xs
xsm
sm
md
lg

คณะทำงาน Zero Corruption จี้รัฐกวาดล้างขบวนการ“สวมสิทธิ–พ่อทิพย์” ชี้กระทบความมั่นคง เสนอแนะ7 ข้อแก้ปัญหา

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



คณะทำงาน Zero Corruption : กกร. และเพื่อน ไม่ทนแสดงความกังวลต่อปัญหาการขอสัญชาติไทยและสถานะทางทะเบียนโดยมิชอบ กระทบความมั่นคงของประเทศ หลังพบรูปแบบการกระทำผิดมีความซับซ้อนมากขึ้น ทำเป็นเครือข่าย ตั้งแต่นายหน้า ผู้รับจ้าง บุคลากรบางส่วนในสถานพยาบาล โดยมีเจ้าหน้าที่รัฐที่เกี่ยวข้องกับงานทะเบียนราษฎรร่วมทุจริตด้วน ระบุขั้นตอนหละหลวม พร้อมเสนอ 7 มาตรการเร่งด่วน ป้องกันและแก้ไขปัญหา

คณะทำงาน Zero Corruption : กกร. และเพื่อน ไม่ทน เปิดเผยว่า ขบวนการ“สวมสิทธิ–พ่อทิพย์” เป็นปัญหาที่มีความซับซ้อน ไม่ได้เกิดจากการว่าจ้างของชาวต่างชาติฝ่ายเดียว แต่ยังเกี่ยวข้องกับช่องโหว่ของกระบวนการตรวจสอบการเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างหน่วยงานที่ยังไม่ครอบคลุม รวมถึงการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบของบุคลากรในสถานพยาบาล ไปจนถึงเจ้าหน้าที่รัฐที่เกี่ยวข้องกับงานทะเบียนราษฎร ส่งผลให้มีการออกเอกสารราชการหรือรับรองข้อมูลที่ไม่ตรงกับข้อเท็จจริง

กรณีเหล่านี้อาจเชื่อมโยงไปถึงการใช้นอมินี การฟอกเงิน การดำเนินธุรกิจผิดกฎหมาย ทุนสีเทา และอาชญากรรมข้ามชาติ กระทบต่อความมั่นคง ความน่าเชื่อถือของระบบทะเบียนราษฎร และการแข่งขันทางเศรษฐกิจของประเทศ

จากการรวบรวมข้อมูลพบว่า การได้สัญชาติไทยหรือสถานะทางทะเบียนโดยมิชอบมีอย่างน้อย 9 รูปแบบ ได้แก่
1. การว่าจ้างชายไทยให้รับรองว่าเป็นบิดาของเด็ก หรือกรณี “พ่อทิพย์”
2. การว่าจ้างหญิงไทยอุ้มบุญให้ชาวต่างชาติโดยผิดกฎหมาย
3. การสวมสิทธิบุคคลที่เสียชีวิต สูญหาย หรือย้ายไปพำนักในต่างประเทศ
4. การเพิ่มชื่อบุคคลในทะเบียนบ้านโดยใช้ข้อมูลหรือพยานหลักฐานเท็จ
5. การออกหรือซื้อขายบัตรประจำตัวบุคคลซึ่งไม่มีสัญชาติไทยโดยมิชอบ
6. การแจ้งเกิดที่ไม่ตรงกับข้อเท็จจริง หรือแจ้งจำนวนเด็กมากกว่าความเป็นจริง
7. การว่าจ้างชายไทยจดทะเบียนสมรสกับหญิงต่างชาติโดยไม่มีความสัมพันธ์ฉันสามีภรรยาจริง
8. การรับรองเท็จว่าเด็กเกิดในประเทศไทย
9. การปลอมสูติบัตร ใบรับรองการเกิด หรือเอกสารราชการที่เกี่ยวข้อง

หนึ่งในรูปแบบที่ได้รับความสนใจ คือ การว่าจ้างชายไทยให้จดทะเบียนสมรสหรือรับรองบุตรของหญิงต่างชาติที่ตั้งครรภ์ เพื่อให้เด็กได้รับสัญชาติไทยตามสถานะของบิดา โดยอาจมีนายหน้าทำหน้าที่จัดหาบุคคล เตรียมเอกสาร ประสานงานกับสถานพยาบาล และนำเอกสารไปใช้แจ้งเกิดต่อหน่วยงานรัฐ


ขณะเดียวกัน ขั้นตอนการรับรองบุตรบางกรณียังอาศัยเอกสารและคำรับรองของบุคคลเป็นหลัก หากการตรวจสอบข้อเท็จจริงไม่รัดกุม หรือมีเจ้าหน้าที่ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ อาจเปิดโอกาสให้มีการรับรองข้อมูลหรือสถานะทางกฎหมายโดยไม่ถูกต้อง นอกจากนี้ ยังพบการนำข้อมูลของผู้เสียชีวิตผู้สูญหาย หรือผู้ที่ไม่ได้พำนักอยู่ในประเทศไทยมาใช้ขอออกบัตรประจำตัวประชาชน รวมถึงการเพิ่มชื่อบุคคลในทะเบียนบ้านโดยใช้พยานรับรองข้อมูลเท็จ และการซื้อขายเอกสารแสดงสถานะของบุคคลที่ไม่มีสัญชาติไทย

