xs
xsm
sm
md
lg

ซีอาร์ซี สยายปีก ฮุบ ‘แม็กซ์แวลู’ 30 สาขาเกลี้ยงพอร์ต เตรียมรีแบรนด์สวมชื่อ ‘ท็อปส์’ ยึดทำเลทองเขตชุมชน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



MGROnline — สั่นสะเทือนวงการค้าปลีกไทย เหตุ CRC ประกาศปิดดีลยักษ์เข้าซื้อ MaxValu กิจการของอิออน (ไทยแลนด์) รวม 30 สาขาในประเทศไทย ผ่านบริษัทย่อย คือ บริษัท เซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล จำกัด (CFR) ในสัดส่วนการถือหุ้นเต็ม 100% ทางลัดสู่เป้าหมาย 1,000 สาขา ภายในปี 2570

จากกรณีที่บริษัท เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ CRC แจ้งต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2569 ว่า บริษัท เซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล จำกัด หรือ CFR ซึ่งเป็นบริษัทย่อยที่ CRC ถือหุ้นทั้งทางตรงและทางอ้อม 100% ได้ลงนามสัญญาเข้าซื้อหุ้นสามัญในบริษัท อิออน (ไทยแลนด์) จำกัดนั้น

เบื้องต้นทาง CRC ระบุว่า วัตถุประสงค์ของการลงทุนครั้งนี้ เพื่อขยายเครือข่ายสาขาธุรกิจซูเปอร์มาร์เก็ตในทำเลยุทธศาสตร์ ซึ่งแผนการเข้าซื้อกิจการในครั้งนี้ ทางเซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล หรือ CFR ได้เตรียมงัด 4 กลยุทธ์สำคัญเพื่อขับเคลื่อนธุรกิจต่อทันที คือ

1.เตรียมรีแบรนด์ครั้งใหญ่ โดยมีแผนการปรับโฉมและเปลี่ยนชื่อร้านแม็กซ์แวลูทั้ง 30 สาขา ให้กลายเป็น “ท็อปส์” (Tops) ตามโมเดลธุรกิจที่เหมาะสมและสอดรับกับแต่ละทำเลที่ตั้ง

2.ขยายฐานลูกค้าทันที ซึ่งดีลนี้จะช่วยให้กลุ่มเซ็นทรัลสามารถเข้าถึงและขยายฐานลูกค้าเพิ่มขึ้นทันทีกว่า 900,000 ราย จากเครือข่ายฐานลูกค้าเดิมของแม็กซ์แวลู

3.คว้าสิทธิ์ที่ดินพรีเมียมและศูนย์อาหารพร้อมทาน ทางเซ็นทรัลจะได้รับกรรมสิทธิ์ในที่ดินศักยภาพ รวมถึง ศูนย์ผลิตอาหารพร้อมรับประทาน (Ready-to-Eat Processing Center) ซึ่งจะถูกนำเข้ามาช่วยยกระดับและสร้างความแตกต่างให้กลุ่มสินค้าอาหารพร้อมทานของท็อปส์ให้มีความแข็งแกร่งและหลากหลายมากยิ่งขึ้น

4.ใช้กระแสเงินสดภายใน ซึ่งดีลการเข้าซื้อหุ้นทั้งหมดในครั้งนี้ ใช้แหล่งเงินทุนจากกระแสเงินสดภายในของบริษัท (Internal Cash Flow) โดยที่ อิออน (ไทยแลนด์) มีทุนจดทะเบียนอยู่ที่ 890 ล้านบาท

อย่างไรก็ตามตามรายงานไม่ได้มีการระบุตัวเลขมูลค่าการซื้อขายที่ทาง CRC จ่ายในการเข้าซื้อกิจการไว้ แต่จากตัวเลขทางบัญชีและการเงิน ทุนจดทะเบียน และผลขาดทุนสะสมสะสมรวมกันถึง 657 ล้านบาทในช่วง 3 ปีนี้ จะส่งผลให้ "มูลค่าส่วนของผู้ถือหุ้น" (Equity Value) ลดลงไปอย่างมาก ดังนั้นราคาที่ CRC เข้าซื้อจริง จึงมีแนวโน้มว่าจะต่ำกว่ามูลค่าทุนจดทะเบียน 890 ล้านบาท อย่างมีนัยสำคัญ หรือเป็นราคาอื่นที่ตกลงกันหลังหักลบหนี้สินและประเมินมูลค่าสินทรัพย์คงเหลือ เช่น ที่ดินศักยภาพและศูนย์ผลิตอาหารพร้อมทาน ดังนั้นการเข้าซื้อหุ้น 100% ไม่ได้หมายความว่าราคาซื้อขายจะเท่ากับ 890 ล้านบาท


