xs
xsm
sm
md
lg

DBD จับมือ สสว. เปิด Herban Era Fest ยกทัพ 50 สินค้า SME สมุนไพรไทย เปลี่ยนภูมิปัญญาไทยสู่ผลิตภัณฑ์ Wellness

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



กรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) ร่วมกับ สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) ขับเคลื่อนผู้ประกอบการ SMEs คว้าโอกาสเติบโตในกระแสเศรษฐกิจสุขภาพ จัดกิจกรรม ‘Herban Era Fest’ ภายใต้โครงการ ‘Herban Era’ เปิดพื้นที่โชว์สินค้า Wellness Lifestyle จาก 50 ผู้ประกอบการที่เปลี่ยนภาพ ‘พืช - สมุนไพรไทย’ สู่สินค้าที่ตอบโจทย์คนทุกเจนพร้อมชู 3 ผู้ประกอบการไฮไลต์ ‘KindaFlex’ สเปรย์ อโรม่าสมุนไพรนาโน ‘Plantae’ เครื่องดื่มโปรตีนพืช Grab & Go และ ‘Hanara’ สกินแคร์ Clean & Green Beauty ตอกย้ำศักยภาพผู้ประกอบการไทยที่พร้อมคว้าโอกาสตลาด Wellness โลก


นายสถาพร ร่วมนาพะยา รองอธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า เศรษฐกิจสุขภาพ หรือ Wellness Economy ในระดับโลกกำลังเติบโตอย่างก้าวกระโดด ซึ่งส่งอานิสงส์โดยตรงมายังสมุนไพรไทย โดยมูลค่าการค้าปลีกสมุนไพรทั่วโลกในปี 2567 อยู่ที่ประมาณ 60,589.80 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และขยายตัวเพิ่มขึ้นเป็น 62,788.70 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2568 คาดการณ์ว่าจะเติบโตต่อเนื่องถึง 66,087.70 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2569 และอาจมีมูลค่าสูงถึง 79,787.80 ล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2573 โดยมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยสะสมต่อปี (CAGR) ระหว่างปี 2564–2573 อยู่ที่ร้อยละ 5.50 โดยในเชิงโครงสร้างภูมิรัฐศาสตร์ทางเศรษฐกิจ ตลาดค้าปลีกสมุนไพรของประเทศไทยถูกจัดให้อยู่ในอันดับที่ 11 ของโลก และอยู่ในท็อป 5 ของภูมิภาคเอเชีย ครองตำแหน่งอันดับที่ 1 ของภูมิภาคอาเซียน ด้านมูลค่าการส่งออกและตลาดสมุนไพร ในปี 2568 ไทยมีมูลค่าการค้าปลีกสินค้าสมุนไพรในประเทศประมาณ 1,357.50 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และคาดว่าในปี 2569 จะเพิ่มเป็น 1,453.70 ล้านดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็นอัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปี (CAGR) ที่ร้อยละ 5.20 ถึง 6.50

“บริบทการแข่งขันในอุตสาหกรรมสุขภาพได้ขยายตัวมากกว่าการรักษาโรคแบบดั้งเดิม ไปสู่การเชื่อมโยงสมุนไพรเข้ากับระบบนิเวศสุขภาพอย่างครบวงจร โดยเฉพาะดีมานด์สำคัญทั้งการดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน ความสวยความงาม เทรนด์การออกกำลังกาย ภาคการบริโภคอาหารเพื่อสุขภาพ รวมทั้งในกลุ่มสินค้าสร้างสรรค์ และภาครัฐยังมีแนวทางผลักดันสมุนไพรให้เติบโตในหลากหลายโครงการ พร้อมทั้งวางกรอบการพัฒนาสินค้าสมุนไพรให้มีภาพลักษณ์ร่วมสมัย ควบคู่ไปกับการขยายธุรกิจในต่างประเทศ”


