หลังจากหุ้นใหม่เงียบเหงามานาน โดยในปี 2569 มีเพียงหุ้นบริษัท ยูนิคพลาสติก อินดัสตรี จำกัด (มหาชน) หรือ UNIX เพียงแห่งเดียวที่เข้ามาซื้อขาย แต่กำลังจะมีหุ้นน้องใหม่ตัวที่ 2 เข้ามาตาม
หุ้นบริษัท กลุ่มภัทร จำกัด (มหาชน) หรือ PHAT ผู้ประกอบธุรกิจสกัดน้ำมันปาล์มดิบและส่งออกผลิตภัณฑ์คุณภาพสูงจากปาล์ม ได้นำหุ้นจำนวน 118.86 ล้านหุ้น เสนอขายประชาชนเป็นครั้งแรก ในราคาหุ้นละ 2 บาท จากราคาพาร์ 0.50 บาท ระหว่างวันที่ 4–6 สิงหาคมที่ผ่านมา โดยมีค่า P/E เรโช 5.91 เท่า และหุ้นจะเข้าซื้อขายในตลาด MAI ประมาณวันที่ 20 สิงหาคมนี้
ภาวะตลาดหุ้นที่ซบเซา และผลกระทบจากสงครามตะวันออกกลาง ทำให้หุ้นใหม่หลายบริษัทพับแผนการเข้าจดทะเบียน เพราะบรรยากาศการลงทุนไม่เอื้ออำนวย หากนำหุ้นออกเสนอขายก็ไม่สามารถขายในราคาสูงได้
แม้บริษัทจดทะเบียนใหม่ส่วนใหญ่ต้องการระดมทุนในตลาดหุ้น แต่จำใจต้องชะลอแผนไว้จนกว่าภาวะตลาดจะเอื้ออำนวย
แต่ PHAT เลือกที่จะไม่รอ เพราะอาจมีความจำเป็นด้านการระดมทุน และเห็นว่าภาวะตลาดหุ้นเริ่มเอื้อ จึงตัดสินใจนำหุ้นเข้าจดทะเบียน ซึ่งจะเป็นหุ้นน้องใหม่ตัวที่ 2 ในปีนี้
PHAT จะไปรอดหรือไม่ มีจุดแข็งจุดขายอะไรดีกว่าหุ้นเดิม ๆ ในตลาดหลักทรัพย์และตลาด MAI หรือมีปัจจัยพื้นฐานเหนือกว่าหุ้นใหม่ที่เพิ่งเข้าซื้อขายเมื่อปลายปี 2568 และหุ้น UNIX ที่เข้าซื้อขายเป็นตัวแรกของปี 2569
แน่นอนว่าในช่วงเปิดการเสนอขายหุ้น ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นผู้บริหาร PHAT บริษัทที่ปรึกษาทางการเงิน บริษัทผู้จัดการจำหน่ายและรับประกันการจำหน่ายหุ้นหรืออันเดอร์ไรท์เตอร์ ย่อมโหมประชาสัมพันธ์ข้อมูลเชิงบวกเกี่ยวกับแนวโน้มผลประกอบการ เพื่อจูงใจให้นักลงทุนจองซื้อหุ้น
ค่า P/E เรโช 5.91 เท่า เมื่อเทียบกับราคาหุ้นเสนอขายที่ 2 บาท เป็นจุดขายส่วนหนึ่งของ PHAT เช่นเดียวกับหุ้นน้องใหม่รุ่นพี่หลายตัวที่ใช้ค่า P/E เรโชต่ำเป็นจุดชักจูงนักลงทุน แต่สุดท้ายเมื่อเข้าซื้อขาย ราคากลับต่ำกว่าจอง
หุ้นบริษัท กลุ่มสมอทอง จำกัด (มหาชน) หรือ SMO ซึ่งอยู่ในธุรกิจการเกษตรเหมือนกัน เสนอขายในราคาหุ้นละ 5.40 บาท มีค่า P/E เรโชประมาณ 7 เท่า โดยเข้าซื้อขายวันแรก 10 พฤศจิกายน 2568 ปรากฏว่าราคาปิดที่ 4.50 บาท ต่ำกว่าจอง 90 สตางค์ หรือ 16.67% ก่อนปรับตัวลงล่าสุดวันศุกร์ที่ 7 สิงหาคม ปิดที่ 3.90 บาท
หุ้น UNIX เป็นหุ้นน้องใหม่ที่เข้าจดทะเบียนเป็นตัวแรกของปี 2569 โดยเคาะซื้อขายวันที่ 1 เมษายน หลังเสนอขายในราคาหุ้นละ 1.89 บาท มีค่า P/E เรโชประมาณ 8.50 เท่า แม้วันแรกจะมีแรงซื้อช่วยพยุงจนยืนเหนือจอง โดยปิดที่ 1.94 บาท สูงกว่าจอง 5 สตางค์ หรือ 2.65% แต่หลังจากนั้นราคาซึมลง ล่าสุดปิดที่ 1.72 บาท
ใครจองหุ้น SMO ไว้ ไม่มีโอกาสหนีจากการขาดทุน ส่วนใครจองหุ้น UNIX ไว้ ถ้าขายออกไม่ทันก็เจ็บตัวเช่นกัน
ทุกฝ่ายกำลังจับตาว่าหุ้น PHAT จะฝ่ากระแสความตกต่ำของหุ้นใหม่ได้หรือไม่ เพราะหุ้นที่มีค่า P/E เรโชระดับ 6 เท่า มีอยู่เกลื่อนตลาด และมีประวัติผลประกอบการพร้อมการจ่ายเงินปันผลสูงอย่างสม่ำเสมอ เช่น หุ้นกลุ่มธนาคาร หรือแม้แต่หุ้นบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) หรือ THAI
PHAT มีอะไรที่โดดเด่นกว่าหุ้นขนาดใหญ่ที่มีปัจจัยพื้นฐานดี และนักลงทุนสถาบันทั้งในและต่างประเทศแห่เข้าไปลงทุน
หุ้น PHAT คงเสนอขายได้หมดเกลี้ยง แต่นักลงทุนที่จองซื้อหุ้นไว้ต้องรอลุ้นว่า เมื่อเข้ามาซื้อขายแล้วจะรอดหรือไม่ ยืนเหนือราคาจองได้หรือเปล่า
ส่วนนักลงทุนที่ไม่ได้จองซื้อหุ้นไว้ มีคำถามว่าจะกล้า “ลองของ” เข้าไปเสี่ยงเก็งกำไรหุ้น PHAT หรือไม่
เพราะการเก็งกำไรหุ้นน้องใหม่ในรอบ 3 ปีที่ผ่านมา นักลงทุนมักเจ็บหนัก