บนเส้นทางสายหลักของจังหวัดกำแพงเพชร สถานีบริการน้ำมัน “ปตท. โค้งวิไลไทยเสรี” ไม่ได้เป็นเพียงจุดแวะพักเติมพลังงานให้แก่ยานพาหนะเท่านั้น แต่ภายใต้การบริหารของ “พี่นาฏ - ศิรินาฏ กฤชภากรณ์” ที่นี่ได้กลายเป็น “ศูนย์กลางแห่งความสุขและการเติมโอกาสให้ชุมชน” เปลี่ยนจากปั๊มน้ำมันเก่าสภาพทรุดโทรมที่เคยเกือบถอดใจ ให้กลายมาเป็นสถานีบริการรางวัลระดับประเทศ ด้วยการยึดถือหัวใจบริการ ความซื่อสัตย์ และการต่อยอดโมเดลธุรกิจไปสู่การเป็นองค์กรเพื่อสังคม (CSR) ที่แก้ปัญหาจริงให้แก่คนในพื้นที่อย่างยั่งยืน
จุดเริ่มต้นของการเดินทางอันยาวนานเกือบ 30 ปีนี้ มิได้เกิดจากแผนธุรกิจที่หรูหราหรือความฝันดั้งเดิมในการทำปั๊มน้ำมัน หากแต่เริ่มขึ้นจากความต้องการเรียบง่ายของครอบครัวที่อยากให้บุตรสาวกลับมาอยู่ใกล้ชิดกันที่บ้านเกิด ณ เวลานั้น ศิรินาฏในวัยทำงานออฟฟิศกรุงเทพฯ จึงต้องก้าวเข้าสู่สนามธุรกิจคือการทำปั๊มน้ำมันที่ตนเองไม่มีความคุ้นเคยแม้แต่น้อย ต้องเผชิญกับความยากลำบากในวันแรกๆ ตั้งแต่การเติมน้ำมันไม่เป็น ปัญหาพนักงานโกง และสภาพแวดล้อมปั๊มพื้นดินแดงที่ไร้ระบบ
แต่ความท้าทายในวันนั้นกลับกลายเป็นวัตถุดิบชั้นดีในการบ่มเพาะทัศนคติแห่งการเรียนรู้และการพัฒนาที่ไม่เคยหยุดนิ่ง “พี่นาฏ” ตัดสินใจปิดปรับปรุง วางระบบบริหารจัดการใหม่ และพลิกความคิดจากการ “เริ่มต้นทำสิ่งที่รัก” มาเป็นการ “เลือกรักในสิ่งที่ทำ” จนสามารถยกระดับสถานีบริการแห่งนี้ให้เป็นมากกว่าที่พักรถ แต่เป็นที่พักใจสำหรับพนักงาน และเป็นลานกิจกรรมแห่งการส่งต่อคุณค่าให้แก่ชุมชนรอบข้างอย่างน่าภาคภูมิใจ
จากวันแรกที่เติมน้ำมันไม่เป็น สู่ทัศนคติ “เลือกรักในสิ่งที่ทำ” และการยกระดับมาตรฐานบริการ
ย้อนกลับไปในปี พ.ศ.2539 กิจการปั๊มน้ำมันเดิมที่ครอบครัวซื้อต่อมานั้น อยู่ในสภาพที่เรียกได้ว่ายากลำบากอย่างยิ่งสำหรับมือใหม่ พื้นปั๊มยังคงเป็นดินแดง การทำงานเป็นแบบดั้งเดิมที่ไม่มีการวางระบบตรวจสอบที่ชัดเจน จนทำให้ต้องเผชิญกับปัญหาพนักงานทุจริต ยอดขายไม่ตรงตามจริง และลูกค้าขับรถเข้ามาแล้วเลี้ยวออกไปเนื่องจากขาดความเชื่อมั่น สถานการณ์ในเวลานั้นบีบบังคับจน “พี่นาฏ” เกือบถอดใจและเดินทางกลับไปทำงานออฟฟิศที่กรุงเทพฯ
จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นเมื่อเธอตั้งสติและตัดสินใจว่า หากจะทำธุรกิจนี้ต่อไป จะต้องทำอย่างถูกต้องและเป็นมืออาชีพ เธอตัดสินใจ “สั่งปิดปั๊ม” ชั่วคราวเพื่อวางระบบใหม่ทั้งหมด ตั้งแต่การปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐาน การนำระบบคอมพิวเตอร์เข้ามาช่วยบันทึกการขายและการบริหารการเงินซึ่งถือเป็นเรื่องใหม่มากสำหรับสถานีบริการน้ำมันในยุคนั้น รวมถึงการจัดโครงสร้างการทำงานของพนักงานใหม่ จนกระทั่งสามารถเปิดให้บริการใหม่อีกครั้งในปี พ.ศ.2541
“ช่วงแรกเราทำอะไรไม่เป็นเลย เติมน้ำมันก็ไม่เป็น ปั๊มก็เก่าเป็นพื้นดินแดง แถมยังเจอพนักงานโกงจนเกือบจะถอดใจกลับกรุงเทพฯ แต่สุดท้ายเราบอกตัวเองว่า ในเมื่อเราไม่ได้เริ่มจากสิ่งที่รัก เราก็ต้องเลือกรักในสิ่งที่ทำ แล้วตั้งใจวางระบบใหม่ทั้งหมดเพื่อให้ปั๊มนี้เดินหน้าต่อไปได้” พี่นาฏเล่าถึงจุดเปลี่ยนในยุคเริ่มต้นบริหาร
ความใส่ใจและการไม่หยุดเรียนรู้ทำให้ “พี่นาฏ” ขยันเดินทางไปศึกษางานจากสถานีบริการอื่นๆ เพื่อนำจุดดีมาปรับใช้กับปั๊มของตน ผลจากการทุ่มเททำงานอย่างจริงจัง ทำให้ ปตท. โค้งวิไล ได้รับรางวัลการันตีคุณภาพจากบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) อย่างต่อเนื่อง ทั้งรางวัลด้านการบริการยอดเยี่ยม รางวัล “กัปตันยอดเยี่ยม” และรางวัลสถานีบริการดีเด่น สะท้อนให้เห็นว่าความใส่อกใส่ใจสามารถเปลี่ยนธุรกิจที่เกือบถอดใจ ให้กลายเป็นสถานีบริการระดับแนวหน้าของประเทศได้อย่างเต็มภาคภูมิ
บริหารคนด้วย 'หัวใจแม่และพี่สาว' เปลี่ยนพนักงานให้เป็นคนในครอบครัว
หัวใจสำคัญที่ทำให้ ปตท. โค้งวิไล ดำเนินงานได้อย่างราบรื่นและมีมาตรฐานบริการที่ไม่เคยตก คือปรัชญาการบริหารคนที่ใช้คำสั้นๆ แต่ทรงพลังอย่างคำว่า “ใจ” พี่นาฏไม่ได้มองพนักงานเป็นเพียงแรงงานที่จ้างมาทำงานแลกเงินค่าจ้าง แต่ปฏิบัติต่อพวกเขาเหมือนคนในครอบครัวที่สามารถเดินเข้ามาร่วมหารือและปรึกษาได้ทุกเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องงาน ปัญหาการเงิน ปัญหาครอบครัว หรือมรสุมชีวิต
ในด้านสวัสดิการและการดูแลชีวิตความเป็นอยู่ สถานีบริการแห่งนี้มีบ้านพักพนักงานจัดไว้ให้อย่างสะดวกสบาย มีการจัดรถรับ-ส่งพนักงานตามเส้นทางเดินทาง พร้อมทั้งจัดตั้งกองทุนเงินสำรองให้พนักงานกู้ยืมโดยไม่คิดดอกเบี้ยเพื่อป้องกันไม่ให้พนักงานไปพึ่งพาเงินนอกระบบหรือเล่นวงแชร์ที่อาจนำมาซึ่งปัญหาขัดแย้ง แต่ขณะเดียวกันก็สอดแทรกการสอนเรื่องวินัยทางการเงินและความรับผิดชอบ ให้พนักงานรู้จักวางแผนนำเงินมาชำระคืนตามข้อตกลง