เจาะลึกชนวนเหตุ “อิออน” ล่าถอย
อย่างไรก็ตามเมื่อพิจารณาจากตัวเลขผลประกอบการย้อนหลัง พบว่ารายได้ของแม็กซ์แวลูมีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในช่วง 3 ปีย้อนหลัง ดังนี้

1.ปี 2567 รายได้ 4,441 ล้านบาท ขาดทุน 185 ล้านบาท
2.ปี 2568 รายได้ 4,384 ล้านบาท ขาดทุน 206 ล้านบาท
3.ปี 2569 รายได้ 4,053 ล้านบาท ขาดทุน 266 ล้านบาท

ภาวะขาดทุนสะสมต่อเนื่องครั้งนี้ คาดการณ์ว่ามาจาก 3 ปัจจัยหลัก คือ
1. การแข่งขันที่รุนแรงอย่างมากในตลาดค้าปลีกไทย ที่ผ่านมาแม็กซ์แวลูต้องเผชิญหน้ากับศึกรอบด้านในสมรภูมิค้าปลีก และถูกกดดันจากคู่แข่งหลากหลายโมเดลธุรกิจ เช่น การปะทะกับเจ้าตลาดและกลุ่มทุนใหญ่ และต้องแข่งขันโดยตรงกับแบรนด์ยักษ์ใหญ่ที่มีเครือข่ายสาขาครอบคลุมและมีความแข็งแกร่งสูงอย่าง 7-Eleven, Tops และ CJ MORE

2.การเติบโตของแพลตฟอร์มเดลิเวอรี ปัจจุบันพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป หันไปใช้บริการสั่งซื้อสินค้าผ่านแพลตฟอร์มเดลิเวอรีต่างๆ ได้เข้ามาแย่งส่วนแบ่งทางการตลาดและลดจำนวนลูกค้าที่จะเข้ามาใช้บริการที่หน้าร้านซูเปอร์มาร์เก็ตโดยตรง

3.รายได้ที่หดตัวลงอย่างต่อเนื่องสวนทางกับตัวเลขขาดทุนที่พุ่งสูงขึ้น ส่งผลให้ช่องว่างของการขาดทุนกว้างขึ้นเรื่อยๆ สะท้อนถึงขีดความสามารถในการทำกำไรที่ลดลงอย่างเห็นได้ชัด


และการก้าวเข้ามาของ CRC ในดีลนี้ ถือเป็นการเดิมพันด้านยุทธศาสตร์ครั้งสำคัญ เป็นโอกาสทองในการใช้ความแข็งแกร่งทางการเงินเข้าช้อนซื้อกิจการ เพื่อกำจัดคู่แข่ง ควบรวมฐานลูกค้า และแย่งชิงทำเลศักยภาพสูง สยายปีก และยึดครองหัวหาดทำเลทองในเขตชุมชน รวมถึงใจกลางเมืองเพื่อตอกย้ำความเป็นผู้นำในตลาดฟู้ดรีเทลของไทยอย่างเบ็ดเสร็จ และเพื่อเสริมทัพความแข็งแกร่งให้กับกลุ่มธุรกิจฟู้ดรีเทลของเซ็นทรัล จนยากที่ใครจะสั่นคลอนได้อีกต่อไป

อย่างไรก็ตามปัจจุบันท็อปส์ (Tops) ในเครือเซ็นทรัล รีเทล มีแบรนด์ และรูปแบบร้านค้าทั้งหมดประมาณ 8 โมเดล และมีสาขารวมทั่วประเทศราว 752 สาขา แยกจำนวนสาขาตามแต่ละโมเดล ดังนี้

1.Tops Daily (ท็อปส์ เดลี่): 528 สาขา
2.Tops (ท็อปส์ ซูเปอร์มาร์เก็ต): 145 สาขา
3.Tops Food Hall (ท็อปส์ ฟู้ด ฮอลล์): 21 สาขา
4.Matsukiyo (มัทสึคิโยะ): 29 สาขา
5.Tops Care (ท็อปส์ แคร์): 10 สาขา
6.Tops Wine Cellar (ท็อปส์ ไวน์ เซลล่าร์): 9 สาขา
7.Pet 'n Me (เพ็ทแอนด์มี): 8 สาขา
8.Tops Fine Food (ท็อปส์ ไฟน์ ฟู้ด): 2 สาขา

ทั้งนี้ท็อปส์วางเป้าหมายเปิดสาขาให้ครบ 1,000 สาขา ภายในปี 2570 ส่วนในปี 2569 ตั้งเป้ายอดขายเติบโตที่ 20%.