xs
xsm
sm
md
lg

เจ้าสัวกลางรับเละ GULF พุ่ง30% หุ้นในมือขึ้นยกแผง

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



ปี 2569 ดูจะเป็นอีกปีที่ “อาณาจักร GULF” ของเจ้าสัวสารัชถ์ รัตนาวะดี มีข่าวดีเข้ามาพร้อมกันหลายด้าน ไม่เพียงผลประกอบการครึ่งปีแรกที่ GULF โกยกำไรสุทธิไปแล้วกว่า 21,562 ล้านบาท แต่ราคาหุ้นสำคัญที่เชื่อมโยงกับเครือข่ายธุรกิจของกลุ่มยังปรับตัวขึ้นอย่างโดดเด่นพร้อมกัน

นับจากสิ้นปี 2568 ถึงวันที่ 6 สิงหาคม 2569 หุ้น GULF พุ่งเกือบ 60% ขณะที่ KBANK เพิ่มขึ้นเกือบ 30% และ THCOM ขยับกว่า 20% ส่วน ADVANC ซึ่งถือเป็นหนึ่งในเสาหลักกำไรของกลุ่มก็ปรับตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่งเช่นกัน ส่งผลให้มูลค่าเงินลงทุนและ “ความมั่งคั่งบนกระดาษ” ของผู้ถือหุ้นในอาณาจักรเพิ่มขึ้นตามราคาหุ้น

ที่สำคัญ ตัวเลขดังกล่าวยังเป็นเพียงผลจากการเปลี่ยนแปลงของ ราคาหุ้นล้วน ๆ ไม่รวมเงินปันผล ที่ได้รับระหว่างปี โดยเฉพาะการลงทุนใน KBANK ซึ่งนอกจากราคาหุ้นจะปรับขึ้นแล้ว GULF ยังรับรู้เงินปันผลเข้ามาเป็นรายได้อีกประมาณ 2,800 ล้านบาทในไตรมาส 2

ภาพที่เกิดขึ้นจึงสะท้อนว่า GULF ในวันนี้ไม่ได้เป็นเพียง “หุ้นโรงไฟฟ้า” อีกต่อไป แต่กำลังกลายเป็นอาณาจักรขนาดใหญ่ที่มีเครื่องยนต์สร้างมูลค่าครอบคลุมตั้งแต่ พลังงาน โทรคมนาคม ดาวเทียม การเงิน ไปจนถึงดาต้าเซ็นเตอร์และโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล

GULF มาแรงบวกแล้ว60%

หุ้น GULF ปรับตัวขึ้นจากราคาปิด 42.25 บาท เมื่อวันที่ 30 ธันวาคม 2568 มาอยู่ที่ 67.50 บาท ณ วันที่ 6 สิงหาคม 2569 เพิ่มขึ้น 25.25 บาท หรือประมาณ 59.8% เพราะตลาดเริ่มให้น้ำหนักกับโครงสร้างใหม่หลังควบรวม INTUCH รวมถึงกำไรจาก ADVANC โรงไฟฟ้า ธุรกิจ LNG พลังงานหมุนเวียน และดาต้าเซ็นเตอร์ ราคาหุ้นล่าสุดยังเข้าใกล้ระดับสูงสุดในรอบ 52 สัปดาห์ที่ 68.50 บาท

ADVANC ได้แรงสนับสนุนจากกำไรที่เติบโต รายได้เฉลี่ยต่อผู้ใช้ดีขึ้น การแข่งขันด้านราคาลดลง และต้นทุนคลื่นความถี่กับโครงข่ายมีประสิทธิภาพขึ้น จนกลายเป็นเสาหลักกำไรของ GULF โดย ADVANC ราคาหุ้นปรับขึ้นจาก 313 บาท ณ วันที่ 30 ธันวาคม 2568 มาอยู่ที่ประมาณ 382 บาท ณ วันที่ 6 สิงหาคม 2569 คิดเป็นการเพิ่มขึ้นประมาณ 69 บาท หรือราว 22%

KBANK ปรับขึ้นเกือบ 30% จากความคาดหวังด้านเงินปันผล การบริหารคุณภาพสินทรัพย์ และการลดลงของภาระตั้งสำรอง โดยปรับขึ้นจาก 194.50 บาท เป็น 252.00 บาท เพิ่มขึ้น 57.50 บาท หรือประมาณ 29.6% โดยนอกจากมูลค่าหุ้นที่เพิ่มขึ้นแล้ว GULF ยังได้รับประโยชน์จากเงินปันผลของ KBANK อีกทางหนึ่งด้วย

THCOM ฟื้นขึ้นกว่า 20% จากฐานราคาต่ำปลายปีก่อน ปรับจาก 8.65 บาท ณ สิ้นปี 2568 มาอยู่ที่ 10.60 บาท เพิ่มขึ้น 1.95 บาท สะท้อนความคาดหวังต่อโครงการดาวเทียมใหม่และแนวโน้มผลประกอบการที่ฟื้นตัว แต่ราคายังผันผวนและยังต่ำกว่าจุดสูงสุดรอบ 52 สัปดาห์ที่ 14.20 บาท