พนักงานส่วนใหญ่ทำงานกับปั๊มยาวนานกว่า 7 ปี และระดับหัวหน้างานอยู่ร่วมกันมาอย่างยาวนานหลายสิบปี ทำให้เกิดวัฒนธรรมองค์กรที่แข็งแกร่ง ในช่วงเทศกาลที่มีปริมาณรถหนาแน่น พนักงานทุกคนจะร่วมมือร่วมใจทำงานโดยไม่มีใครเกี่ยงงอน เพราะทุกคนเข้าใจบทบาทของตนเองและมองว่า “เหนื่อยด้วยกัน แล้วค่อยพักด้วยกัน”
นอกจากนี้ ในช่วงเทศกาลสำคัญที่ พี่นาฏจะอยู่เป็น “หลัก” ในพื้นที่คอยดูแลภาพรวมและแก้ปัญหาหน้างาน พร้อมสลับให้พนักงานได้พักผ่อนเป็นจังหวะ และเมื่อถึงสิ้นปี หัวหน้าแผนกต่างๆ จะได้รับสิทธิ์ในการร่วมกันคิดและคัดเลือกของขวัญพิเศษเพื่อมอบให้แก่ลูกค้าประจำที่ให้การสนับสนุนมาตลอด ซึ่งสะท้อนถึงการสร้างความสัมพันธ์ที่ออกมาจากใจจริงมากกว่าแค่มารยาททางธุรกิจ
ขยายมิติ CSR สู่นวัตกรรมสังคม: เปลี่ยนขยะเป็นสะพานบุญ เปลี่ยนพื้นที่ปั๊มเป็นที่พึ่งชุมชน
สิ่งที่ทำให้ ปตท. โค้งวิไล มีความโดดเด่นและเป็นที่รักของคนในพื้นที่อย่างแท้จริง คือการทำกิจกรรมเพื่อสังคม (CSR) ที่หลากหลาย มีความต่อเนื่อง และไม่ได้ทำเพื่อการสร้างภาพลักษณ์เพียงชั่วคราว แต่เกิดขึ้นจากการมองเห็น “ปัญหาจริง” ในชีวิตประจำวันของคนในชุมชน แล้วเปลี่ยนพื้นที่ภายในปั๊มให้กลายเป็นห้องทดลองสังคมและพื้นที่แห่งการแบ่งปัน
1. โครงการสินค้า 20 บาท เพื่อผู้ป่วยติดเตียง โดยรับบริจาคเสื้อผ้า รองเท้า และของใช้มือสองสภาพดี นำมาวางจำหน่ายในราคาชิ้นละ 20 บาท โดยให้เหตุผลว่าการขายในราคาถูก ทำให้คนซื้อรู้สึกมีคุณค่าและได้เลือกอย่างตั้งใจมากกว่าการแจกฟรี รายได้ทั้งหมดโดยไม่หักค่าใช้จ่ายถูกนำไปจัดซื้อผ้าอ้อมผู้ใหญ่ (แพมเพิส) ให้แก่ผู้ป่วยติดเตียงยากไร้ในหมู่บ้าน โดยร่วมมือกับอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) ในการคัดเลือกผู้รับที่เดือดร้อนจริง และหากเงินบริจาคไม่เพียงพอ พี่นาฏจะสมทบทุนส่วนตัวเพิ่มเติมเสมอ
“พอเราได้เงินตรงนั้นมา เราก็มองว่ามันไม่ใช่เงินของเราแล้ว เราคิดว่าทำอย่างไรให้เงินไปสร้างประโยชน์ต่อ เพราะเห็นผู้ป่วยติดเตียงบางคนที่เขารายได้น้อย ถ้าเขานอนจมอยู่กับสิ่งปฏิกูลมันจะเกิดแผลกดทับ จึงเอาของใช้แล้วมาขาย 20 บาทไปซื้อแพมเพิส พี่เชื่อว่าคนไทยมีน้ำใจและอยากแบ่งปันอยู่แล้ว แค่ต้องการพื้นที่ที่ส่งของไปถึงผู้รับจริงๆ ด้วยความบริสุทธิ์ใจ” พี่นาฏกล่าวถึงแนวคิดโครงการสินค้า 20 บาท
