“นอร์ทอีส รับเบอร์ ” เปิดผลการดำเนินงานไตรมาส 2 มีรายได้จากการขาย 7,143.58 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 436.36 ล้านบาท บอร์ดอนุมัติจ่ายปันผลระหว่างกาลเป็นเงินสด 5 สต. ฟากผู้บริหารมั่นใจกลยุทธ์การบริหารวัตถุดิบ และการบริหารความเสี่ยงด้านราคามีประสิทธิภาพอย่างต่อเนื่อง ช่วยเสริมความสามารถในการทำกำไรท่ามกลางความผันผวนของอุตสาหกรรม ประเมินทิศทางราคายางธรรมชาติ และความต้องการใช้ในตลาดโลกอยู่ระดับสูง หนุนผลงานครึ่งปีหลังโตต่อเนื่อง
นายชูวิทย์ จึงธนสมบูรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท นอร์ทอีส รับเบอร์ จำกัด (มหาชน) (NER) ผู้นำการดำเนินธุรกิจผลิตและจำหน่ายยางแผ่นรมควัน ยางแท่ง ยางผสม และสินค้าปลายน้ำแผ่นยางพาราปูพื้นคุณภาพสูง เพื่อจำหน่ายไปยังผู้ผลิตในอุตสาหกรรมยานยนต์และกลุ่มผู้ค้าคนกลางทั้งในประเทศและต่างประเทศ เปิดเผยว่า ภาพรวมผลการดำเนินงานของบริษัทฯในไตรมาส 2/2569 (สิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2569) มีรายได้จากการขายรวม 7,143.58 ล้านบาท จากปริมาณขายรวม 108,909 ตัน แบ่งเป็นรายได้จากการขายในประเทศ 5,612.53 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 78.57 % ของยอดขายรวม และรายได้จากการขายต่างประเทศ 1,531.06 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 21.43 %
โดยในไตรมาส 2/2569 มีกำไรสุทธิ 436.36 ล้านบาท เติบโตต่อเนื่องจากไตรมาส 1/2569 มีกำไรสุทธิ 254 ล้านบาท ขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นไตรมาส 2/2569 อยู่ที่ 10.24% และอัตรากำไรสุทธิอยู่ที่ 6.11% เทียบไตรมาส 1/2569 กำไรขั้นต้นอยู่ที่ 8.26% และอัตรากำไรสุทธิอยู่ที่ 3.51%
“อัตรากำไรขั้นต้นและอัตรากำไรสุทธิในไตรมาส 2/2569 ที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นอยู่มีนัยสำคัญ เมื่อเทียบกับไตรมาส 1/2569 สะท้อนประสิทธิภาพในการบริหารธุรกิจของบริษัทฯ ที่ให้ความสำคัญกับการบริหารต้นทุน การจัดหาวัตถุดิบ และการบริหารความเสี่ยงด้านราคา แม้ภาวะตลาดยังมีความผันผวนจากปัจจัยเศรษฐกิจโลกและสภาพภูมิอากาศ”
นอกจากนี้ ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทฯในวันที่ 5 สิงหาคม 2569 มีมติจ่ายปันผลระหว่างกาลสำหรับงวดผลการดำเนินงานใน 6 เดือนแรกของปี 2569 ในอัตรา 0.05 บาท/หุ้น ขึ้นเครื่องหมาย XD วันที่ 20 สิงหาคมนี้ และกำหนดจ่ายเงินปันผลในวันที่ 4 กันยายน 2569
สำหรับแนวโน้มอุตสาหกรรมยางธรรมชาติในช่วงครึ่งปีหลัง คาดว่ายังได้รับแรงสนับสนุนจากโครงสร้างอุปทานโลกที่ตึงตัว โดยผลผลิตจากหลายประเทศผู้ผลิตสำคัญยังได้รับผลกระทบจากสภาพอากาศที่แปรปรวน ขณะที่ราคายางธรรมชาติยังเคลื่อนไหวในระดับที่เอื้อต่อการดำเนินธุรกิจของผู้ประกอบการที่สามารถบริหารต้นทุนและความเสี่ยงได้อย่างมีประสิทธิภาพ
“คาดว่าแนวโน้มรายได้ในครึ่งปีหลังยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง จากความต้องการใช้ยางธรรมชาติจากอุตสาหกรรมยางล้อ และภาคการผลิต บริษัทฯ พร้อมเดินหน้าพัฒนาศักยภาพการดำเนินธุรกิจภายใต้แนวคิด NER Creating Value Beyond Rubber เพื่อสร้างการเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน” นายชูวิทย์ กล่าว