คณะทำงานฯ ระบุว่า สัญชาติไทยและสถานะทางทะเบียนเกี่ยวข้องกับสิทธิหลายด้านทั้งการศึกษา การรักษาพยาบาล การเดินทาง การประกอบอาชีพ การพำนัก และการถือเอกสารประจำตัว ขณะที่บางกรณีอาจถูกนำไปใช้เพื่ออำนวยความสะดวกในการดำเนินธุรกิจ การถือครองทรัพย์สิน หรือทำธุรกรรมที่กฎหมายจำกัดสิทธิของชาวต่างชาติ รวมถึงใช้ปกปิดตัวตนของบุคคลที่เกี่ยวข้องกับเครือข่ายยาเสพติด ผู้หลบหนีคดี ธุรกิจผิดกฎหมาย และอาชญากรรมข้ามชาติ ผลกระทบจึงครอบคลุมทั้งความน่าเชื่อถือของระบบทะเบียนราษฎร ระบบบัตรประจำตัวประชาชน ความมั่นคงของประเทศ การจดทะเบียนธุรกิจ การถือครองทรัพย์สิน และธุรกรรมทางการเงิน ตลอดจนการแข่งขันที่เป็นธรรมในระบบเศรษฐกิจ นอกจากนี้ การได้รับสิทธิโดยมิชอบยังอาจเพิ่มภาระงบประมาณด้านการศึกษา สาธารณสุข และสวัสดิการ รวมถึงกระทบต่อความเชื่อมั่นของประชาชนต่อหน่วยงานรัฐ

ที่ผ่านมา คดีเกี่ยวกับสถานะบุคคลมักพบในรูปแบบการปลอมสูติบัตร การใช้เอกสารราชการที่มีข้อความเท็จ การแจ้งข้อมูลเกี่ยวกับบิดา มารดา หรือสถานที่เกิดไม่ตรงกับข้อเท็จจริง และการสวมสิทธิบุคคลอื่น ซึ่งข้อมูลในช่วงหลังพบว่าผู้กระทำผิดมีการแบ่งหน้าที่ชัดเจนขึ้น ตั้งแต่การหาลูกค้า การจัดหาผู้รับจ้าง เตรียมเอกสาร ประสานงานกับสถานพยาบาล ไปจนถึงการติดต่อเจ้าหน้าที่รัฐเพื่อให้ออกเอกสารหรือรับรองข้อมูลโดยมิชอบ ซึ่งปัจจุบันยังไม่มีฐานข้อมูลทางการที่แยกสถิติคดีการได้สัญชาติไทยโดยมิชอบอย่างชัดเจน เนื่องจากแต่ละคดีอาจถูกดำเนินการในฐานความผิดต่างกัน

คณะทำงาน Zero Corruption : กกร. และเพื่อน ไม่ทน เสนอ 7 มาตรการเร่งด่วน เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหา ได้แก่
1. ตรวจสอบการรับรองบุตรและการแจ้งเกิดย้อนหลังในกรณีเสี่ยง โดยกำหนดหลักเกณฑ์คัดกรองความผิดปกติ เช่น บุคคลหนึ่งรับรองบุตรหลายราย หรือมีความเชื่อมโยงกับนายหน้าและสถานพยาบาลที่เคยถูกร้องเรียน

2. เชื่อมโยงฐานข้อมูลระหว่างหน่วยงาน ทั้งโรงพยาบาล กรมการปกครอง สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง กระทรวงการต่างประเทศ และหน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย เพื่อให้ตรวจสอบข้อมูลได้ครบถ้วน

3. ตรวจ DNA ในกรณีที่มีเหตุอันควรสงสัย ภายใต้หลักเกณฑ์ที่ชัดเจน โปร่งใส และคำนึงถึงกฎหมาย สิทธิมนุษยชน และการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

4. ขยายผลดำเนินคดีกับเครือข่ายที่เกี่ยวข้องทุกระดับ ตั้งแต่ผู้จัดหา ผู้ประสานงาน ผู้รับผลประโยชน์ ไปจนถึงผู้สนับสนุนทางการเงินทั้งในและต่างประเทศ

5. ตรวจสอบเจ้าหน้าที่รัฐและบุคลากรที่เกี่ยวข้อง หากพบการทุจริต ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ หรือรับรองข้อมูลเท็จ ต้องดำเนินการตามกฎหมาย พร้อมตรวจสอบเส้นทางการเงินและทรัพย์สิน

6. จัดทำระบบวิเคราะห์ความเสี่ยง ใช้เทคโนโลยีและการวิเคราะห์ข้อมูลตรวจจับความผิดปกติของการแจ้งเกิด การรับรองบุตร การใช้สถานพยาบาล หรือพยานบุคคลซ้ำในหลายกรณี

7. เปิดช่องทางแจ้งเบาะแสและติดตามผล พร้อมคุ้มครองผู้ให้ข้อมูล และเปิดเผยผลการตรวจสอบกับสถิติการดำเนินคดีอย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ การแก้ไขปัญหาจำเป็นต้องเร่งเชื่อมโยงข้อมูลของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้สามารถตรวจสอบและใช้งานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ ควบคู่กับการตรวจสอบและเพิกถอนสัญชาติหรือสถานะที่ได้มาโดยมิชอบตามขั้นตอนของกฎหมาย รวมถึงดำเนินการกับเจ้าหน้าที่หรือบุคลากรที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริตอย่างจริงจัง พร้อมเสนอให้รัฐบาลยกระดับปัญหาการทุจริตสัญชาติและสถานะบุคคลเป็นประเด็นสำคัญด้านความมั่นคงและเศรษฐกิจ ลดความเสี่ยงจากการนำสถานะบุคคลไปใช้สนับสนุนทุนสีเทา นอมินี และอาชญากรรมข้ามชาติ