บีวายดี จีลี่ เชอรี่ กอดคอขึ้นท็อป 10 ค่ายรถที่มีส่วนแบ่งตลาดสูงสุดของโลกในช่วงครึ่งแรกปีนี้ สะท้อนการเติบโตอย่างต่อเนื่องของอุตสาหกรรมยานยนต์จีน รวมถึงการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างตลาดรถยนต์โลก
CarNewsChina รายงานเมื่อวันพุธ (5 ส.ค.) โดยอ้างอิงข้อมูลที่ชุย ตงชู เลขาธิการสมาคมรถยนต์นั่งส่วนบุคคลแห่งประเทศจีน (CPCA) เผยแพร่ที่ระบุว่า บีวายดีคว้าอันดับ 6 ในตารางส่วนแบ่งตลาดรถทั่วโลก ด้วยมาร์เก็ตแชร์ 4.8% ในช่วง 6 เดือนแรกของปีนี้ เทียบกับ 0.6% ในปี 2016
อย่างไรก็ตาม ตัวเลขดังกล่าวลดลงจาก 5.4% เมื่อปีที่แล้ว นอกจากนั้น ยอดขายในประเทศของบีวายดีปีนี้ยังลดลงต่อเนื่อง จากข้อมูลของ China EV DataTracker บีวายดีมียอดส่งมอบรถในจีน 795,169 คันในช่วง 6 เดือนแรกของปีนี้ ลดลง 45.9% จากช่วงเดียวกันปีที่แล้ว
จีลี่ โฮลดิ้ง กรุ๊ป ครองอันดับ 7 ด้วยส่วนแบ่งตลาด 4.6% เทียบกับ 1.5% ในปี 2016 โดยตัวเลขนี้ครอบคลุมส่วนแบ่งตลาดของแบรนด์ทั้งหมดที่อยู่ภายใต้การควบคุมของจีลี่ เช่น วอลโว่ โพลสตาร์ โลตัส สมาร์ท โปรตอน และแบรนด์อื่นๆ
ส่วนเชอรี่ติดอันดับ 9 ด้วยส่วนแบ่งตลาด 4.1% เท่ากับฟอร์ดของอเมริกา เทียบกับ 0.8% เมื่อสิบปีก่อน บริษัทรถแห่งนี้ยังถือเป็นผู้ส่งออกรถชั้นนำของจีน
ผู้ผลิตจีนรายอื่นๆ ที่ติดอันดับในตารางนี้ยังรวมถึง SAIC อันดับ 11 ด้วยส่วนแบ่งตลาด 3.7% ฉางอานอันดับ 17 (1.9%) GWM อันดับ 18 (1.8%) BAIC อันดับ 21 (1.2%) และตงเฟิง 23 (1.1%)
สำหรับตำแหน่งแชมป์เป็นของโตโยต้า ด้วยส่วนแบ่งตลาดทั่วโลก 11% ตามด้วยโฟล์คสวาเกน 8.1%,เกีย ฮุนได 7.6%, สเตลแลนทิส 6%, เรโนลต์ นิสสัน 5.4% ขณะที่อันดับ 8 เป็นของเจเนอรัล มอเตอร์ 4.5%
Technode ตั้งข้อสังเกตว่า นับเป็นครั้งแรกที่ผู้ผลิตรถยนต์จากจีนถึง 3 ราย สามารถติด 10 อันดับแรกของโลกในด้านส่วนแบ่งตลาดพร้อมกัน ซึ่งสะท้อนการเติบโตอย่างต่อเนื่องของอุตสาหกรรมยานยนต์จีน รวมถึงการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างตลาดรถยนต์โลก โดยบีวายดี จีลี่ และเชอรี่ มีส่วนแบ่งตลาดทั่วโลกรวมกัน 13.5% ในช่วง 6 เดือนแรกของปีนี้
ปัจจัยขับเคลื่อนสำคัญส่วนหนึ่งมาจากการส่งออก ช่วงครึ่งแรกปีนี้จีนส่งออกรถ 5.096 ล้านคัน เพิ่มขึ้นถึง 65.3% จากช่วงเดียวกันปี 2025 โดยทำยอดส่งออกรายเดือนทะลุ 1 ล้านคันเป็นครั้งแรกในเดือนมิถุนายน
