xs
xsm
sm
md
lg

(ชมคลิป) กว่าจะเป็น “บ้านคุณแม่” เบเกอรี่ แจ้งเกิดมาจากลูกชุบก่อนจะปังสุด ๆ “ชิฟฟ่อนไส้แตก” มะพร้าวลาวาที่มีอีเว้นต์รุมทั้งปีไม่พัก!

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



“กลิ่น มันไปตามลูกค้ามาต่อแถวเอง เจ้าอื่นอาจจะอบไปใส่ตู้ มันเบสิคแบบนิ่ง ๆ เป็นแบบใส่ตู้มันดูธรรมดาที่ไหนก็มี แต่เราสามารถยกเตาไปอบสดให้ที่หน้างานได้ทุกที่ เอากลิ่นไปตามลูกค้ามาเลยค่ะ อันนี้คือจุดเด่นของเราสดใหม่จริง ๆ ฉีกออกมาไส้ก็ทะลักด้วยค่ะ


แล้วเราก็เลือก “มะพร้าวน้ำหอมสามพราน” นะคะเพราะว่า สามพรานมีมะพร้าวที่ดีอยู่แล้ว มันเลยทำให้หนูชูวัตถุดิบตรงนี้เป็นวัตถุดิบพื้นถิ่น ท้องถิ่นของเราได้ดี พรีเซ้นต์ออกมาได้ดี ก็เลยทำให้ลูกค้ารู้สึกว่าอึ๊ยโอเคอร่อย ไส้แตก-ไส้เยอะ แล้วก็ทำให้เราพัฒนามามีอีก 3-4 ไส้ ทั้งหมดตอนนี้มี 6 ไส้แล้วค่ะ โดยเอกลักษณ์ของเราก็คือ มะพร้าว มะพร้าวใบเตยที่ขายดี ๆ เลย ลูกค้ามาก็ไม่มีกล่องไหนที่ไม่มีมะพร้าวเลย” อริสา พรมพารักษ์ หรือคุณป๋องแป้ง เจ้าของร้าน “บ้านคุณแม่” เบเกอรี่ เจ้าดัง! ชิฟฟ่อนไส้แตก มะพร้าวน้ำหอมลาวา เจ้าแม่อีเว้นต์แห่งพอศอนี้เพราะว่าตลอดทั้งปีแทบจะไม่มีวันว่างเลย! คิวงานแน่นแบบไม่พักเป็นช่วงน้ำขึ้นต้องรีบตักจริง ๆ จากคุณแม่ “เลี้ยงเดี่ยว” ที่พยายามหาทางรอดให้กับชีวิตการตัดสินใจเริ่มต้นอาชีพเสริมในวันนั้น โดยเลือกเป็นขนม “ลูกชุบ” ก่อน ที่ไม่ต้องลงทุนสูงมากและยังใช้หม้อที่มีอยู่ในครัวของ “คุณแม่” เพียงพอสำหรับการทำขนมขายได้ จับพลัดจับผลูจนในที่สุดมีออเดอร์จากคาเฟ่ใหญ่(แบรนด์ดัง)สนใจ ทำไปทำมากอปรกับการหาลูกค้าเจ้าอื่นเพิ่มขึ้นด้วย เริ่มไม่ไหว! งานประจำที่ทำอยู่ก่อนหน้าควบทำขนมส่งชักจะหนักเกินไปไม่ไหว เลยตัดสินใจลาออกเพื่อมาทำค้าขายเต็มตัว ก่อนจะปังสุด ๆ อีกครั้งกับ “ชิฟฟ่อนไส้แตก” ที่คราวนี้เป็นจุดเปลี่ยนของชีวิตครั้งสำคัญที่นำไปสู่ธุรกิจหลักทางด้านการทำเบเกอรี่อย่างจริงจัง มีการขยายงานทั้งในรูปแบบของทีมออกอีเว้นต์เพื่อรองรับกระแส(ไวรัล) ให้ทันกับความต้องการของตลาด และล่าสุดยังเปิดเป็นหน้าร้านแบบครบจบในที่เดียวเรื่องของฝากบนเนื้อที่กว่า 2 ไร่ ตั้งอยู่ริมถนนใหญ่(เพชรเกษม) ช่วงแยกโรงเรียนนายร้อยสามพราน ต่อยอดธุรกิจรองรับการเติบโตแบบก้าวกระโดดที่เกิดขึ้นในช่วงปีกว่า ๆ ที่ผ่านมา ดูแลเองคนเดียวเบ็ดเสร็จโดยไร้เงาหุ้นส่วนธุรกิจเข้ามาช่วย