นายสถาพร กล่าวเสริมว่า ทั้งนี้ DBD ได้ผนึกกำลังความร่วมมือกับสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) จัดโครงการ ‘Herban Era’ เพื่อยกระดับผู้ประกอบการสมุนไพรไทย ให้มีทักษะการสร้างแบรนด์ เพิ่มมูลค่าสินค้าด้วยนวัตกรรม และขยายตลาดสู่ช่องทางเชิงพาณิชย์ ผ่านกิจกรรมอบรมเสริมทักษะผู้ประกอบการ และเพื่อขยายฐานผู้บริโภคคนรุ่นใหม่ผ่านการเชื่อมโยงสมุนไพรเข้ากับกิจกรรมไลฟ์สไตล์ตลอดทั้งโครงการไม่ว่าจะเป็นกิจกรรม Herban Era Run ที่ชวนกันออกมาวิ่งยามเช้า หรือ Herban Era Move กิจกรรมแอโรบิคแดนซ์ ที่ทั้งสองกิจกรรมที่ผ่านมาได้สอดแทรกเรื่องราว และผลิตภัณฑ์จากสมุนไพร โดยเฉพาะสมุนไพรไทย ในรูปแบบที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนในยุคนี้มากขึ้น สานต่อมาสู่กิจกรรมล่าสุด Herban Era Fest มาร์เก็ตเพลสและพื้นที่โชว์เคสศักยภาพของผู้ประกอบการ SMEs ที่สามารถเปลี่ยนภาพจำของพืชและสมุนไพรไทยรูปแบบเดิม ให้กลายเป็นสินค้า Wellness Lifestyle ที่คุณภาพดี ใช้งานสะดวก และตอบโจทย์คนได้ทุกเจนเนอเรชัน


“งาน Herban Era Fest ถือเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญภายใต้แคมเปญ Herban Era ที่ตั้งใจชวน คนรุ่นใหม่มาเปิดประสบการณ์การดูแลสุขภาพผ่านกิจกรรมไลฟ์สไตล์ที่เข้าถึงง่าย พร้อมสร้างพื้นที่ให้ผู้ประกอบการไทยได้นำเสนอนวัตกรรมสมุนไพรในรูปแบบใหม่ เพื่อเชื่อมโยงภูมิปัญญาไทยเข้ากับเทรนด์ Wellness และ Self-Care Routine ของผู้บริโภคยุคใหม่ โดยภายในงานได้รวบรวมทัพผลิตภัณฑ์คุณภาพกว่า 50 แบรนด์ ให้มาร่วมช้อป ชิม ทั้งกลุ่มสกินแคร์ สปา เครื่องหอม อาหาร และเครื่องดื่ม อีกทั้งยังได้พบกับตัวแทนผู้ประกอบการจากทุกแบรนด์ที่มาร่วมแลกเปลี่ยนความรู้ และไอเดียทางธุรกิจที่จะสร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้ร่วมงานที่อาจจะลองหยิบพืชสมุนไพรใกล้ตัว มายกระดับเป็นผลิตภัณฑ์ที่สร้างรายได้ และตอบโจทย์ตลาดในยุคปัจจุบัน โดยกิจกรรมดังกล่าวได้จัดขึ้น จำนวน 2 ครั้ง ได้แก่ ครั้งที่ 1 ระหว่างวันที่ 7 - 9 สิงหาคม 2569 ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล แจ้งวัฒนะ จังหวัดนนทบุรี และครั้งที่ 2 ระหว่างวันที่ 21 - 23 สิงหาคม 2569 ณ ลานโปรโมชัน ชั้น 1 ศูนย์การค้าโรบินสันไลฟ์สไตล์ ราชพฤกษ์ จังหวัดนนทบุรี ซึ่งภายในงานยังได้มีโชว์เคสของ 3 ผู้ประกอบการไฮไลท์ที่สามารถยกระดับพืชและสมุนไพรไทยให้กลายเป็นผลิตภัณฑ์มูลค่าสูงที่ติดตลาดได้จริง”

นำทัพโดย พท.กานต์สิรี กานต์ธนาทรัพย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท แอนนา เค แอนด์ ที จำกัด ผู้ก่อตั้งแบรนด์ ไคน์ด้าเฟล็กซ์ ที่ดึงความเชี่ยวชาญด้านการแพทย์แผนไทยมาแก้ Pain Point ออฟฟิศซินโดรมโดยตรง จากประสบการณ์รักษาผู้ป่วยที่พบคนทำงานนั่งโต๊ะปวดคอ บ่า ไหล่เรื้อรัง จึงนำใบกระดูกไก่ดำ สมุนไพรไทยที่มีฤทธิ์ลดอักเสบแก้ปวดอันโดดเด่น มายกระดับด้วยเทคโนโลยี Nano Encapsulation รังสรรค์เป็น KindaFlex สเปรย์สมุนไพรบรรเทาปวดสูตรเย็น กลิ่นลาเวนเดอร์ ที่นำส่งสารสกัดอนุภาคนาโนซึมลึกทันที ออกฤทธิ์ยาวนานถึง 3 ชั่วโมง ปราศจากสารเคมี ผสานคุณค่าไพล เถาวัลย์เปรียง เถาเอ็นอ่อน และเถาโคคลาน พร้อมกลิ่นหอมอโรมาผ่อนคลาย เปลี่ยนภาพจำยานวดกลิ่นฉุนแบบเดิม ให้กลายเป็นไอเทมพกพาสุดคลีนที่คนทำงานยุคใหม่และนักกีฬาต้องมี ติดกระเป๋า การันตีด้วยรางวัล Premium Herbal Products 2026 จากกรมการแพทย์แผนไทยฯ


