xs
xsm
sm
md
lg

เจาะลึก “อิออน” ถอดใจขายทิ้ง “แม็กซ์แวลู” เหตุขาดทุนสะสม 657 ล้านบาท

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



MGROnline — สะเทือนค้าปลีก! เจาะลึกชนวนเหตุ “อิออน” ถอดใจขายทิ้ง “แม็กซ์แวลู” ซบตักเซ็นทรัล หลังแบกขาดทุน 3 ปี แตะ 657 ล้านบาท

สั่นสะเทือนวงการค้าปลีกไทยครั้งใหญ่ หลังจาก บริษัท เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ CRC ได้ยื่นแจ้งต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2569 ถึงดีลยักษ์ในการเข้าซื้อกิจการ “แม็กซ์แวลู” (MaxValu) ซูเปอร์มาร์เก็ตสัญชาติญี่ปุ่นทั้งหมด 30 สาขาในประเทศไทย ผ่านบริษัทย่อยอย่าง บริษัท เซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล จำกัด (CFR) ในสัดส่วนการถือหุ้นเต็ม 100% เพื่อเตรียมสวมแบรนด์ใหม่เป็น “ท็อปส์” (Tops)

เบื้องหลังการตัดสินใจโบกมือลาสมรภูมิค้าปลีกไทยของกลุ่มทุนยักษ์ใหญ่อย่าง "อิออน" ครั้งนี้ ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่มีชนวนเหตุสำคัญมาจากมรสุมทางการเงินและตัวเลขขาดทุนสะสมที่หนักหน่วงจนยากจะแบกรับไหว


• เปิดงบสุดช้ำ “อิออน (ไทยแลนด์)” เลือดไหลไม่หยุด ขาดทุนสะสม 3 ปีทะลัก 657 ล้านบาท

แม้ว่า บริษัท อิออน (ไทยแลนด์) จำกัด จะมีทุนจดทะเบียนสูงถึง 890 ล้านบาท แต่เมื่อพลิกดูงบการเงินและผลประกอบการย้อนหลัง 3 ปีล่าสุด จะพบกับภาวะ “รายได้หดตัว-ตัวเลขขาดทุนพุ่งกว้าง” อย่างน่าใจหาย ดังนี้:

* ปี 2567: รายได้ 4,441 ล้านบาท | ขาดทุนสุทธิ 185 ล้านบาท
* ปี 2568: รายได้ 4,384 ล้านบาท | ขาดทุนสุทธิ 206 ล้านบาท
* ปี 2569: รายได้ 4,053 ล้านบาท | ขาดทุนสุทธิ 266 ล้านบาท


 เพียงระยะเวลา 3 ปี อิออน (ไทยแลนด์) ต้องแบกรับยอดขาดทุนสะสมรวมกันสูงถึง 657 ล้านบาท ซึ่งตัวเลขการขาดทุนที่ดิ่งลึกขึ้นเรื่อยๆ นี้ ส่งผลกระทบโดยตรงทำให้ "มูลค่าส่วนของผู้ถือหุ้น" (Equity Value) ลดลงไปอย่างมาก

จากสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ประเมินได้ว่า สถานะทางการเงินดังกล่า ทำให้ดีลการซื้อขายหุ้น 100% ในครั้งนี้ ราคาที่ CRC เข้าซื้อจริงน่าจะมีแนวโน้มต่ำกว่ามูลค่าทุนจดทะเบียน 890 ล้านบาทอย่างมีนัยสำคัญ โดยคาดว่าจะมีการปรับราคาลงตามข้อตกลงหลังหักลบหนี้สินและประเมินมูลค่าสินทรัพย์คงเหลือ เช่น ที่ดินทำเลทอง และศูนย์ผลิตอาหารพร้อมรับประทาน เป็นต้น

•เจาะ 3 ชนวนเหตุ ทำไมยักษ์ค้าปลีกญี่ปุ่นต้อง “ยกธงขาว”?
ทั้งนี้เมื่อวิเคราะห์ในเชิงลึก พบว่ามี 3 ปัจจัยหลักที่เป็นตัวเร่งให้อิออนตัดสินใจล่าถอยและขายทิ้งกิจการแม็กซ์แวลูในไทยทิ้งไป คือ 
 
