทุกคนในวงส่งไปถึงผู้ชมทุก ๆ คน ขอขอบคุณโครงการนี้ที่ช่วยขับเคลื่อนวงการ Thai-Pop ให้ก้าวไปอีกขั้นครับ”

- WHISPERS (ศิลปินวงฮาร์ดคอร์) “การที่วงมีโอกาสได้ไปโชว์ที่อเมริกาและยุโรปซึ่งเป็นศูนย์กลางของดนตรี Hardcore เป็นประสบการณ์ที่น่าประทับใจมากครับ เพราะมันคือการนำดนตรี Heavy Metal จากเมืองไทยไปโชว์ให้แฟนเพลงต่างชาติได้เห็น รวมทั้งได้สัมผัสพลังการแสดงสดและ Sound ดิบ ๆ ในสไตล์ของวง โครงการนี้ไม่ได้แค่พาวงของเราไปเล่นดนตรีในต่างประเทศ แต่ยังเปิดโอกาสให้วง Underground ได้ไปสร้างคอนเน็กชัน และแสดงพลังดนตรีของวงการฮาร์ดคอร์ไทยในระดับสากล”

- YONLAPA (ศิลปินวงอินดี้ป๊อป) “การสนับสนุนจากโครงการนี้ ช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านการเดินทางไปแสดงในต่างประเทศของวงได้เยอะมากค่ะ ทำให้เราสามารถโฟกัสกับการเล่นดนตรีและการเตรียมโชว์ได้อย่างเต็มที่ วง YONLAPA เชื่อเรื่องเคมี ความตั้งใจ และการเป็นตัวของตัวเองในการแสดง เวลาที่สมาชิกในวงขึ้นไปโชว์สนุก ๆ ด้วยกันบนเวที ความรู้สึกและอารมณ์ในตอนนั้นมันส่งผ่านไปถึงคนฟังตรงนั้นได้ทันที โครงการนี้จึงช่วยสร้างบรรยากาศดี ๆ และความทรงจำที่น่าประทับใจระหว่างวงของเรากับแฟนเพลงค่ะ”

- PAMI (ศิลปินอินดี้ป๊อป) “การได้รับทุนสนับสนุนการเดินทางไปขึ้นแสดงในเทศกาลดนตรีนานาชาติ ช่วยให้แฟนเพลงต่างชาติรู้จักเรามากขึ้น ทำให้เราได้เรียนรู้ที่จะสื่อสารผ่านงานเพลงหลากหลายภาษาและทำความเข้าใจวัฒนธรรมการฟังเพลงของผู้ฟังในแต่ละประเทศ ทั้งยังเปิดโอกาสในการสร้างคอนเน็กชันอีกด้วย ประสบการณ์ในครั้งนี้จึงช่วยเปิดมุมมองใหม่ ๆ ในการแต่งเพลงและการทำงานเพลงให้มีความเป็นมืออาชีพมากยิ่งขึ้น ขอขอบคุณโครงการที่สนับสนุนศิลปินไทยให้เติบโต ได้รับประสบการณ์ และค้นพบโอกาสใหม่ ๆ ในสายอาชีพนี้บนเวทีสากลอย่างต่อเนื่องค่ะ”

- CEA เชื่อมั่นว่าโครงการ Music Lab ที่เน้นอบรมการทักษะด้านธุรกิจ ลิขสิทธิ์ดนตรี กลยุทธ์และการเตรียมพร้อมสู่ตลาดต่างประเทศให้ศิลปินและค่ายเพลง และโครงการ Music Exchange 2026 ที่สนับสนุนการโชว์ศักยภาพของศิลปินไทยในเทศกาลดนตรีในต่างประเทศ และการขยายฐานแฟนในตลาดโลก จะเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมดนตรีไทยให้เติบโตอย่างเป็นระบบ แข่งขันได้ในระดับนานาชาติ พร้อมทั้งขับเคลื่อนประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมดนตรี (Music Hub) แห่งภูมิภาคอย่างแท้จริง

ติดตามข้อมูลข่าวสารและกิจกรรมเพิ่มเติมได้ที่
Facebook: Creative Economy Agency
Instagram: cea.thailand
Email: mailto:musicexchange@cea.or.th

#MusicExchange2026 #MusicLab2026#ThaiMusicWave #ThaiMusicEngine #Music #CEA #CreativeEconomyAgency