บทวิเคราะห์หุ้น สัปดาห์ละตัว จาก Aekinvestment โดย เอกพิทยา เอี่ยมคงเอก
สัปดาห์นี้ เมดีซ กรุ๊ป(SET : MEDEZE)
กลุ่มอุตสาหกรรม: การแพทย์/เทคชีวภาพ
MEDEZE – เมดีซ กรุ๊ป
เก็งการฟื้นตัวรอบใหม่ หลังกำไรเข้าใกล้จุดต่ำสุด : ปัจจุบันคือแย่ ดูอนาคตมีโอกาสดีเหมาะแก่การเก็งกำไร
กำไรกำลังผ่านจุดต่ำสุดของรอบ
ปี 2568 กำไรสุทธิ MEDEZE อยู่ที่ 196.38 ล้านบาท ลดลง 42.0% จากปี 2567 ที่ 338.74 ล้านบาท จากทั้งฐานกำไรปี 2567 ที่สูงผิดปกติ การชะลอตัวของลูกค้าต่างประเทศโดยเฉพาะกัมพูชา และค่าใช้จ่ายทีมขาย-การตลาดที่บริษัทเร่งลงทุนเพื่อขยายฐาน เราไม่ได้มองข้ามความอ่อนแอนี้ แต่จุดที่น่าสนใจเชิงเก็งกำไรคือทิศทางรายไตรมาสเริ่มทรงตัว โดย Q4/68 กำไร 36.43 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11% QoQ และ Q1/69 ที่ 34.36 ล้านบาท ลดลงเพียง 6% QoQ ชะลอการลงลงอย่างชัดเจนเมื่อเทียบกับการทรุดตัวแรงก่อนหน้า สำหรับหุ้นเก็งกำไร สัญญาณ QoQ ที่เริ่มนิ่งมักมาก่อนการกลับตัวของราคา
ตัวเร่งระยะสั้น: ใบอนุญาตครบมือ + รุกตลาดยา ATMPs
จุดที่เรามองเป็นตัวเร่งเชิงเก็งกำไรคือความคืบหน้าด้านใบอนุญาตและมาตรฐาน ล่าสุดบริษัทได้รับใบอนุญาตผลิตยาแผนปัจจุบัน (ผ.ย.2) จาก อย. สำหรับผลิตผลิตภัณฑ์เซลล์บำบัดเพื่อการวิจัยทางคลินิก และผ่านมาตรฐานธนาคารเซลล์ (Cell Banking) เป็นแห่งแรกในไทยตามการรับรองของกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ พร้อมการรับรอง AABB และ ISO ประกอบกับการเข้าร่วมโครงการ ATMPs Regulatory Sandbox ซึ่งเปิดทางสู่ธุรกิจยาบำบัดขั้นสูงที่มูลค่าเพิ่มสูงกว่าการรับฝากเซลล์แบบเดิม การมีใบอนุญาตครบมือสร้างกำแพงการแข่งขัน (barrier to entry) และเปิด optionality ด้านรายได้ใหม่ที่ตลาดยังไม่ได้ให้มูลค่า หากมีข่าวความคืบหน้าของ ATMPs หรือดีลพันธมิตรเข้ามา จะเป็นตัวกระตุ้นราคาได้ทันที นอกจากนี้บริษัทยังคงเป้ารายได้ปี 2569 ที่ระดับ 1,000 ล้านบาท จากฐานปี 2568 ที่ 776 ล้านบาท โดยมีแรงหนุนจากการขยายตลาดต่างประเทศชดเชยลูกค้ากัมพูชา และบริการใหม่ทั้ง NK Cell Therapy และ Hair Follicle Cell Bank ขณะที่ธุรกิจรับฝากสเต็มเซลล์ยังมีรายได้ต่อเนื่อง (Recurring) จากค่าธรรมเนียมรายปี ซึ่งช่วยจำกัด downside
