xs
xsm
sm
md
lg

คนไทยสนใจลองมั้ย? แพลตฟอร์มหารค่ารถ "BlaBlaCar" เข้าลุยตลาดไทย

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



BlaBlaCar แพลตฟอร์มคาร์พูล (Carpooling) หรือระบบเดินทางร่วมกัน เริ่มเปิดให้บริการในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ เป็นประเทศที่ 41 จากตลาดทั่วโลก ตั้งเป้ารองรับกลุ่มนักเดินทางที่มีศักยภาพในไทยกว่า 13 ล้านคน ซึ่งเผชิญภาวะแรงกดดันด้านค่าครองชีพและราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่ผันผวน

การเข้ามาของยักษ์ใหญ่ด้านการเดินทางจากฝรั่งเศสครั้งนี้ เกิดขึ้นในจังหวะที่เศรษฐกิจไทยกำลังเผชิญความท้าทายด้านต้นทุนการขนส่ง แม้ราคาขายปลีกน้ำมันในประเทศจะปรับตัวขึ้นเพียงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับตลาดโลก แต่อุปสงค์การใช้พลังงานกลับสวนทางกับฐานะทางการเงินของภาครัฐ

โมเดลธุรกิจของ BlaBlaCar จะเข้ามาตอบโจทย์ด้วยแนวคิดการแบ่งปันค่าใช้จ่ายแบบไม่แสวงหาผลกำไร โดยระบบจะทำการคำนวณค่าธรรมเนียมตามระยะทางและต้นทุนจริง พร้อมกำหนด "เพดานค่าใช้จ่าย" เพื่อให้ครอบคลุมเฉพาะค่าน้ำมันและค่าผ่านทางเท่านั้น ไม่ได้เปิดให้ผู้ขับขี่ทำกำไรเชิงพาณิชย์ ส่งผลให้การเดินทางแต่ละเที่ยวที่มีผู้โดยสารเฉลี่ยมากกว่า 2 คน สามารถช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายของผู้ขับขี่ลงได้มากกว่าครึ่งหนึ่ง

นอกจากนี้ สถิติในช่วงเดือนมีนาคมถึงพฤษภาคม 2569 ที่ผ่านมา ชี้ให้เห็นว่า BlaBlaCar มีผู้ขับขี่รายใหม่สมัครเข้าร่วมแพลตฟอร์มทั่วโลกเพิ่มขึ้นกว่า 600,000 คน สะท้อนถึงพฤติกรรมผู้บริโภคที่หันมาพึ่งพาเทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อการประหยัดอดออมมากขึ้น

นิโคลาส์ บรูซง ผู้ร่วมก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (Co-founder & CEO) ของ BlaBlaCar เปิดเผยว่า แพลตฟอร์ม BlaBlaCar มุ่งนำเสนอโซลูชันการเดินทางระหว่างเมืองที่ใช้งานได้จริงในชีวิตประจำวัน เพื่อตอบรับกับสังคมที่ผู้คนมองหาการลดภาระค่าใช้จ่ายควบคู่ไปกับการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม การเปิดตลาดในประเทศไทยจึงเป็นก้าวสำคัญในการช่วยเสริมศักยภาพโครงสร้างพื้นฐานด้านการขนส่งที่มีอยู่ในปัจจุบัน

"จากประสบการณ์ในหลายประเทศทั่วโลก BlaBlaCar พบการเติบโตอย่างต่อเนื่องของผู้ใช้งานที่มองหาทางเลือกการเดินทางที่มีประสิทธิภาพและคุ้มค่า จึงเข้ามาเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ยืดหยุ่น โดยเฉพาะในเส้นทางระหว่างเมืองที่ระบบขนส่งสาธารณะอาจยังครอบคลุมไม่ทั่วถึง"

สำหรับกลยุทธ์การดำเนินงานและการให้บริการของ BlaBlaCar ในประเทศไทย จะขับเคลื่อนผ่าน 3 กระบวนการหลัก คือ 1.การจับคู่เส้นทางอัจฉริยะ (Smart Route Matching) เปิดให้ผู้ขับขี่ระบุแผนการเดินทาง และให้ผู้โดยสารค้นหาพร้อมกดจองที่นั่งที่มีจุดหมายเดียวกันผ่านระบบดิจิทัล
การหารเฉลี่ยต้นทุนตามจริง (Cost Sharing): ระบบจะคำนวณและเฉลี่ยค่าใช้จ่ายด้านน้ำมันและค่าผ่านทางอย่างโปร่งใส ป้องกันการฉวยโอกาสเก็งกำไร

2.การสร้างความน่าเชื่อถือในสังคมดิจิทัล (Trust & Safety Community) ยกระดับความปลอดภัยด้วยการยืนยันตัวตน (Verified Profile), ระบบให้คะแนนและรีวิว (Ratings & Reviews) รวมถึง 3. การมีทีมงานตรวจจับและควบคุมเนื้อหา (Content Moderation) ตลอด 24 ชั่วโมง

อย่างไรก็ตาม ในประเทศไทยถ้าต้องการให้บริการผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัลในไทย จำเป็นต้องมีการขออนุญาตทางกรมการขนส่งทางบก ตามกฎกระทรวงว่าด้วยรถยนต์รับจ้างผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ รวมถึงผู้ขับขี่ต้องมีใบอนุญาตขับรถตามที่กฎหมายกำหนด และยานพาหนะที่นำมาให้บริการต้องผ่านการตรวจสภาพและขึ้นทะเบียนต่อนายทะเบียนขนส่งทางบก

โดยทาง BlaBlaCar ยังไม่ได้มีความชัดเจนในจุดนี้ ทำให้ต้องจับตาดูต่อไปว่าแพลตฟอร์มนี้ จะเข้ามาใช้ช่องว่างของการแชร์ค่าโดยสารแบบไม่คิดกำไร มาใช้เป็นข้ออ้างว่าไม่ได้เกิดการค้ากำไรจากแพลตฟอร์ม แล้วหน่วยงานภาครัฐจะกำกับดูแลอย่างไร