ร่วมด้วย นางสาวอังคณารักษ์ ปิมภิวงค์ ผู้ก่อตั้งแบรนด์สกินแคร์ ฮานาระ ที่เปลี่ยนข้อสงสัยให้เป็นโอกาสทางธุรกิจ ด้วยแนวคิดที่อยากเห็นใบบัวบกของไทยทรงคุณค่าและเป็นที่ยอมรับไม่แพ้สารสกัดระดับโลก หลังประสบความสำเร็จจากสเปรย์น้ำแร่ข้าวญี่ปุ่น จึงนำภูมิปัญญาไทยมาเล่าใหม่ในรูปแบบ Modern Skincare เกิดเป็น Hanara Mineral Moisturizer Spray มอยส์เจอร์ไรเซอร์รูปแบบสเปรย์ที่ฉีดบำรุงได้ทุกที่ทุกเวลา ผสานใบบัวบก (CICA) ข้าวญี่ปุ่น ไฮยาลูรอน และใบชามิเลีย บำรุงผิวล้ำลึก เบาสบาย ไม่เหนียวเหนอะหนะ โดนใจกลุ่มผู้ชายไม่ชอบทาครีมบำรุงได้อย่างเหนือความคาดหมาย พร้อมชูจุดยืนสกินแคร์รักษ์โลก (Eco-Friendly) ด้วยแพ็กเกจจิ้งขวดแก้วคุณภาพสูง ที่เปิดให้ซื้อถุงเติม (Refill) เพื่อลดขยะอย่างยั่งยืน


ขณะที่ นางสาวดาริน แมนสถิตย์ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดแบรนด์แพลนเต้ มาร่วมเปิดมิติใหม่ของอาหารทางเลือกยุคใหม่ ด้วยการใช้ Food Tech สกัดสารอาหารจากพืชและสมุนไพรธรรมชาติ ทั้งถั่วลันเตา ข้าว ถั่วเหลือง เมล็ดฟักทอง และเมล็ดทานตะวัน มารังสรรค์เป็น เครื่องดื่มโปรตีนพืช (Plant-based Protein) สารอาหารครบถ้วน ทดแทนการดื่มนมวัว ตอบโจทย์ผู้แพ้นมวัวและสายเฮลท์ตี้ พร้อมยกระดับด้วยสมุนไพรและซูเปอร์ฟู้ด ช่วยเสริมภูมิคุ้มกัน ให้รสชาติอร่อย ดื่มง่าย กลายเป็น Functional Drink ที่ดื่มได้ทุกวัน และการได้รับแรงหนุนสำคัญจาก DBD ถือเป็นฟันเฟืองหลักที่ช่วยยกระดับและเติมเต็มศักยภาพ SMEs นิวเจน ทั้งการขยายฐานตลาดสู่กลุ่ม คนรุ่นใหม่ที่มีกำลังซื้อ การเปลี่ยนภาพจำผลิตภัณฑ์สมุนไพรไทยให้กลายเป็นไอเทมไลฟ์สไตล์สุดคลีนที่เข้าถึงง่าย ตลอดจนการเปิดประตูพาผลิตภัณฑ์นวัตกรรมไทยออกไปเติบโตในตลาดสากลได้อย่างมั่นใจ

ติดตามความเคลื่อนไหวของผู้ประกอบการและผลิตภัณฑ์สมุนไพรไทยได้ผ่านช่องทางต่างๆ ของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า และสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ส่วนส่งเสริมธุรกิจใหม่ กองธุรกิจภูมิภาคและชุมชน กรมพัฒนาธุรกิจการค้า โทรศัพท์หมายเลข 0 2547 4938 สายด่วน 1570 และ www.dbd.go.th

* * * คลิก Like เพื่อมาเป็นแฟนเพจของหน้า "SMEsผู้จัดการ" รับข่าวสารในแวดวงธุรกิจเอสเอ็มอีที่สมบูรณ์แบบที่สุด* * *