กรมราง ลงพื้นที่”อุดรธานี”เช็กความพร้อม ระบบรางและจุดเชื่อมต่อรองรับเดินทาง”มหกรรมพืชสวนโลกอุดรฯ”เผยปลายส.ค. นี้ รฟท.สร้างที่หยุดชั่วคราวและจุดตัดทางรถไฟ คาดเสร็จในต.ต.69 ส่วนรถไฟทางคู่ขอนแก่น–หนองคาย ก่อสร้าง คืบหน้าแล้ว
9.6% เสร็จปี 71
นายพิเชฐ คุณาธรรมรักษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางราง (ขร.) เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม 2569 นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ลงพื้นที่จังหวัดอุดรธานี เพื่อติดตามความก้าวหน้าการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมและระบบราง เพื่อรองรับการเดินทางของประชาชนและเสริมสร้างศักยภาพด้านโลจิสติกส์ของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ตลอดจนสนับสนุนการเชื่อมโยงภูมิภาคระหว่างไทย สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว และสาธารณรัฐประชาชนจีน
โดยได้ติดตามความคืบหน้าการก่อสร้างโครงการรถไฟทางคู่ ช่วงขอนแก่น–หนองคาย ระยะทาง 167 กิโลเมตร ซึ่งมีเส้นทางครอบคลุมพื้นที่ 3 จังหวัด ได้แก่ ขอนแก่น อุดรธานี และหนองคาย ปัจจุบัน มีความคืบหน้าร้อยละ 9.6 มีเป้าหมายก่อสร้างแล้วเสร็จและเปิดให้บริการภายในปี 2571
และเป็นโครงการดังกล่าวเป็นโครงสร้างพื้นฐานระบบรางที่มีความสำคัญต่อการเพิ่มประสิทธิภาพการเดินรถ การขนส่งผู้โดยสารและสินค้า รวมถึงรองรับการเชื่อมโยงโครงข่ายรถไฟกับประเทศเพื่อนบ้านในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง (GMS) ซึ่งจะช่วยยกระดับศักยภาพด้านโลจิสติกส์และขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ
พร้อมกันนี้ได้ตรวจเยี่ยมพื้นที่สถานีรถไฟอุดรธานี เพื่อติดตามการให้บริการประชาชน ความพร้อมของพื้นที่สถานี และแนวทางการพัฒนาพื้นที่โดยรอบให้สอดรับกับการพัฒนาโครงข่ายระบบรางในอนาคต รวมถึงการเชื่อมต่อระหว่างระบบรางกับระบบขนส่งสาธารณะรูปแบบอื่น เพื่อเพิ่มความสะดวก รวดเร็ว และปลอดภัยในการเดินทางของประชาชน และรองรับการเติบโตของจังหวัดอุดรธานีในฐานะศูนย์กลางเศรษฐกิจของภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน
@เร่งเคลียร์จุดก่อสร้างทับซ้อนไฮสปีดไทย–จีน เฟส 2
นอกจากนี้ ยังได้ติดตามความพร้อมของโครงการรถไฟทางคู่ที่เกี่ยวข้องกับการจัดมหกรรมพืชสวนโลกจังหวัดอุดรธานี พ.ศ. 2569 รวมถึงการบริหารจัดการพื้นที่ทับซ้อนระหว่างโครงการรถไฟทางคู่ ช่วงขอนแก่น–หนองคาย กับโครงการรถไฟความเร็วสูงไทย–จีน ระยะที่ 2 ช่วงนครราชสีมา–หนองคาย เพื่อให้การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของทั้งสองโครงการดำเนินไปอย่างสอดคล้องและเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศ พร้อมรับฟังความก้าวหน้าการเตรียมความพร้อมของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการรองรับประชาชนและนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางเข้าร่วมงาน ซึ่งคาดว่าจะมีปริมาณการเดินทางเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
