“ร่มโพธิ์ พร็อพเพอร์ตี้” เผยครึ่งแรกปี69 ทำรายได้ 2,004 ล้านบาท เติบโต 377% สร้างกำไรสุทธิ 293 ล้านบาท หลังโอนกรรมสิทธิ์ตามแผน คาด High Season ภูเก็ตปลายปียังคึกคัก ตอกย้ำศักยภาพ World Destination ตอบโจทย์กลุ่ม HNWIs และผู้มองหาบ้านหลังที่สอง โฟกัสโอนบิ๊กล็อต โครงการสร้างเสร็จใหม่ THE TITLE Heritage Bang-Tao พร้อมแบ็กล็อกแกร่ง 22,981 ล้านบาท ยึดหลักเติบโตยั่งยืน คุมวินัยการเงิน-บริหารสภาพคล่อง คาดรับรู้รายได้ตามเป้า 6,000 ล้าน
นายดรงค์ หุตะจูฑะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ร่มโพธิ์ พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ TITLE ในเครือแอสเซทไวส์ (ASW) กล่าวว่า ช่วงครึ่งแรกของปี 2569 (ม.ค.-มิ.ย. 69) บริษัทสามารถรักษาการเติบโตได้อย่างมั่นคง ทำรายได้รวม 2,004 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 377% (YoY) เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2568 ขณะที่กำไรสุทธิอยู่ที่ 293 ล้านบาท เติบโตขึ้น 1,358% (YoY) โดยปัจจัยหนุนสำคัญมาจากการทยอยรับรู้รายได้โครงการสร้างเสร็จใหม่ “เดอะ ไทเทิล เซเรนิตี้ ในยาง” (THE TITLE Serenity Naiyang) มูลค่าโครงการ 4,000 ล้านบาท ซึ่งทำยอดโอนได้อย่างแข็งแกร่ง แม้จะอยู่นอกฤดูกาลท่องเที่ยว
“ด้วยความเชี่ยวชาญด้านการพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยในภูเก็ตมากว่า 15 ปี ทำให้เรารู้จักพื้นที่ เข้าใจความต้องการของตลาด จนสามารถพัฒนาโปรดักท์ได้ตรงใจลูกค้าชาวไทยและชาวต่างชาติ รวมถึงมีเครือข่ายพันธมิตรและ Agent มืออาชีพหลากสัญชาติที่คุยภาษาเดียวกับลูกค้า จึงยิ่งสร้างความเชื่อมั่นและไว้วางใจให้กับลูกค้า"
ทั้งนี้ ในช่วงไตรมาส 2 ที่ผ่านมาบริษัทยังสามารถสร้างยอดขายใหม่เติบโตเพิ่มขึ้นถึง 15% จากปีก่อน แม้จะเป็นช่วง Low Season และมีสภาวะความตึงเครียดจากสถานการณ์ตะวันออกกลางก็ตาม ขณะเดียวกัน การที่เราวางโครงสร้างการชำระเงิน โดยเก็บเงินโอนล่วงหน้าจากลูกค้าสะสมถึง 75% ก่อนวันส่งมอบ ทำให้ Cancellation Rate แทบเป็น 0% ในทุกโครงการ TITLE จึงสามารถสร้างยอดขายและยอดรับรู้รายได้ได้อย่างมั่นคงตลอดทั้งปี ไม่ว่าจะเป็นช่วง High หรือ Low Season” นายดรงค์ กล่าว
