ส่งออกมันสำปะหลัง ครึ่งปี 69 ปริมาณ 2.52 ล้านตัน ลด 51.63% มูลค่า 1,205 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ลด 27.69% เหตุเศรษฐกิจ การค้าโลกชะลอตัว และขาดแคลนวัตถุดิบ แต่ราคาขายดีกว่าปีก่อน ยันเดินหน้าขยายการส่งออกสู่ตลาดศักยภาพต่อเนื่อง ไปขายแล้วที่ญี่ปุ่น จีน สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และสหรัฐฯ ได้ออร์เดอร์กลับมาทุกครั้ง เตรียมจัดงานใหญ่ Thai tapioca Nexus 2026 วันที่ 13 ส.ค.69
นางอารดา เฟื่องทอง อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า สถิติการส่งออกสินค้ามันสำปะหลังของไทยในช่วง 6 เดือนของปี 2569 (ม.ค.-มิ.ย.) มีปริมาณ 2.52 ล้านตัน ลดลง 51.63% มูลค่า 1,205 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 38,003.15 ล้านบาท) ลดลง 27.69% ซึ่งปรับตัวลดลงตามสภาวะเศรษฐกิจและการค้าโลก โดยตลาดส่งออกสำคัญ เช่น จีน ส่งออกได้ 1.52 ล้านตัน ลด 61.71% ญี่ปุ่น 2 แสนตัน ลด 4.76% อินโดนีเซีย 8 หมื่นตัน ไม่เปลี่ยนแปลง มาเลเซีย 9 หมื่นตัน ลด 52.63% สหรัฐฯ 9 หมื่นตัน ลด 30.77% และประเทศอื่น ๆ 5.4 แสนตัน ลด 14.29%
“ครึ่งปี 2568 ส่งออกได้ 5.21 ล้านตัน มูลค่า 1,666.53 ล้านดอลลาร์สหรัฐ แต่ครึ่งปี 2569 ส่งออกลดลงครึ่งหนึ่ง แต่ยังขายได้ราคาดี โดยราคาเฉลี่ยครึ่งปีก่อน 319 ดอลลาร์สหรัฐต่อตัน ราคาเฉลี่ยครึ่งปีนี้ 478 ดอลลาร์สหรัฐต่อตัน ถือว่าดีกว่าปีก่อนมาก ส่วนสาเหตุที่ส่งออกลดลง เป็นไปตามเศรษฐกิจการค้าโลก ที่จะชะลอตัวลง และอีกส่วนหนึ่งมาจากการขาดแคลนวัตถุดิบ โดยปกติ ไทยนำเข้ามันสดและมันเส้นจากเพื่อนบ้าน 3 ประเทศ แต่ตอนนี้ ไม่มีการนำเข้าจากกัมพูชา เหลือนำเข้าจากสปป.ลาว และเมียนมา ซึ่งช่วงครึ่งปีนำเข้ามาเพียง 1.37 ล้านตัน ลดลง 64.96% นำเข้าจาก สปป.ลาวเกือบทั้งหมด โดยการนำเข้าที่ลดลง ดีต่อเกษตรกร ที่ราคาหัวมันสดสูงขึ้น แต่ผู้ประกอบการกระอัก เพราะไม่มีวัตถุดิบ”
นางอารดากล่าวว่า ที่ผ่านมา กรมได้เดินหน้าขยายตลาดให้กับสินค้ามันสำปะหลังไทย ตามนโยบายนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ โดยได้เจาะตลาดเป้าหมายที่มีศักยภาพสูง ทั้งในตลาดเดิมและตลาดใหม่ด้วยมาตรการเชิงรุก อาทิ ตลาดญี่ปุ่น กรมได้มีการหารือร่วมกับกระทรวงเกษตร ป่าไม้ และประมงแห่งญี่ปุ่น (MAFF) เพื่อผลักดันการขยายโควตานำเข้าแป้งมันสำปะหลังภายใต้กรอบความร่วมมือ JTEPA พร้อมรุกตลาดอุตสาหกรรมมูลค่าสูงและกลุ่มอาหารสัตว์ร่วมกับสมาคมสหกรณ์การเกษตรแห่งชาติญี่ปุ่น (ZENNOH) ดันยอดสั่งซื้อมันสำปะหลังอัดเม็ด (มี.ค.–มิ.ย.) พุ่งสูงถึง 1,340 ตัน เพิ่ม 219% มูลค่า 13.5 ล้านบาท เพิ่ม 244%
ส่วนตลาดจีน ได้เดินทางไปนครฉงชิ่ง เพื่อเปิดตลาดใหม่ผ่านกิจกรรมเจรจาจับคู่ธุรกิจ คาดการณ์ว่าจะก่อให้เกิดมูลค่าการสั่งซื้อภายในหนึ่งปีรวมกว่า 2,087 ล้านบาท ตลาดสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี ได้มีการประสานความร่วมมือกับผู้ผลิตเคมีภัณฑ์และบรรจุภัณฑ์รายใหญ่ในการนำแป้งมันสำปะหลังไทยไปทดสอบเพื่อพัฒนาเป็นสารเคลือบผิวป้องกัน (Barrier Coating) ควบคู่กับการได้รับความสนใจจากผู้ผลิตเคมีภัณฑ์รายใหญ่ที่เปิดรับตัวอย่างสินค้าไปทดลองในกระบวนการทางเคมี และตลาดสหรัฐฯ ผู้ส่งออกไทยสามารถปิดดีลคำสั่งซื้อกับผู้นำเข้ารายใหญ่ เนื่องจากแป้งมันสำปะหลังดิบและแป้งออร์แกนิก (พิกัดศุลกากร 1106.20/1108.14.00) ซึ่งครองสัดส่วนส่งออกหลักกว่า 60% ของการส่งออกแป้งมันสำปะหลังไปยังสหรัฐฯ ได้รับสิทธิยกเว้นภาษีภายใต้มาตรา 301 ในอัตรา 0%
นอกจากนี้ จากภารกิจขยายตลาดส่งออกสินค้ามันสำปะหลังมาอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดภูมิภาคตะวันออกกลาง ได้แก่ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ซึ่งกรมได้จัดคณะผู้แทนการค้าไปเจรจาขยายตลาดช่วงที่ผ่านมา โดยฟาร์มโคนมรายใหญ่ในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ได้ให้ความสนใจนำมันสำปะหลังอัดเม็ดของไทยไปทดลองใช้เป็นส่วนผสมหลักในอาหารสัตว์ ซึ่งถือเป็นโอกาสในการขยายฐานการค้าสู่ภูมิภาคดังกล่าว
ทั้งนี้ กรมยังได้เตรียมผนึกกำลังกับสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) จัดงานใหญ่แห่งปี Thai Tapioca Nexus 2026 ในวันที่ 13 ส.ค.2569 ณ โรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพฯ เพื่อเปิดเวทีให้ผู้ประกอบการ SME และวิสาหกิจชุมชนไทย ได้พบปะเจรจาและสร้างเครือข่ายธุรกิจโดยตรงกับผู้นำเข้าศักยภาพสูงจากทั่วโลก ซึ่งจะเป็นก้าวสำคัญในการผลักดันอุตสาหกรรมมันสำปะหลังไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืนในตลาดโลกต่อไป