@เช็กก่อสร้างที่หยุดรถไฟในพื้นที่จัดงาน”มหกรรมพืชสวนโลกอุดรฯ
โดยวันที่ 9 สิงหาคม 2569 นายพิเชฐ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ ขร. ได้ลงพื้นที่บริเวณสถานที่จะก่อสร้างที่หยุดรถไฟและจุดตัดทางรถไฟ ภายในพื้นที่จัดงานมหกรรมพืชสวนโลกจังหวัดอุดรธานี พ.ศ. 2569 เพื่อติดตามความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐานและการเชื่อมต่อการเดินทางของประชาชนและนักท่องเที่ยวที่จะเข้าร่วมงาน
สำหรับที่หยุดรถไฟดังกล่าว จะก่อสร้างเป็นชานชาลาชั่วคราวสูง 1.10 เมตร ความยาวประมาณ 200 เมตร เพื่อรองรับประชาชนและนักท่องเที่ยวที่เดินทางมากับขบวนรถไฟ ขณะที่จุดตัดทางรถไฟเสมอระดับจะก่อสร้างจำนวน 2 แห่ง ระหว่างสถานีอุดรธานี–สถานีนาพู่ ได้แก่ บริเวณกิโลเมตรที่ 574+725.25 ซึ่งมีความกว้างถนนประมาณ 23 เมตร สำหรับยานพาหนะที่ใช้งานในโครงการมหกรรมพืชสวนโลกโดยเฉพาะ และบริเวณกิโลเมตรที่ 574+815.74 ซึ่งมีความกว้างถนนประมาณ 20 เมตร เพื่อใช้เป็นทางเดินเข้า–ออกสำหรับนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเที่ยวงาน โดยจุดตัดทั้งสองแห่งจะช่วยเชื่อมต่อพื้นที่จัดงานซึ่งอยู่คนละฝั่งของทางรถไฟ
@รฟท.เร่งประมูล เริ่มก่อสร้างใน ส.ค.นี้
ทั้งนี้ การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) อยู่ระหว่างขั้นตอนการประกวดราคา โดยใช้งบประมาณจากงบกลางของจังหวัดอุดรธานี คาดว่าจะเริ่มดำเนินการก่อสร้างได้ภายในสิ้นเดือนสิงหาคม 2569 และก่อสร้างแล้วเสร็จภายในเดือนตุลาคม 2569 โดยจะมีพนักงานของ รฟท. ควบคุมและดูแลด้านความปลอดภัยบริเวณจุดตัดทางรถไฟทั้ง 2 แห่ง พร้อมใช้แผงเข็นกั้นเพื่อบริหารจัดการการสัญจรและความปลอดภัยในพื้นที่
นายพิเชฐ กล่าวว่า มหกรรมพืชสวนโลกจังหวัดอุดรธานี พ.ศ. 2569 กำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 1 พฤศจิกายน 2569 – 14 มีนาคม 2570 ณ บริเวณพื้นที่ชุ่มน้ำหนองแด ตำบลกุดสระ อำเภอเมือง จังหวัดอุดรธานี บนพื้นที่กว่า 1,030 ไร่ ภายใต้แนวคิด “Diversity of Life: Connecting People, Water and Plants for Sustainable Living” โดยการจัดงานครั้งนี้ถือเป็นโอกาสสำคัญในการแสดงศักยภาพของจังหวัดอุดรธานีในฐานะศูนย์กลางเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว และการคมนาคมของภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน
“ระบบรางจะมีบทบาทสำคัญในการรองรับการเดินทางของประชาชนและนักท่องเที่ยวจากทั่วประเทศ รวมถึงเชื่อมโยงการเดินทางกับจังหวัดใกล้เคียงและประเทศเพื่อนบ้าน การเตรียมความพร้อมทั้งด้านโครงสร้างพื้นฐาน การให้บริการ และความปลอดภัย จึงเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อให้การเดินทางเข้าสู่พื้นที่จัดงานเป็นไปอย่างสะดวก รวดเร็ว และปลอดภัย พร้อมรองรับปริมาณการเดินทางที่จะเพิ่มขึ้นในช่วงการจัดงาน” นายพิเชฐ กล่าว