นายดรงค์ กล่าวว่า ช่วงครึ่งปีหลังเป็นจังหวะสำคัญของภูเก็ตในการเข้าสู่High Season ตั้งแต่ปลายQ3/2569 จนถึง Q1/2570 ซึ่งคาดว่าบรรยากาศการเดินทางจะคึกคักขึ้น ทั้งจากการผลักดันเที่ยวบินSeaplane ของภาครัฐ และเที่ยวบินตรงจากต่างประเทศที่เพิ่มขึ้น อาทิ เส้นทางลอนดอน ฮีทโธรว์–ภูเก็ต ที่เริ่มให้บริการช่วงปลายปีนี้ ซึ่งจะช่วยดึงดูดกลุ่มนักท่องเที่ยว และกลุ่มHNWIs เข้าสู่พื้นที่มากขึ้น เมื่อผสานกับจุดแข็งของภูเก็ต ทั้งโครงสร้างพื้นฐาน ความสวยงามของธรรมชาติ แหล่งไลฟ์สไตล์ โรงเรียนนานาชาติ แผนการพัฒนาสู่ Medical Hub ตลอดจนนโยบายวีซ่าระยะยาว ที่ไม่เพียงกระตุ้นการท่องเที่ยวให้เติบโต แต่ยังตอกย้ำศักยภาพการเป็นWorld Destination ตอบโจทย์ผู้ที่ต้องการอยู่อาศัยระยะยาว (Long Stay) และมองหาบ้านหลังที่สอง (Second Home)
สำหรับการดำเนินงานช่วงครึ่งหลังของปี2569 นอกจากเตรียมเปิดโครงการใหม่ในช่วง High Season แล้วTITLE ยังมุ่งผลักดันยอดโอนโครงการสร้างเสร็จใหม่ โดยในQ3/2569 ยังทยอยส่งมอบโครงการTHE TITLE Serenity Naiyang ต่อจากไตรมาสก่อน พร้อมเริ่มโอนไฮไลท์โปรเจกต์อย่าง “เดอะ ไทเทิล เฮอริเทจ บางเทา” (THE TITLE Heritage Bang-Tao) มูลค่า6,000 ล้านบาท ซึ่งเป็นโครงการหลักที่ช่วยขับเคลื่อนการรับรู้รายได้ในช่วงครึ่งปีหลัง รวมถึง “เดอะ ไทเทิล เชียโล่ ราไวย์” (THE TITLE Cielo Rawai) มูลค่า1,200 ล้านบาท ที่จะเข้ามาสนับสนุนการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ขณะที่Q4/2569 เตรียมรับรู้รายได้เพิ่มจาก “เดอะ ไทเทิล วิลล่า เอสเตลลา ในยาง” (THE TITLE Villa Estella Naiyang) โครงการวิลล่าระดับลักชัวรีแห่งแรกของTITLE มูลค่า500 ล้านบาท ที่Sold Out 100% ซึ่งจะสร้างเสร็จในช่วงปลายปีนี้
ทั้งนี้TITLE ยังมียอดขายรอรับรู้รายได้ (Backlog) ณ สิ้นQ2/2569 อีกมูลค่ากว่า22,981 ล้านบาท คาดว่าจะช่วยสร้างการรับรู้รายได้ในปีนี้ยาวจนถึงปี 2571 โดย TITLE ยังเดินหน้าสร้างความแข็งแกร่งทางการเงิน ด้วยการขยายพอร์ตรายได้ประจำ (Recurring Income) ผ่านการลงทุนในธุรกิจ Hospitality โดยเตรียมเปิดตัว “เดอะ ซาลูท” (The Salute) ร้านอาหารสไตล์บีชคลับริมทะเลแห่งแรกของบริษัทในช่วงปลายปีนี้ หลังพัฒนาคอมมูนิตี้มอลล์Mingle ในทำเลศักยภาพต่างๆ ทั้งหาดในยาง บางเทา-เชิงทะเล และกมลา พร้อมกันนี้ ยังอยู่ระหว่างการพัฒนาโครงการโรงแรมใหม่อีก3 แห่ง ร่วมกับพันธมิตรระดับโลกอย่างIHG Hotels & Resorts เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นให้โครงสร้างรายได้ และสร้างกระแสเงินสดรองรับการเติบโตในระยะยาวอย่างยั่งยืน
“ปัจจุบันตลาดอสังหาริมทรัพย์ภูเก็ตมีการแข่งขันที่สูงขึ้น แต่เรายังเห็นโอกาสเติบโตจากดีมานด์ที่แข็งแกร่งจากทั่วโลกสะท้อนได้จากผลการดำเนินงานของTITLE ที่มียอดขายและยอดโอนอย่างต่อเนื่อง ทำให้เราเชื่อมั่นว่าจะสามารถบรรลุเป้าหมายรายได้6,000 ล้านบาทได้ตามที่ตั้งไว้ ” นายดรงค์ กล่าว