xs
xsm
sm
md
lg

โมเดลจีนเข้าตา! 'ดีอี' ศึกษากม.คุมแพลตฟอร์ม สกัดสแกมเมอร์แบบไม่หักบิ๊กเทค

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



เล็งใช้ยาแรงคุมแพลตฟอร์ม! 'ไชยชนก' เผยกระทรวงดีอีอยู่ระหว่างศึกษากฎหมายโมเดลจีน เพิ่มความเข้มกำกับบิ๊กเทค-รับมือสแกมเมอร์ เปรยกลไกคล้าย AOC หวังหาทางออกโดยไม่ต้องหักกัน

นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เปิดเผยว่า กระทรวงดีอีกำลังศึกษาแนวทางกฎหมายของจีนในการกำกับแพลตฟอร์ม เพื่อนำมาพิจารณาความเหมาะสมกับประเทศไทย แนวทางดังกล่าวมีมาตรการค่อนข้างเข้มงวด และมีลักษณะคล้ายการตั้งศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมออนไลน์ (AOC) ที่เน้นรับมือปัญหาบนแพลตฟอร์มโดยเฉพาะ

ทั้งนี้ การกำกับดูแลแพลตฟอร์มเป็นเรื่องที่รัฐบาลให้ความสำคัญ และขณะนี้กำลังดำเนินการหลายแนวทางควบคู่กัน ทั้งการศึกษามาตรการทางกฎหมาย การประสานความร่วมมือกับผู้ให้บริการแพลตฟอร์มในประเทศ และการหารือกับต่างประเทศ เพื่อหากลไกที่เหมาะสมในการรับมือปัญหาอาชญากรรมออนไลน์ โดยยังอยู่ในขั้นตอนศึกษารูปแบบและความเหมาะสม

"เราทำทุกวิถีทาง ทั้งการเตรียมกฎหมาย ขอความร่วมมือภายในประเทศ และขอความร่วมมือต่างประเทศ ก็กำลังนวดกันอย่างเต็มที่ เพื่อหาทางออกโดยไม่ต้องหักกัน" นายไชยชนก กล่าว

อย่างไรก็ตาม ท่าทีดังกล่าวมีขึ้นก่อนนายไชยชนกเข้าหารือกับนางชนิดา คล้ายพันธ์ ผู้อำนวยการฝ่ายนโยบายสาธารณะประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ TikTok บริษัท ติ๊กต๊อก เทคโนโลยีส์ จำกัด และคณะ ที่กระทรวงดีอี เพื่อแลกเปลี่ยนแนวทางความร่วมมือด้านดิจิทัล ความปลอดภัยของผู้ใช้งานแพลตฟอร์ม และการต่อยอดความร่วมมือสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับภัยออนไลน์แก่ประชาชน

สำหรับการหารือกับ TikTok นายไชยชนกกล่าวว่า ประเด็นสำคัญที่ต้องการเน้นคือการรับมือสแกมเมอร์และการกระทำผิดบนแพลตฟอร์ม โดยจากการประสานงานที่ผ่านมา TikTok ถือเป็นแพลตฟอร์มที่ตอบสนองและให้ความร่วมมือกับภาครัฐได้รวดเร็วเมื่อพบกรณีการกระทำผิด

ข่าวน่าสนใจอื่น:
'ดีอี' ลัดคิว MFA เข้า ครม. สกัดข้อมูลรั่ว ปมรหัสผ่านหลุด Dark Web
'ดีอี' ปั้น Tech Forces เริ่ม ก.ย.69 อัปสกิลทหารอาสา 2.5 หมื่นคน รับเงิน 1.5 หมื่นบาท
ช็อก! ข้อมูลรั่วทั่วโลก 5.6 หมื่นล้านบัญชี โยงไทย 221 ล้านบัญชี


ขณะที่ ความร่วมมือกับ Meta แม้บริษัทจะเพิ่มการดำเนินการเพื่อรับมือปัญหามากขึ้นแล้ว แต่รัฐบาลยังเห็นว่าสามารถทำได้มากกว่านี้ โดยเฉพาะการจัดการโครงสร้างเครือข่ายอาชญากรรมออนไลน์ ซึ่งจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกฝ่าย ทั้งภาครัฐ แพลตฟอร์ม สถาบันการเงิน และผู้ให้บริการโทรคมนาคม

"ฝั่งเอกชนเอง ไม่ว่าจะเป็น Meta หรืออื่นๆ คุณต้องพร้อมที่จะเสียส่วนที่เป็นประโยชน์ หรือส่วนที่เป็น Business Model ของคุณ และให้ความจริงใจในการรับมือเรื่องนี้จริงๆ" นายไชยชนก กล่าว

ขณะเดียวกัน การรับมืออาชญากรรมออนไลน์อาจทำให้แต่ละฝ่ายต้องยอมรับผลกระทบบางส่วน โดยรัฐบาลอาจต้องออกมาตรการที่กระทบต่อผู้บริสุทธิ์บางส่วน ขณะที่ธนาคารอาจต้องเพิ่มขั้นตอนจนลูกค้าได้รับความสะดวกน้อยลง ส่วนผู้ให้บริการโทรคมนาคมและแพลตฟอร์มก็ต้องพร้อมปรับมาตรการของตนเอง เพื่อให้สามารถนำผู้กระทำผิดเข้าสู่กระบวนการได้

นอกจากมาตรการด้านความปลอดภัยออนไลน์แล้ว กระทรวงดีอียังเตรียมหารือกับแพลตฟอร์มเกี่ยวกับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลด้านการท่องเที่ยว โดยมีแนวคิดเชื่อมบริการตั้งแต่ก่อนนักท่องเที่ยวเดินทางเข้าประเทศ ระหว่างพำนักในไทย จนถึงเดินทางกลับ เพื่อเพิ่มความสะดวก ปรับบริการให้เหมาะกับนักท่องเที่ยวแต่ละราย และยกระดับความปลอดภัย

แนวทางดังกล่าวจะเชื่อมโยงข้อมูลและบริการจากหลายส่วน ทั้งระบบตรวจคนเข้าเมือง โรงแรม และการใช้จ่าย ขณะที่การเดินทางเยือนจีนก่อนหน้านี้ ฝ่ายไทยได้หารือกับ Alibaba Group และ Tencent เพื่อประสานความร่วมมือกับ WeChat และ Alipay ในการเชื่อมระบบเข้ากับบริการด้านการท่องเที่ยวของไทย

นายไชยชนก กล่าวว่า แพลตฟอร์มเหล่านี้มีระบบจัดทำแผนการเดินทางและสามารถพัฒนา Mini App ภายในแอปได้อยู่แล้ว หากเชื่อมเข้ากับระบบของไทย จะช่วยให้สามารถแลกเปลี่ยนข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการเดินทางได้มากขึ้น ขณะที่ไทยสามารถเชื่อมข้อมูลด้านบริการท่องเที่ยวกลับไปยังแพลตฟอร์ม เพื่อเพิ่มความสะดวกในการเดินทางและเสริมความปลอดภัยให้แก่นักท่องเที่ยว