ส.อ.ท.เข้าพบ “ เอกนัฏ”รมว.พลังงาน เรียกร้องให้ยกเลิกคำสั่งห้ามส่งออกน้ำมันดีเซล ทำให้โรงกลั่นต้องลดกำลังการผลิตส่งผลการผลิต “แนฟทา”ลดลง กระทบอุตฯปิโตรเคมีที่ต้องนำเข้าวัตถุดิบ ” แนฟทา”ราคาแพงเกือบ 3เท่าตัว ทำให้ต้นทุนผลิตเม็ดพลาสติกพุ่งกระทบอุตสาหกรรมต่อเนื่อง
แหล่งข่าวจากกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า นางพิมพ์ใจ ลี้อิสสระนุกูล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.)พร้อมตัวแทนกลุ่มอุตสาหกรรมต่างๆ อาทิ กลุ่มปิโตรเคมี กลุ่มเคมี ฯลฯ ได้หารือกับนายเอกนัฏ พร้อมพันธ์ุ รัฐมนตรีว่าการกระทรวง ถึงปัญหาความผันผวนจากปริมาณการผลิตก๊าซปิโตรเลียมเหลว (LPG )และแนฟทาในประเทศที่ผลิตลดลงอันเป็นผลสืบเนื่องจากนโยบายห้ามการส่งออกน้ำมันไปต่างประเทศ ทำให้โรงกลั่นน้ำมันต้องลดกำลังการกลั่นลง เพื่อแก้ปัญหาน้ำมันล้นคลัง โดยหันมาผลิตน้ำมันสำเร็จรูปให้สอดคล้องกับความต้องการใช้น้ำมันในประเทศ
จากการปรับลดกำลังการกลั่นดังกล่าวทำให้ผลิตภัณฑ์LPG และแนฟทา ซึ่งเป็นผลพลอยได้จากกระบวนการกลั่น ต้องลดลงตามไปด้วย ส่งผลกระทบเป็นวงกว้างต่ออุตสาหกรรมปิโตรเคมีที่ต้องใช้แนฟทาเป็นวัตถุดิบ จนอาจต้องพึ่งพาการนำเข้าวัตถุดิบจากต่างประเทศที่มีราคาแพงกว่าเกือบ 3เท่าตัว ซึ่งเม็ดพลาสติกถือเป็นวัตถุดิบให้กับอุตสาหกรรมอื่นๆ อาทิ บรรจุภัณฑ์ ผลิตภัณฑ์พลาสติกต่างๆ ฯลฯ
ดังนั้น ส.อ.ท.จึงเรียกร้องขอให้รัฐยกเลิกคำสั่งห้ามให้มีการส่งออกน้ำมันสำเร็จรูปโดยเฉพาะดีเซล ไปต่างประเทศ หลังจากมีคำสั่งนายกรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 6มีนาคม2569 ห้ามผู้ค้าน้ำมันส่งออกน้ำมันเบนซิน แกสโซฮอล์ ดีเซลหมุนเร็ว น้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยาน Jet A-1 และLPGไปต่างประเทศ ภายใต้กฎหมายว่าด้วยการแก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง
อย่างไรก็ดี รมว.พลังงาน รับเรื่องดังกล่าว และจะนำไปพิจารณารอบด้านเพื่อหาทางออกร่วม ชี้ขณะนี้สถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลางยังมีความเปราะบางอยู่ ราคาน้ำมันมีความผันผวนสูง ดังนั้น การตัดสินใจยกเลิกการห้ามส่งออกน้ำมัน จึงเป็นเรื่องละเอียดอ่อน และต้องหารือกับนายกรัฐมนตรีด้วย