xs
xsm
sm
md
lg

ทุนเทาหนาวแน่! แบงก์ชาติเตรียมคุมเข้มธุรกรรมเงินสดเกิน 5 ล้านบาท

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



ธปท.เปิดเฮียริ่ง ยกระดับตรวจสอบที่มากรณีทำธุรกรรมเงินสดเกิน 5 ล้าน เล็งประกาศใช้ 15 ต.ค.นี้ โดยจะให้แสกนอย่างละเอียด ครอบคลุมการรับฝากเงินสด การรับแลกธนบัตรสกุลเงินบาท การรับเงินสดเพื่อออกเช็คและดราฟต์ และการซื้อ ขาย หรือแลกเปลี่ยนธนบัตรต่างประเทศ คาดป้องกันกระทำความผิดฟอกเงิน หรือกิจกรรมที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ได้แน่นอน

ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดรับฟังความคิดเห็น และข้อเสนอแนะต่อการปรับปรุง (ร่าง) หลักเกณฑ์การบริหารจัดการความเสี่ยงของธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับเงินสด เพื่อยกระดับการกำกับดูแลการทำธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับเงินสด ให้ครอบคลุมการทำธุรกรรมเงินสดทุกรูปแบบ ตั้งแต่มูลค่า 5 ล้านบาทขึ้นไป และให้มีการบริหารความเสี่ยงที่รัดกุมยิ่งขึ้น โดยได้เปิดรับฟังความคิดเห็นตั้งแต่วันที่ 5 สิงหาคม 3 กันยายน 2569 และจะเริ่มมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 15 ตุลาคม 2569 เป็นต้นไป

โดย (ร่าง) หลักเกณฑ์การบริหารจัดการความเสี่ยงของธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับเงินสด สำหรับสถาบันการเงิน และสถาบันการเงินเฉพาะกิจ ที่จัดทำขึ้นนี้ เพื่อขยายขอบเขตให้ธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับเงินสด ให้ครอบคลุม การรับฝากเงินสด การรับแลกธนบัตรสกุลเงินบาท การรับเงินสดเพื่อออกเช็คและดราฟต์ และการซื้อ ขาย หรือแลกเปลี่ยนธนบัตรต่างประเทศ ซึ่งได้เพิ่มเติมจากการเบิกถอนเงินสด ซึ่งมีผลบังคับใช้ไปก่อนหน้านี้แล้ว

ทั้งนี้ สาระสำคัญที่สถาบันการเงิน และสถาบันการเงินเฉพาะกิจ จะต้องดำเนินการ มีดังนี้

1. ต้องจัดให้ลูกค้า แสดงตัวตนหรือยืนยันตัวตนก่อนทำธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับเงินสดทุกครั้ง

2. ต้องวิเคราะห์พฤติกรรมของลูกค้า และมีแนวทางการบริหารความเสี่ยงที่เหมาะสมสอดคล้องกับความเสี่ยงของลูกค้าหรือบุคคลดังกล่าว

3. ต้องจัดให้มีแนวทางในการบริหารจัดการความเสี่ยงที่เหมาะสม สอดคล้องกับระดับความเสี่ยงของธุรกรรม และ/หรือระดับความเสี่ยงของลูกค้า และต้องสนับสนุนให้ลูกค้าทำธุรกรรมด้วยวิธีการอื่นที่มีความปลอดภัยกว่าการใช้เงินสด และสามารถติดตาม หรือตรวจสอบเส้นทางการเงินได้เป็นลำดับแรก

4. กรณีพบการทำธุรกรรมที่มีความผิดปกติ หรือการทำธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับเงินสดของลูกค้าตั้งแต่ 5 ล้านบาทขึ้นไป หรือมีมูลค่าเทียบเท่า ภายใน 1 วัน ต้องตรวจสอบข้อมูลลูกค้า และพฤติกรรมการทำธุรกรรมปกติของลูกค้าว่ายังคงเหมาะสมสอดคล้องกับข้อมูลที่มีอยู่หรือไม่ รวมถึงพิจารณาความสมเหตุสมผล และความจำเป็นในการทำธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับเงินสดในครั้งนั้น

โดยหากพบความไม่สอดคล้อง ความไม่สมเหตุสมผล หรือมีข้อสงสัยในการทำธุรกรรม ต้องจัดให้การทำธุรกรรมดังกล่าวเป็นธุรกรรมที่มีความเสี่ยงสูง ซึ่งต้องตรวจสอบเพื่อทราบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับลูกค้าในระดับเข้มข้น (Enhanced Customer Due Diligence: EDD) สำหรับการทำธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับเงินสดในครั้งนั้น โดยหากไม่สามารถตรวจสอบเพื่อทราบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับลูกค้าในระดับเข้มข้นได้ ต้องไม่ทำธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับเงินสดในครั้งนั้น

5. ต้องมีกระบวนการติดตาม เฝ้าระวัง ตรวจจับและตรวจสอบพฤติกรรมการทำธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับเงินสดของลูกค้า และกำหนดระดับความเสี่ยงของลูกค้าอย่างเหมาะสม รวมถึงต้องทบทวนและปรับปรุงแนวทางดังกล่าวอย่างสม่ำเสมอ

โดย ธปท. คาดหวังว่า การดำเนินการยกระดับการกำกับดูแลในครั้งนี้ จะช่วยป้องกันมิให้สถาบันการเงิน และสถาบันการเงินเฉพาะกิจ ถูกใช้เป็นช่องทางในการสนับสนุนการกระทำความผิด หรือกิจกรรมที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย และเพื่อคุ้มครองผู้ใช้บริการทางการเงิน รวมถึงสร้างความเชื่อมั่นให้กับระบบสถาบันการเงินด้วย