รถยนต์พลังงานใหม่ (NEV) เป็นกำลังสำคัญของการเติบโตนี้ โดยมียอดส่งออก 2.355 ล้านคัน เพิ่มขึ้นกว่าสองเท่าจากปีที่แล้ว นอกจากนั้นแบรนด์รถจีนยังคงขยายฐานในต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง ทั้งการเพิ่มบทบาทในยุโรปและการเพิ่มส่วนแบ่งตลาดอย่างมั่นคงในตลาดเกิดใหม่อย่างแอฟริกาใต้
อย่างไรก็ตาม การเติบโตของค่ายรถจีนไม่ได้หมายความว่า ผู้ผลิตรถดั้งเดิมกำลังจะสูญพันธุ์ เห็นได้จากการที่โตโยต้า โฟล์คสวาเกน และฮุนได ยังคงเป็นผู้นำในตารางการจัดอันดับนี้ แม้ผู้ผลิตรถยุโรปและอเมริกาบางรายมีอัตราการเติบโตชะลอลง เนื่องจากต้องรับมือการเปลี่ยนผ่านสู่ยานยนต์ไฟฟ้าและต้นทุนห่วงโซ่อุปทานที่สูงขึ้นก็ตาม
ขณะเดียวกัน แบรนด์รถจีนยังคงใช้ประโยชน์จากจุดแข็งด้านอีวี เพื่อเร่งเครื่องขยายธุรกิจในตลาดโลกอย่างต่อเนื่อง
ความก้าวหน้าเหล่านี้ส่วนใหญ่ได้แรงสนับสนุนจากห่วงโซ่อุปทานอีวีที่มีความพร้อมและครบวงจร รวมถึงการพัฒนาอย่างต่อเนื่องในด้านแบตเตอรี่ ระบบขับเคลื่อนไฟฟ้า และเทคโนโลยียานยนต์อัจฉริยะ
ผู้ผลิตรถจีนกำลังก้าวข้ามรูปแบบการส่งออกเพียงอย่างเดียว โดยหันไปลงทุนด้านการวิจัยและพัฒนา โรงงานผลิต และเครือข่ายการขายในต่างประเทศมากขึ้น ซึ่งการปรับกลยุทธ์ให้เหมาะสมกับแต่ละตลาดกำลังกลายเป็นองค์ประกอบสำคัญของกลยุทธ์การขยายธุรกิจระดับโลก
สมาคมผู้ผลิตรถยนต์แห่งประเทศจีน (CAAM) ระบุว่า การส่งออกกลายเป็นหนึ่งในกำลังสำคัญที่ขับเคลื่อนการเติบโตของอุตสาหกรรม ขณะที่การแข่งขันในประเทศทวีความรุนแรงมากขึ้น
ในอนาคตคาดว่า ผู้ผลิตรถจีนจะให้ความสำคัญมากขึ้นกับการดำเนินธุรกิจที่สอดคล้องกับแต่ละตลาด การปฏิบัติตามกฎระเบียบท้องถิ่นอย่างเคร่งครัด รวมทั้งการลงทุนอย่างต่อเนื่องในด้านเทคโนโลยี การสร้างแบรนด์ และบริการหลังการขาย เพื่อสนับสนุนการเติบโตอย่างยั่งยืนในต่างแดน
เทรนด์ตลาดอีวี
ขณะเดียวกัน รายงานจาก Focus2Move ที่เผยแพร่เมื่อต้นสัปดาห์ระบุว่า ยอดขายอีวีทั่วโลกปีนี้ชะลอลง 3.5% ส่งผลให้ส่วนแบ่งตลาดอยู่ที่ 16%
บีวายดียังคงครองอันดับ 1 ด้วยส่วนแบ่งตลาด 16% แม้ยอดขายลดลงถึง 34.6% โดยยอดขายในเอเชีย ซึ่งเป็นตลาดหลักของบริษัท ดิ่งลงถึง 46.7% แต่เพิ่มขึ้นแข็งแกร่งถึง 80.6% ในทวีปอเมริกา และ 56.5% ในยุโรป
เทสลาสวนกระแสการหดตัวของตลาดอีวี โดยยอดขายเพิ่มขึ้น 9.4% และส่วนแบ่งตลาด 11.8% แม้ยอดขายในทวีปอเมริกาลดลง 8.8% แต่ยอดขายในเอเชียเพิ่มขึ้น 9.7% และในยุโรปพุ่งแรงถึง 45.2%
จีลี่ กรุ๊ปได้รับผลกระทบเช่นเดียวกัน โดยยอดขายลดลง 24.4% ส่งผลให้ตกลงมาอยู่อันดับ 3 ด้วยส่วนแบ่งตลาด 8.4% ยอดขายในเอเชียดิ่งฮวบ 36.5% สวนทางกับในยุโรปที่โตถึง 31.9%