สัญญาณจากภายใน: ผู้บริหารเก็บหุ้น
สัญญาณเชิงบวกอีกจุดคือการที่ประธานเจ้าหน้าที่บริหารเข้าซื้อหุ้นในตลาดที่ราคา 6.11 บาทเมื่อเดือนมีนาคม 2569 ซึ่งใกล้กรอบล่างของราคาในรอบปี การที่ผู้บริหารเก็บหุ้นช่วงผลประกอบการอ่อนแอ มักสะท้อนมุมมองว่าราคาลงมาถึงระดับที่น่าสนใจเมื่อเทียบกับมูลค่าที่ประเมิน ประกอบกับฐานะการเงินแข็งแรงและกระแสเงินสดจากธุรกิจจัดเก็บที่สม่ำเสมอ ทำให้ความเสี่ยงด้านสภาพคล่องอยู่ในระดับต่ำ
กลยุทธ์: เก็งกำไร เป้า 10.00 บาท
เราให้ราคาเป้าหมายเชิงเก็งกำไรที่ 10.00 บาท อิงการกลับเข้าสู่กรอบ PE ที่หุ้นเคยเทรดตอน IPO ราว 35 เท่า บนประมาณการ EPS ปี 2570 ที่ 0.27 บาท (คิดเป็น PE ราว 37 เท่า) ซึ่งเป็นระดับที่เป็นไปได้หากตลาดเริ่มมองข้ามช่วงกำไรอ่อนแอไปยังการฟื้นตัวปี 2570 เราย้ำว่าราคาเป้าหมายนี้เป็นเชิงเก็งกำไรบนการฟื้นตัวและการ re-rating ไม่ใช่บนกำไรย้อนหลัง เนื่องจากที่ราคาปัจจุบันหุ้นเทรด PE trailing สูงราว 38 เท่า จึงเหมาะกับผู้ลงทุนที่รับความเสี่ยงได้และเล่นเป็นรอบ Upside 42.9% แนะนำ ซื้อเก็งกำไร แต่ให้ตั้งจุดตัดขาดทุนกรณีมีการต่ำกว่า 6.5 เพราะในเชิงทางเทคนิคแล้วถือว่า ผิดปกติกรณีมองว่า ราคาจะปรับตัวขึ้น ปัจจัยเสี่ยง: กำไรฟื้นช้ากว่าคาดหากลูกค้าต่างประเทศยังไม่กลับ, การแข่งขันในธุรกิจจัดเก็บเซลล์, ความไม่แน่นอนของโครงการ ATMPs และ valuation ที่แพงบนกำไรปัจจุบันทำให้ราคาผันผวนสูง
MEDEZE – เมดีซ กรุ๊ป | รายละเอียดประมาณการและสมมติฐาน
สมมติฐานหลักที่ใช้ในประมาณการ
รายได้รวมปี 2569 ที่ 830 ล้านบาท (+6.9%) เราตั้งไว้ต่ำกว่าเป้าบริษัทที่ 1,000 ล้านบาทอย่างมีนัย เนื่องจาก Q1/69 ที่ทำได้จริง 175.61 ล้านบาทยังลดลง 19% YoY เราจึงไม่ต้องการใส่สมมติฐานการฟื้นตัวที่ก้าวกระโดดในตารางประมาณการ และเลือกให้การฟื้นตัวค่อยเป็นค่อยไป โดยรอสัญญาณยืนยันจากผลประกอบการ Q2–Q3/69 ก่อน หากบริษัททำได้ตามเป้าของตัวเอง ตัวเลขของเราจะมี upside ซึ่งเรามองว่าเป็นการวางประมาณการที่ปลอดภัยกว่าสำหรับหุ้นที่เพิ่งผ่านช่วงกำไรถดถอย