2. โครงการเปลี่ยนลอตเตอรี่ใบเก่า เป็นดอกไม้จันทน์ส่งต่อความหมายและเปลี่ยนขยะให้เกิดคุณค่า ด้วยการนำสลากกินแบ่งรัฐบาลที่ไม่ถูกรางวัล ซึ่งปกติจะกลายเป็นขยะทิ้งขว้าง มาประดิดประดอยตัดแต่งเป็น “ดอกไม้จันทน์” เพื่อมอบให้แก่ผู้มีรายได้น้อยนำไปใช้ในงานศพ ถือเป็นการเปลี่ยน “ความผิดหวัง” ของผู้ซื้อลอตเตอรี่ ให้กลายเป็นการส่งต่อความหมายและการสร้างบุญกุศล
3. โครงการเต็มใจ & โครงการกำลังใจ: โลหิตต่อชีวิตและพลังแก่เบื้องหลัง (สาธารณสุขชุมชน) เริ่มจากประสบการณ์ตรงที่คนใกล้ชิดและญาติพนักงานต้องเกณฑ์คนไปบริจาคเลือดอย่างยากลำบาก ทำให้เข้าใจว่าปัญหาเลือดขาดแคลนเป็นเรื่องใกล้ตัว ปั๊มจึงเปิดพื้นที่เป็นจุดรับบริจาคโลหิตทุก 3 เดือน โดยมีผู้มาร่วมบริจาคเฉลี่ย 50-60 คนต่อรอบ พร้อมต่อยอดด้วย “โครงการกำลังใจ” ส่งมอบอาหารและน้ำดื่มให้แก่บุคลากรทางการแพทย์และเจ้าหน้าที่ห้องเลือดที่ทำงานปิดทองหลังพระ
4. โครงการละเล่นไทย: 'ตุ๊กตุ่น ทอยเส้น' ดึงเด็กออกจากหน้าจอ (พัฒนาการเยาวชน) แก้ไขปัญหาเด็กติดโทรศัพท์มือถือด้วยการฟื้นฟูกีฬาพื้นบ้านอย่าง “ตุ๊กตุ่น ทอยเส้น” โดยเปิดพื้นที่ปั๊มเป็นสนามแข่งขันประจำจังหวัดกำแพงเพชร ซึ่งในปี 2568 ที่ผ่านมามีเด็กๆ สมัครเข้าร่วมแข่งขันถึง 52 ทีม จากกว่า 20 โรงเรียน ส่งผลให้เด็กๆ หันมาคุยและเล่นกับเพื่อนในชีวิตจริงมากขึ้น จนบางโรงเรียนนำไปบรรจุในกิจกรรมกีฬาสี
5. โครงการภูมิใจ ตลาด 'กินดีได้ดี' และวงจรขยะหมุนเวียน (Zero Waste) (สิ่งแวดล้อม & เกษตรอินทรีย์) เปิดพื้นที่ให้เกษตรกรอินทรีย์นำผลผลิตและดอกไม้มาจำหน่ายโดยไม่คิดค่าเช่า จนเกิดเป็นตลาด “กินดี ได้ดี” ช่วยให้ผู้บริโภคได้กินของปลอดภัยและเกษตรกรมีรายได้ยั่งยืน นอกจากนี้ยังมีการจัดการขยะอาหารอย่างจริงจัง โยนำเศษอาหารวันละกว่า 40 กิโลกรัมไปเลี้ยงหนอน BSF เพื่อนำหนอนไปเป็นอาหารไก่ไข่ออร์แกนิก พร้อมแปลงปลูกพืช GI กล้วยไข่กำแพงเพชรและผักปลอดสารพิษบริเวณหลังปั๊ม
“ห้องน้ำสะอาด สัญญาณแรกแห่งความไว้ใจ” และหลักการซื่อสัตย์สร้างมาตรฐานที่ยั่งยืน
