MGROnline — ลอรีอัล กรุ๊ป ยักษ์ใหญ่ด้านความงามระดับโลก โชว์ผลงานครึ่งปีแรกโตอย่างแข็งแกร่งเหนือตลาดที่ 6.5% กวาดรายได้รวมกว่า 2.377 หมื่นล้านยูโร พร้อมสร้างบิ๊กดีลสั่นสะเทือนวงการ คว้าสิทธิ์บริหารบิวตี้แบรนด์หรู "กุชชี่" (Gucci) ระยะยาว 50 ปี เดินหน้าผนึกพันธมิตร OpenAI มุ่งสู่ผู้นำด้าน AI-powered Beauty กางแผนลุตลาดเมืองไทย ส่ง 4 แบรนด์ใหม่เสริมทัพปี 69
นายนิโคลา ฮิโรนิมุส ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของลอรีอัล กรุ๊ป เปิดเผยว่า กลยุทธ์สำคัญของบริษัทในปีนี้ คือ ลอรีอัลได้บรรลุข้อตกลงรับสิทธิ์บริหารแบรนด์แต่เพียงผู้เดียวระยะเวลา 50 ปี ร่วมกับ เคอริ่ง (Kering) ในการสรรค์สร้าง พัฒนา และจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์น้ำหอม และผลิตภัณฑ์ความงาม ภายใต้แบรนด์ กุชชี่ (Gucci) โดยสัญญาให้สิทธิ์นี้จะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 1 กรกฎาคม 2027 เป็นต้นไป
“การได้กุชชี่เข้ามาเสริมทัพ ซึ่งถือเป็นแบรนด์ล่าสุดจาก เคอริ่ง บิวตี้ (Kering Beauté) จะช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้พอร์ตโฟลิโอแบรนด์หรูของลอรีอัลให้ทรงพลังและอยู่ในจุดยุทธศาสตร์ที่ดีกว่าเดิมในการแข่งขันระดับโลก”
นอกจากนี้ลอรีอัลยังเดินหน้าขยายอาณาจักรในตลาดเกิดใหม่ที่เติบโตอย่างรวดเร็ว โดยเข้าซื้อหุ้นส่วนใหญ่ใน "อินโนวิสต์" (Innovist) ผู้นำผลิตภัณฑ์ดูแลส่วนบุคคลของประเทศอินเดีย เพื่อเพิ่มแบรนด์ท้องถิ่นเข้าสู่พอร์ตโฟลิโอและตอบโจทย์ผู้บริโภคในพื้นที่ได้อย่างตรงจุด
ขณะเดียวกันลอรีอัลได้ประกาศความร่วมมือครั้งประวัติศาสตร์ร่วมกับ OpenAI มุ่งเน้นการประยุกต์ใช้ระบบปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อขับเคลื่อนประสบการณ์ผู้บริโภคผ่านระบบการค้าแบบ AI Agent รวมถึงการนำ AI มาใช้ในสายงานปฏิบัติต่างๆ ตั้งแต่การวิจัยและวิทยาศาสตร์ไปจนถึงการตลาด
ผลประกอบการครึ่งปีแรก 2026 แข็งแกร่งทั่วโลก ดิจิทัล-อีคอมเมิร์ซพุ่งแรง
นายนิโคลา กล่าวต่อถึง ผลงานในครึ่งปีแรกปีนี้ถือว่ายอดเยี่ยมด้วยยอดขาย 2.377 หมื่นล้านยูโร เติบโตขึ้น 6.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งเป็นการเติบโตที่สูงกว่าภาพรวมตลาดความงามทั่วโลกอย่างมีนัยสำคัญ โดยมีฟันเฟืองหลักขับเคลื่อนจากการดำเนินกลยุทธ์ด้านนวัตกรรม และการเติบโตของช่องทางอีคอมเมิร์ซที่โตในระดับสองหลัก และเร็วกว่าตลาดเกือบสองเท่า
โดยสรุปยอดขายตามภูมิภาค ดังนี้
1.ยุโรป ยอดขายเติบโต 6.1%
2.อเมริกาเหนือ ยอดขายเติบโต 6.7%
3.ละตินอเมริกา ยอดขายเติบโต 5.2%
4.เอเชียเหนือ ยอดขายเพิ่มขึ้น 4.6%
5. SAPMENA-SSA (เอเชียแปซิฟิกใต้ ตะวันออกกลาง แอฟริกาเหนือ และแอฟริกาใต้ซาฮารา) ลอรีอัลเป็นผู้นำและเติบโตด้วยตัวเลขสูงถึง 13.8%
ทั้งนี้เมื่อเจาะลึกผลการดำเนินงานตามรายแผนก พบว่า
1.แผนกผลิตภัณฑ์เวชสำอาง (Dermatological Beauty) เติบโตโดดเด่นถึง 10.6% นำโดยแบรนด์ ลา โรช-โพเซย์, เซราวี และสกินซูติคัลส์ มีผลิตภัณฑ์กันแดดใหม่อย่าง CeraVe Sun ทำผลงานได้ดีเยี่ยม
2.แผนกผลิตภัณฑ์ช่างผมมืออาชีพ (Professional Products) โตแกร่ง 11.6% จากกลยุทธ์การยกระดับผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมสู่ระดับพรีเมียม (Premiumisation) และนวัตกรรมใหม่อย่าง Kérastase Gloss Absolu Crème และ L’Oréal Professionnel Keratin Alpha Sleek
3.แผนกผลิตภัณฑ์ความงามชั้นสูง (Luxe Portfolio)เติบโต 5.1% เร็วกว่าตลาดความงามพรีเมียมทั่วโลกถึงสองเท่า นำโดยกลุ่มน้ำหอมยอดนิยมอย่าง Prada Paradigme, Emporio Armani, YSL Libre
4.แผนกผลิตภัณฑ์อุปโภค (Consumer Products) เติบโต 4.3% หนุนโดยแบรนด์อันดับหนึ่งของโลก ลอรีอัล ปารีส (L’Oréal Paris)
ลอรีอัล ประเทศไทย โตเหนือตลาด ส่ง 4 แบรนด์ใหม่ชิงเค้กพรีเมียมสกินแคร์และผม
สำหรับตลาดประเทศไทย นายนิโคลา กล่าวว่า ลอรีอัลสามารถสร้างผลงานเติบโตได้เหนือตลาด โดยมุ่งตอบสนองความต้องการที่ซับซ้อนขึ้นของผู้บริโภคชาวไทยในกลุ่มผลิตภัณฑ์ดูแลผิวที่มีประสิทธิภาพสูง ด้วยการเปิดตัว 4 แบรนด์ใหม่ในปี 2569 ได้แก่
1.สกินซูติคัลส์ (SkinCeuticals) แบรนด์เวชสำอางขั้นสูงที่แพทย์ผิวหนังยอมรับ
2.ดร.จี (Dr.G) สกินแคร์ยอดฮิตอันดับ 1 จากเกาหลี
3.เมทริกซ์ (Matrix) กลุ่มผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมมืออาชีพ
5.คัลเลอร์ ว้าว (Color Wow) แบรนด์พรีเมียมจากสหรัฐอเมริกา เพื่อรองรับกลุ่มช่างผมและผู้บริโภคชาวไทยอย่างครอบคลุม.