xs
xsm
sm
md
lg

AIS ไตรมาส 2 รายได้ 5.6 หมื่นล้าน ลูกค้ามือถือ 47.1 ล้านเลขหมาย

เผยแพร่:   ปรับปรุง:




AIS ไตรมาส 2/2569 กำไร 13,716 ล้านบาท จากรายได้รวม 56,497 ล้านบาท ลูกค้าโทรศัพท์เคลื่อนที่รวม 47.1 ล้านเลขหมาย เป็นคนใช้ 5G 19.7 ล้านเลจหมาย เน็ตบ้าน 5.33 ล้านราย เร่งขยายฐานลูกค้าองค์กร - ค้าปลีก ภายใต้งบลงทุนเดิมปีนี้ที่ 30,000–35,000 ล้านบาท


AIS ยังเดินหน้ายุทธศาสตร์ในการขับเคลื่อนสู่การเป็น “โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลอัจฉริยะ (Intelligent Infrastructure) ทั้งการเสริมการเติบโตต่อเนื่องในธุรกิจหลักและต่อยอดธุรกิจใหม่ โดยธุรกิจโทรศัพท์เคลื่อนที่มุ่งขยายฐานลูกค้าคุณภาพและการใช้งาน 5G

ขณะที่ธุรกิจเน็ตบ้านเดินหน้าพัฒนานวัตกรรม Smart Living เพื่อสร้างคุณค่าและยกระดับประสบการณ์ภายในบ้าน ด้านธุรกิจบริการลูกค้าองค์กร มุ่งสนับสนุนภาคธุรกิจไทยสู่ AI Transformation ควบคู่กับการต่อยอดโอกาสจากการส่งมอบดิจิทัลไลฟ์สไตล์ ผ่านธุรกิจค้าปลีก ธุรกิจความบันเทิง และธุรกิจการเงินดิจิทัล เพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้กับการดำเนินงานในระยะยาว

สำหรับธุรกิจโทรศัพท์เคลื่อนที่AIS มีผู้ใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่รวม 47.1 ล้านเลขหมาย เพิ่มขึ้นทั้งจากผู้ใช้บริการระบบเติมเงินและระบบรายเดือน โดยมีผู้ใช้งาน 5G อยู่ที่ 19.7 ล้านเลขหมาย เพิ่มขึ้น 1.2 ล้านเลขหมายจากไตรมาส 1/2569 ส่งผลให้รายได้ธุรกิจโทรศัพท์เคลื่อนที่เติบโต 6% จากไตรมาส 2/2568

ขณะที่ธุรกิจเน็ตบ้าน AIS 3BB FIBRE3 มีผู้ใช้บริการอินเทอร์เน็ตบรอดแบนด์รวม 5.3 ล้านราย ท่ามกลางความท้าทายจากภาวะเศรษฐกิจ โดยยังคงมุ่งขยายฐานลูกค้าผ่านแพ็กเกจที่มีความคุ้มค่า ควบคู่กับการพัฒนานวัตกรรมสินค้าและบริการด้าน Smart Living เพื่อยกระดับประสบการณ์ใช้งานภายในบ้าน ส่งผลให้รายได้ธุรกิจเน็ตบ้านเติบโต 7.9%

ส่วนธุรกิจบริการลูกค้าองค์กรเติบโต 2.8% จากไตรมาส 2/2568 ขับเคลื่อนหลักจากโครงข่ายเชื่อมต่อข้อมูล บริการคลาวด์ และดาต้าเซ็นเตอร์ พร้อมพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่ครอบคลุมทุกการเชื่อมต่อ เพื่อสนับสนุนองค์กรไทยสู่ AI Transformation พร้อมรองรับการลงทุน การขยายตัวของบริษัทเทคโนโลยีระดับโลก และการเติบโตของอุตสาหกรรม AI

ธุรกิจค้าปลีกเติบโต 1% จากไตรมาส 2/2568 จากการมุ่งสร้างมาตรฐานงานบริการใหม่ พร้อมยกระดับประสบการณ์การซื้อสมาร์ทดีไวซ์ ภายใต้แนวคิด ที่ไหนก็มีของ ผ่านการพัฒนา Omnichannel และบริการ Fast Delivery ที่สามารถจัดส่งสินค้าให้ถึงมือลูกค้าภายใน 3 ชั่วโมงในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ตลอดจนการนำเสนอสินค้าดิจิทัลไลฟ์สไตล์ที่หลากหลาย รวมถึงอุปกรณ์เสริมภายใต้แบรนด์ LINK UP เพื่อตอบโจทย์พฤติกรรมและความต้องการของผู้บริโภค

ธุรกิจความบันเทิง มีการเปิดตัวแพ็กเกจใหม่ PLAY ALL ที่รวบรวมคอนเทนต์แม็กเน็ตระดับโลกไว้ในแพ็กเกจเดียว อาทิ ฟุตบอลบุนเดสลีกา NBA, NFL, ATP, LPGA, Premier Sports รวมถึงคอนเทนต์บันเทิงจากแพลตฟอร์ม OTT ชั้นนำอีกมากมาย นอกจากนี้ ยังต่อยอดความแข็งแกร่งด้านคอนเทนต์กีฬาผ่านความร่วมมือกับ UC3 ในการถ่ายทอดสดการแข่งขันฟุตบอลรายการของ UEFA เป็นเวลา 4 ปี เพื่อรองรับความต้องการของผู้ชมทุกไลฟ์สไตล์ดิจิทัล

ปิดท้ายที่ธุรกิจการเงินดิจิทัล ได่เริ่มให้บริการ ‘CLICX’ ธนาคารพาณิชย์ไร้สาขารายแรกของประเทศไทย พร้อมนำศักยภาพด้านโครงข่าย ความปลอดภัย และประสบการณ์ดิจิทัลมาสนับสนุนการออกแบบบริการทางการเงินที่ตอบโจทย์และเข้าถึงลูกค้าได้อย่างทั่วถึง

จากรายได้ที่เติบโตอย่างมั่นคง ร่วมกับการเพิ่มประสิทธิภาพด้านการดำเนินงานผ่านธุรกิจดิจิทัลที่หลากหลาย พร้อมด้วยการบริหารต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ ในช่วงที่สถานการณ์เศรษฐกิจมีความผันผวน ทำให้เอไอเอสสามารถส่งมอบกำไรสุทธิและ EBITDA ที่เติบโตอย่างต่อเนื่องเหนือกว่าประมาณการ และยังคงเป้าหมายการเติบโตของรายได้การให้บริการหลักที่ 3-5% และการเติบโต EBITDA ที่ 2-4%

สำหรับปี  2569  AIS จะยังคงดำเนินงานและต่อยอดธุรกิจภายใต้กรอบงบลงทุน 30,000–35,000 ล้านบาท เพื่อยกระดับโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลอัจฉริยะ และวางรากฐานระบบนิเวศดิจิทัลแห่งอนาคต เสริมขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ และขับเคลื่อนประเทศไทยสู่เศรษฐกิจดิจิทัลที่แข็งแกร่งและเติบโตอย่างยั่งยืน