การปรับขึ้นยกแผงพร้อมกันของหุ้นในอาณาจักร
GULF ไม่เพียงสะท้อนกำไรสุทธิครึ่งปีแรกกว่า 21,562 ล้านบาท แต่กำลังสะท้อนว่าตลาดกำลังให้น้ำหนักกับเครือข่ายธุรกิจพลังงาน โทรคมนาคม การเงิน และโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่ขยายตัวมากขึ้นของกลุ่มนี้

อาณาจักร GULF อู้ฟู่ครึ่งปี โกยกำไรกว่า 2.15 หมื่นล้าน

GULF รายงานกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่ในไตรมาส 2/2569 จำนวน 12,445.7 ล้านบาท เมื่อรวมกับกำไรสุทธิไตรมาสแรก 9,116.8 ล้านบาท ส่งผลให้ครึ่งปีแรกบริษัทมีกำไรสุทธิสะสม 21,562.5 ล้านบาท หรือเฉลี่ยมากกว่า 3,500 ล้านบาทต่อเดือน

แม้กำไรสุทธิไตรมาส 2/2569 จะลดลงอย่างมากเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่สาเหตุสำคัญมาจากฐานกำไรที่สูงผิดปกติในไตรมาส 2/2568 ซึ่ง GULF มีกำไรสุทธิสูงถึง 63,871 ล้านบาท โดยในจำนวนดังกล่าวเป็นกำไรพิเศษจากการควบรวมกิจการระหว่าง GULF และ INTUCH ถึงประมาณ 56,120 ล้านบาท ซึ่งเป็นรายการทางบัญชีที่เกิดขึ้นครั้งเดียว ไม่ใช่กำไรประจำจากการดำเนินธุรกิจ

อย่างไรก็ตามหากพิจารณาเฉพาะตัวเลขกำไรสุทธิแบบปีต่อปี อาจทำให้เห็นภาพว่ากำไรของ GULF ลดลงอย่างรุนแรง ทั้งที่ฐานธุรกิจหลักไม่ได้หดตัวในระดับเดียวกัน โดยในไตรมาส 2/2568 ก่อนรวมกำไรพิเศษจากการควบรวม บริษัทมีกำไรจากการดำเนินงาน หรือ Core Profit อยู่ที่เพียง 7,101 ล้านบาท

บล.อินโนเวสท์ เอกซ์ ครึ่งปีหลังยังแข็งแกร่ง

บล.อินโนเวสท์ เอกซ์ มองว่าปัจจัยสนับสนุนสำคัญประกอบด้วยความต้องการใช้ไฟฟ้าที่สูงขึ้น อัตรากำไรจากโรงไฟฟ้า IPP การเพิ่มขึ้นของ Capacity Payment จากโรงไฟฟ้า Jackson และการทยอยเปิดโครงการพลังงานหมุนเวียน

ฝ่ายวิจัยคาดว่าแนวโน้มครึ่งหลังของปี 2569 ยังแข็งแกร่ง และให้คำแนะนำ OUTPERFORM ด้วยราคาเป้าหมายสิ้นปี 2569 ที่ 75 บาท อย่างไรก็ตาม บทวิเคราะห์ดังกล่าวจัดทำก่อนบริษัทประกาศงบจริง จึงเป็นประมาณการและมุมมองการลงทุน ไม่ใช่ตัวเลขที่รับรองโดยบริษัท

บล.กสิกรไทยมองเป็นหุ้นเด่น ให้เป้า 79 บาท

บล.กสิกรไทยประเมินว่า GULF ได้รับประโยชน์จากเงินปันผล KBANK กำไรขายเงินลงทุนในโครงการปากลาย และการเติบโตของธุรกิจหลัก พร้อมคงคำแนะนำ ซื้อ และราคาเป้าหมาย 79 บาท โดยใช้วิธีประเมินมูลค่ากระแสเงินสด หรือ DCF

บล.เอเซีย พลัสมองโครงสร้างพื้นฐานเป็นโอกาสระยะยาว

บล.เอเซีย พลัสมองว่า GULF มีความได้เปรียบจากการเข้าสู่รอบการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานใหม่ของประเทศ รวมถึงความต้องการใช้ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นจากธุรกิจดาต้าเซ็นเตอร์และอุตสาหกรรมดิจิทัล

ฝ่ายวิจัยให้คำแนะนำ ซื้อ และราคาเป้าหมายสิ้นปี 2569 ที่ 71.25 บาท โดยมองว่ากำไรมีแนวโน้มเติบโตทั้งระยะสั้นและระยะยาว แต่ยังต้องจับตาต้นทุนก๊าซที่อาจกดดันมาร์จิ้นของโรงไฟฟ้า SPP