เซ็นทรัล รีเทล ฮุบแม็กซ์แวลู 30 สาขา เสริมอาณาจักรซูเปอร์มาร์เก็ต หลัง CFR เซ็นซื้อหุ้น “อิออน (ไทยแลนด์)” 100% กวาดฐานลูกค้าเพิ่มทันทีกว่า 900,000 ราย พร้อมได้กรรมสิทธิ์ที่ดินศักยภาพและศูนย์ผลิตอาหารพร้อมรับประทาน ลุยเปลี่ยนโฉมแม็กซ์แวลูทั้งหมดเป็น “ท็อปส์” เมื่อธุรกรรมเสร็จสมบูรณ์
บริษัท เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ CRC แจ้งต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2569 ว่า บริษัท เซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล จำกัด หรือ CFR ซึ่งเป็นบริษัทย่อยที่ CRC ถือหุ้นทั้งทางตรงและทางอ้อม 100% ได้ลงนามสัญญาเข้าซื้อหุ้นสามัญในบริษัท อิออน (ไทยแลนด์) จำกัด
บริษัท อิออน (ไทยแลนด์) จำกัด ประกอบธุรกิจซูเปอร์มาร์เก็ตภายใต้เครื่องหมายการค้า “แม็กซ์แวลู” จำนวน 30 สาขา โดย CRC ระบุว่าวัตถุประสงค์ของการลงทุนครั้งนี้ เพื่อขยายเครือข่ายสาขาธุรกิจซูเปอร์มาร์เก็ตในทำเลยุทธศาสตร์
บริษัทดังกล่าวมีมูลค่าหุ้นที่ตราไว้ หรือราคาพาร์ 100 บาทต่อหุ้น และมีทุนจดทะเบียน 890 ล้านบาท ภายหลังการเข้าซื้อ CFR จะถือหุ้นในสัดส่วน 100% ของทุนจดทะเบียน โดยใช้กระแสเงินสดภายในของบริษัทเป็นแหล่งเงินทุน
CRC ระบุว่า การเข้าทำรายการครั้งนี้สอดคล้องกับกลยุทธ์การเสริมความแข็งแกร่งของกลุ่มธุรกิจฟู้ด โดยจะช่วยให้ CFR ขยายเครือข่ายสาขาซูเปอร์มาร์เก็ต และ เพิ่มฐานลูกค้ากว่า 900,000 รายได้ทันที นอกจากนี้ CFR ยังได้กรรมสิทธิ์ในที่ดินที่มีศักยภาพ และได้ศูนย์ผลิตอาหารพร้อมรับประทาน หรือ Ready-to-Eat Processing Center
ศูนย์ผลิตดังกล่าวจะช่วยยกระดับขีดความสามารถในการผลิตและพัฒนาสินค้ากลุ่มอาหารพร้อมรับประทาน ทำให้สามารถสร้างความแตกต่างของสินค้า เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคได้ดียิ่งขึ้น ตามที่บริษัทระบุในประกาศ
สำหรับธุรกรรมดังกล่าว จะเสร็จสิ้นเมื่อเงื่อนไขบังคับก่อน หรือ Conditions Precedent ตามสัญญาสำเร็จครบถ้วน โดยภายหลังธุรกรรมเสร็จสมบูรณ์ CFR จะนำความเชี่ยวชาญด้านค้าปลีกเข้ามาพัฒนาและยกระดับประสิทธิภาพของธุรกิจ
ที่สำคัญ CRC ระบุชัดว่า จะปรับโฉมสาขาทั้งหมดเป็น “ท็อปส์” และรวมสาขาที่ซื้อมาเข้าสู่อีโคซิสเต็มของ CFR เพื่อเสริมสร้างผลประกอบการให้ดียิ่งขึ้นต่อไป
CRC ระบุว่า รายการดังกล่าวไม่เป็นรายการที่เกี่ยวโยงกัน และขนาดของรายการไม่ต้องดำเนินการตามประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุนที่ ทจ.45/2568 แต่บริษัทมีหน้าที่รายงานสารสนเทศต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เนื่องจากเป็นกรณีที่บริษัทย่อยได้มาซึ่งเงินลงทุนในบริษัทอื่น ซึ่งส่งผลให้บริษัทนั้นมีสถานะเป็นบริษัทย่อยของบริษัทจดทะเบียน