อัตรากำไรขั้นต้นเราคงไว้ที่ 76–77% ใกล้เคียงกับที่บริษัททำได้จริง ซึ่งเป็นระดับสูงตามลักษณะธุรกิจรับฝากเซลล์ที่มีต้นทุนคงที่เป็นหลัก จุดที่กดกำไรสุทธิปี 2568 ไม่ใช่มาร์จิ้นขั้นต้น แต่เป็นค่าใช้จ่ายขาย-บริหารที่เพิ่มจาก 287 เป็น 364 ล้านบาทจากการขยายทีมขายและตัวแทน เราให้ค่าใช้จ่ายส่วนนี้เพิ่มในอัตราที่ชะลอลงในปี 2569–2570 เพราะการลงทุนทีมขายส่วนใหญ่เกิดขึ้นไปแล้ว ทำให้กำไรสุทธิฟื้นตัวได้เร็วกว่ารายได้ ซึ่งเป็นกลไก operating leverage ที่สนับสนุน thesis เก็งการฟื้นตัว
กำไรสุทธิปี 2569 ที่ 230 ล้านบาท (+17.1%) และปี 2570 ที่ 285 ล้านบาท (+23.9%) สะท้อนการฟื้นตัวจากฐานต่ำ ไม่ใช่การกลับไปสู่จุดสูงสุดเดิมทันที เราใช้อัตราภาษีที่ราว 13% สอดคล้องกับสิทธิประโยชน์ทางภาษีที่บริษัทได้รับ ทั้งนี้ประมาณการทั้งหมดยังมีความไม่แน่นอนสูงกว่าหุ้นทั่วไป เพราะขึ้นกับการกลับมาของลูกค้าต่างประเทศและความคืบหน้าของธุรกิจใหม่ที่ยังคาดการณ์ได้ยาก จึงเป็นเหตุผลที่เราจัดหุ้นนี้เป็นเชิงเก็งกำไรมากกว่าการลงทุนพื้นฐานระยะยาว
ที่มาของราคาเป้าหมายเชิงเก็งกำไร 10.00 บาท
เราประเมินราคาเป้าหมาย 10.00 บาทจากการให้ PE ราว 37 เท่าบน EPS ปี 2570 ที่ 0.27 บาท ระดับ PE นี้ใกล้เคียงกับ PE ตอน IPO ที่ 35.55 เท่า ซึ่งเป็นกรอบที่ตลาดเคยให้กับหุ้นในช่วงที่เชื่อในการเติบโต เราเลือกอิง EPS ปี 2570 แทนปี 2569 เพราะ thesis เก็งกำไรอยู่บนการมองข้ามช่วงอ่อนแอไปยังการฟื้นตัว เราย้ำอีกครั้งว่านี่คือราคาเป้าหมายเชิงเก็งกำไร ที่ราคาปัจจุบันหุ้นเทรด PE trailing สูงถึง 38 เท่าบนกำไรที่เพิ่งลดลง ดังนั้นหากการฟื้นตัวไม่เกิดขึ้นตามคาด ราคามี downside ที่มีนัยเช่นกัน ผู้ลงทุนจึงควรใช้จุดตัดขาดทุนอย่างเคร่งครัด
ปัจจัยเสี่ยง
หนึ่ง กำไรฟื้นตัวช้ากว่าคาดหากลูกค้าต่างประเทศโดยเฉพาะกัมพูชายังไม่กลับมา สอง valuation ที่แพงบนกำไรปัจจุบัน (PE trailing ~38 เท่า) ทำให้ราคาอ่อนไหวต่อข่าวลบและผลประกอบการที่ต่ำกว่าคาด สาม ความไม่แน่นอนของโครงการ ATMPs และธุรกิจใหม่ที่ยังไม่สร้างรายได้อย่างมีนัย สี่ การแข่งขันในธุรกิจรับฝากสเต็มเซลล์และเซลล์ภูมิคุ้มกัน และห้า สภาพคล่องการซื้อขายของหุ้นที่อาจทำให้ราคาผันผวนแรงในบางช่วง เนื่องจากเป็นคำแนะนำเชิงเก็งกำไร ผู้ลงทุนควรบริหารความเสี่ยงด้วยการจำกัดขนาดการลงทุนและตั้งจุดตัดขาดทุน