xs
xsm
sm
md
lg

DITP ชี้เป้าไทยขายตลาดแคนาดา เผยข้าว อาหารทะเล ผลไม้ เครื่องปรุงรสมีโอกาส

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) สำรวจตลาดอาหารในแคนาดา พบมีการปรับตัวสูงขึ้น จากสภาพภูมิอากาศ ต้นทุนพลังงาน ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ ดันเงินเฟ้อขยับขึ้น แต่เป็นโอกาสของสินค้าไทย ที่จะส่งออกเข้าไปขาย ทั้งข้าว อาหารทะเล ผลไม้ เครื่องปรุงรส อาหารพร้อมทาน อาหารเพื่อสุขภาพ แนะยกระดับการผลิต คุณภาพ มาตรฐาน มีโอกาสขายได้แน่

น.ส.สุนันทา กังวาลกุลกิจ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้ทูตพาณิชย์ที่ประจำอยู่ในประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก เร่งขยายตลาดสินค้าไทยและบริการไทย ตามนโยบายของนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ล่าสุดได้รับรายงานจาก น.ส.วิวรรณ ศรีรับสุข ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ นครโทรอนโต ประเทศแคนาดา ถึงผลการสำรวจตลาดอาหารในแคนาดา และโอกาสในการส่งออกสินค้าอาหารของไทยเข้าสู่ตลาดแคนาดา เพื่อป้อนความต้องการบริโภคที่เพิ่มสูงขึ้น

โดยทูตพาณิชย์ได้รายงานข้อมูลว่า ราคาสินค้าอาหารทั่วโลกกำลังปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง และมีแนวโน้มว่าจะยังคงอยู่ในระดับสูงไปอีกระยะหนึ่ง สะท้อนให้เห็นว่าปัญหานี้ไม่ใช่เพียงภาวะเงินเฟ้อระยะสั้น แต่เป็นการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างของระบบอาหารโลกที่ได้รับแรงกดดันจากหลายปัจจัยพร้อมกัน ทั้งการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ต้นทุนพลังงานที่เพิ่มขึ้น ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ และความเปราะบางของห่วงโซ่อุปทาน ส่งผลให้ประเด็นความมั่นคงทางอาหาร (Food Security) กลายเป็นเรื่องสำคัญระดับโลก ไม่เว้นแม้กระทั่งในแคนาดา ที่ล่าสุดเงินเฟ้อได้ปรับตัวสูงขึ้น โดยเฉพาะการเพิ่มขึ้นของราคาอาหารถึง 4.3% ในรอบหนึ่งปี ส่วนสินค้าที่ไม่ใช่อาหารเพิ่มขึ้นเพียง 3.1% แสดงว่าอาหารเป็นปัจจัยหลักที่กดดันค่าครองชีพ

ทั้งนี้ แคนาดายังเป็นประเทศที่พึ่งพาการนำเข้าอาหาร โดยเฉพาะผักและผลไม้ จึงได้รับผลกระทบจากความผันผวนของอุปทานโลกอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ปัจจุบันแคนาดานำเข้าผักประมาณ ร้อยละ 50 และผลไม้ประมาณ ร้อยละ 75 ของการบริโภคทั้งหมด โดยกว่าครึ่งหนึ่งนำเข้าจากสหรัฐฯ ส่วนที่เหลือนำเข้าจากประเทศในอเมริกากลาง เช่น เม็กซิโก กัวเตมาลา คอสตาริกา และฮอนดูรัส แต่ผลจากภัยแล้ง ทำให้กระทบต่อการผลิต และยังเจอวิกฤตความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ ที่ทำให้การขนส่งมีต้นทุนสูงขึ้น

น.ส.สุนันทากล่าวว่า จากสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ไทยมีโอกาสสำคัญในฐานะผู้ส่งออกอาหารรายใหญ่ของโลก โดยมีจุดแข็งทั้งด้านข้าว อาหารทะเลแปรรูป ผลไม้ เครื่องปรุงรส อาหารพร้อมรับประทาน และอาหารเพื่อสุขภาพ ซึ่งเป็นกลุ่มสินค้าที่มีแนวโน้มความต้องการเพิ่มขึ้นในตลาดโลก โดยเฉพาะในแคนาดา สหรัฐฯ และสหภาพยุโรป แต่การแข่งขันในยุคปัจจุบัน ไม่ได้วัดกันที่ราคาเพียงอย่างเดียว แต่ให้ความสำคัญมากขึ้นกับมาตรฐานความปลอดภัยอาหาร ความยั่งยืน และผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ผู้ประกอบการไทยจึงจำเป็นต้องยกระดับการผลิตและการจัดการห่วงโซ่อุปทาน ทั้งการพัฒนาระบบตรวจสอบย้อนกลับ (Traceability)การปฏิบัติตามมาตรฐานสากล เช่น GMP และ HACCP การลดการปล่อยคาร์บอนในกระบวนการผลิต ตลอดจนการพัฒนาบรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในระยะยาว

“วิกฤตราคาอาหารโลกในปัจจุบัน เป็นผลจากปัจจัยเชิงโครงสร้างที่เชื่อมโยงกัน ทั้งการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้น และความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ แม้จะสร้างแรงกดดันต่อผู้บริโภคทั่วโลก แต่ในอีกด้านหนึ่งกลับเป็นโอกาสสำคัญของไทย ในการขยายตลาดสินค้าอาหาร หากผู้ประกอบการสามารถปรับตัว ยกระดับมาตรฐาน และเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้าได้อย่างเหมาะสม ประเทศไทยจะสามารถเสริมบทบาทในฐานะครัวของโลกได้อย่างมั่นคงและยั่งยืนในระยะยาว”น.ส.สุนันทากล่าว