1. ศึกรอบด้านในสมรภูมิค้าปลีกไทย: ตลาดค้าปลีกไทยขึ้นชื่อเรื่องความเคี่ยวและการแข่งขันที่ทวีความรุนแรงอย่างมาก ที่ผ่านมาแม็กซ์แวลูต้องปะทะโดยตรงกับยักษ์ใหญ่ที่มีกลุ่มทุนระดับแสนล้านหนุนหลัง และมีเครือข่ายสาขาที่แข็งแกร่งครอบคลุมทั่วประเทศอย่าง 7-Eleven, Tops และ CJ MORE จนทำให้ชิงส่วนแบ่งทางการตลาดได้ยาก

2. พิษแพลตฟอร์มเดลิเวอรีแย่งลูกค้า: พฤติกรรมของผู้บริโภคยุคใหม่ที่เปลี่ยนไป หันไปพึ่งพาการสั่งซื้อสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์และแพลตฟอร์มเดลิเวอรีต่างๆ ส่งผลให้ยอดทราฟฟิกหรือจำนวนลูกค้าที่เดินเข้ามาเลือกซื้อสินค้าที่หน้าร้านซูเปอร์มาร์เก็ตโดยตรงหดตัวลงอย่างมีนัยสำคัญ

3. ขีดความสามารถในการทำกำไรดิ่งลงเหว: จากตัวเลขรายได้ที่ลดฮวบลงต่อเนื่อง สวนทางกับยอดขาดทุนที่พุ่งสูงขึ้นเรื่อยๆ สะท้อนชัดเจนว่าโครงสร้างต้นทุนและขีดความสามารถในการบริหารกำไรของแม็กซ์แวลูลดลงอย่างเห็นได้ชัดจนไม่คุ้มค่าที่จะยื้อต่อ


• CRC งัด 4 กลยุทธ์สวมแบรนด์ “ท็อปส์” เร่งสปีดเป้า 1,000 สาขา
การก้าวเข้ามาตะครุบเค้กก้อนนี้ของ CRC ถือเป็นเกมยุทธศาสตร์ที่คุ้มค่าอย่างยิ่ง โดย CRC เลือกใช้แหล่งเงินทุนจากกระแสเงินสดภายในบริษัท (Internal Cash Flow) ในการเข้าซื้อหุ้นทั้งหมดเพื่อขับเคลื่อนแผนงานต่อทันทีผ่าน 4 กลยุทธ์หลัก คือ


1. รีแบรนด์ 30 สาขา ปรับโฉมแม็กซ์แวลูทั้ง 30 สาขาเปลี่ยนเป็นแบรนด์ "ท็อปส์" (Tops) ตามโมเดลธุรกิจที่เหมาะสมกับแต่ละทำเล

2. ฮุบฐานข้อมูลลูกค้า 900,000 ราย: สามารถเข้าถึงและควบรวมฐานลูกค้าเดิมของแม็กซ์แวลูได้ทันทีกว่า 900,000 ราย เพื่อนำมาต่อยอดการตลาด

3. คว้ากรรมสิทธิ์ที่ดินพรีเมียมและครัวกลาง: ได้รับสิทธิ์ในที่ดินศักยภาพสูงในเขตชุมชน รวมถึง ศูนย์ผลิตอาหารพร้อมรับประทาน (Ready-to-Eat Processing Center) ซึ่งจะเข้ามาช่วยยกระดับและสร้างความหลากหลายให้กับกลุ่มสินค้าอาหารพร้อมทานของท็อปส์

4. กำจัดคู่แข่ง-สยายปีกครอบคลุมย่านชุมชน: ตอกย้ำความเป็นผู้นำในตลาดฟู้ดรีเทลไทยและยึดครองทำเลทองใจกลางเมืองและแหล่งชุมชนอย่างเบ็ดเสร็จ

ทั้งนี้ปัจจุบัน ท็อปส์ (Tops) ภายใต้การบริหารของเซ็นทรัล รีเทล มีโมเดลร้านค้าทั้งหมด 8 โมเดล รวมทั้งสิ้นประมาณ 752 สาขาทั่วประเทศ เช่น Tops Daily 528 สาขา, Tops Supermarket 145 สาขา เป็นต้น โดยการได้สาขาแม็กซ์แวลูเข้ามาเติมพอร์ตอีก 30 สาขาในครั้งนี้ จะเป็นสปริงบอร์ดสำคัญช่วยให้ท็อปส์ขยับเข้าใกล้เป้าหมายใหญ่ที่ต้องการขยายสาขาให้ครบ 1,000 สาขา ภายในปี 2570 ได้เร็วยิ่งขึ้น พร้อมดันยอดขายปี 2569 นี้ ให้เติบโตตามเป้าหมายที่ 20%.