สำหรับพี่นาฏ คำว่า “ความน่าเชื่อถือ” และ “ความไว้วางใจ” ไม่ใช่สิ่งที่สร้างขึ้นได้ด้วยคำโฆษณา แต่เป็นสิ่งที่ลูกค้าต้องสัมผัสได้ด้วยตนเองทันทีที่เลี้ยวรถเข้ามาในสถานีบริการ โดยมี “ห้องน้ำ” เป็นปราการด่านแรกที่สะท้อนถึงมาตรฐานในการบริหารจัดการทั้งหมด ถึงขั้นที่ลูกค้าจำนวนมากเอ่ยปากชมว่าห้องน้ำที่นี่สะอาดจนสามารถ “ลงไปนอนได้เลย”
“พี่บอกพนักงานเสมอว่า รถเข้ามา 5 คัน อาจจะมีคนเติมน้ำมันแค่บางคัน แต่คนทุกคนในรถ ไม่ว่าจะรถเล็กหรือรถใหญ่ ทุกๆ 2 ชั่วโมงต้องเข้าห้องน้ำ ห้องน้ำจึงเป็นสิ่งสำคัญที่เราอยากให้ทุกคนเข้ามาแล้วประทับใจ ให้เป็นภาพจำว่าถ้าอยากเข้าห้องน้ำต้องมาที่นี่ ลูกค้าหลายคนถึงกับพูดแซวว่า ห้องน้ำพี่สะอาดจนผมนอนได้เลย” พี่นาฏเผยถึงวิสัยทัศน์เบื้องหลังห้องน้ำสะอาดอันลือชื่อ
นอกจากความสะอาดแล้ว ปตท. โค้งวิไล ยังใส่ใจมิติทางสิ่งแวดล้อม โดยเลือกใช้น้ำหมักชีวภาพจากมะกรูดและมะนาวในการทำความสะอาด ลดการใช้สารเคมีรุนแรงเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดผลกระทบต่อบ่อบำบัดน้ำเสียหลังปั๊ม และในส่วนของร้านคาเฟ่ อเมซอน พนักงานทุกคนถูกฝึกอบรมให้ช่วยแจ้งสิทธิประโยชน์และโปรโมชันแก่ลูกค้าอย่างกระตือรือร้น เพราะเชื่อว่าความซื่อสัตย์และการไม่ละเลยประโยชน์ของลูกค้า คือมาตรฐานสำคัญสูงสุดที่ไม่สามารถลดทอนได้
ถอดบทเรียนผู้นำท้องถิ่น 'ปตท. โค้งวิไล' ผู้ใช้หัวใจขับเคลื่อนธุรกิจ
เรื่องราวของ “พี่นาฏ - ศิรินาฏ กฤชภากรณ์” และสถานีบริการ ปตท. โค้งวิไล จังหวัดกำแพงเพชร เป็นบทพิสูจน์อันทรงคุณค่าที่แสดงให้เห็นว่า ธุรกิจไม่จำเป็นต้องแยกขาดจากสังคมและชุมชน การเริ่มต้นจากจุดเล็กๆ ด้วยความตั้งใจจริง แม้จะไม่ได้เริ่มจากสิ่งที่รักในวันแรก แต่การใส่ “หัวใจ” ลงไปในทุกรายละเอียด กระบวนการทำงาน และผู้คนรอบข้าง สามารถเปลี่ยนธุรกิจธรรมดาให้กลายเป็นพลังขับเคลื่อนสังคมที่ยิ่งใหญ่ได้
จากหัวจ่ายน้ำมันที่ส่งมอบพลังงานแก่รถยนต์ ได้ขยายผลไปสู่การส่งมอบพลังใจ พลังแห่งโอกาส และคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นให้แก่พนักงาน เกษตรกร ผู้ป่วยติดเตียง ตลอดจนเยาวชนในชุมชน ปตท. โค้งวิไล จึงไม่ใช่เป็นเพียงแค่จุดแวะพักริมทาง แต่เป็น “ศูนย์กลางแห่งหัวใจ” ที่พร้อมจะเติมโอกาสให้ชุมชนเติบโตและอยู่เคียงข้างกันไปอย่างมั่นคงและยั่งยืน