เค้กในกระแสมาที่นี่รับรองไม่ตกขบวนแน่นอน เค้กอร่อยและราคาก็ไม่แรงเกินต้านมาก
จาก “คุณแม่เลี้ยงเดี่ยว” บุกเบิกธุรกิจเล็ก ๆ มาในครัวของแม่
“จริง ๆ แล้วบ้านคุณแม่คือเราเริ่มทำขนมในครัวของที่บ้านของ “คุณแม่” แต่หลาย ๆ คนก็อาจจะเข้าใจว่าเราเป็นคุณแม่หรือเปล่า? อะไรอย่างเงี้ยค่ะแต่จริง ๆ แล้วเราก็เป็น “คุณแม่เลี้ยงเดี่ยว” ที่เริ่มทำขนมมาในครัวของคุณแม่อีกทีหนึ่ง เพราะว่าด้วยความที่ชีวิตของเราค่ะ งานเงินเดือนไม่พอใช้แล้วก็ไม่พอเลี้ยงครอบครัว เราก็เลยหา “ขนม” ที่ไม่ต้องลงทุนเยอะเพื่อมาซับพอร์ตค่าใช้จ่ายในครอบครัว”เริ่มตั้งแต่ปี 2557 ค่ะยุคนั้นก็ เริ่มมีลูกนะคะ แล้วก็เงินเดือนไม่พอใช้ ทำงานประจำค่ะเงินเดือนก็เรทพนักงานประจำทั่วไปแต่ทีนี้ อีกหนึ่งชีวิตที่เราต้องดูแล มันไม่พอเลี้ยงดูชีวิตเขา ก็เลยหาขนมลองอยากจะเป็น “แม่ค้า” ดูบ้าง แต่ก็ยังไม่กล้าก้าวออกมาจากเซฟโซน เราก็เลยเลือกมา 1 เมนู“ลูกชุบ ชอบไหม? ไม่มีความรู้เรื่องขนมเลย แล้วก็ทำขนมไม่เป็นเลยค่ะ เรามีแค่ใจ(หัวเราะ) และก็มี “หม้อ” ใช่ค่ะ เพื่อที่จะได้เงินมาซับพอร์ตครอบครัว ก็เลยเลือกเป็นลูกชุบเพราะว่าลงทุนน้อย ไม่มีเงินไปซื้อเตาอบ แต่จริง ๆ แล้วหนูอยากทำเป็นเค้ก เป็นเบเกอรี่ เพราะว่าเป็นคนชอบทานอยู่แล้ว” ทำมาเรื่อย ๆ เราก็เก็บเงินก้อนหนึ่งเพื่อไปเรียน ไปเรียนปั้นให้มันสวย ให้มันน่าหยิบน่าจับ สีสัน รูปร่างหน้าตาก็คือ เงินก้อนหนึ่งเพื่อไปเรียน


พอไปเรียนปุ๊บก็ สวยขึ้น แล้วเราก็โพสต์ขายบนเฟซบุ้กตอนนั้นกำลังมาใหม่ ๆ ก็เลยโพสต์ เพื่อน ๆ ก็ช่วยอุดหนุนซับพอร์ตมาเรื่อย ๆ ก็ส่งตามบ้านบ้างอะไรบ้าง ก็คือจุดเริ่มต้นเลย“ก็ยังไม่กล้าออกจากงานประจำอยู่ดี เพราะว่ากลัวก็เลยทำควบคู่ บางทีก็ทำตั้งแต่เจ็ดโมงเช้ายันหกโมงเช้าอีกวันหนึ่งก็ยังทำอยู่ เพื่อเอาออเดอร์ไปส่งลูกค้าก่อนไปทำงาน” รู้สึกว่าฮึ้ยขายได้! ขายได้คือดีใจมากค่ะ มีคนสั่งก็ยิ่งดีใจ แบบฮึ้ยมีคนซื้อด้วย! เพราะว่าทั้งชีวิตไม่เคยทำขนมเลย มันมีกำลังใจที่แบบจะทำต่อไป“จนกระทั่งมีร้านอเมซอนติดต่อมา(คาเฟ่ชื่อดัง) แล้วก็มีร้านสมนึกไก่ย่าง อันนี้เป็นลูกค้าเจ้าแรกเลยที่แบบว่าดูแลหนูมาตลอดเหมือนเจ้าของร้านเขาก็เอ็นดู ให้โอกาสเรา ก็เลยให้โอกาสไปวางขาย ไปวางขายก็ผลตอบรับดีค่ะทำไม่ทัน” แต่ว่าก็เลยตัดสินใจที่จะออกมาเพราะว่าเหนื่อยมาก ร่างกายไม่ได้พักเลย ดูลูกด้วยทำงานประจำและก็เลิกจากงานก็มาทำขนมส่ง ก็เลยพอออกจากงานประจำ ก็จริงจังกับการทำขนมแล้ว ก็มีเงินก้อนหนึ่งก็ไปเรียนทำเบเกอรี่ค่ะ เริ่มไปเรียนทำเบเกอรี่แล้วเพื่อจะต่อยอด เพราะว่าส่งร้านกาแฟใช่ไหมคะเราก็ต้องมีสินค้าสัก 4-5 ไอเทม เพื่อไปเสนอสินค้ากับทางอเมซอน


แจ้งเกิดธุรกิจได้หลังส่ง “คาเฟ่ใหญ่” แล้วมาปังสุด ๆ เพราะงานอีเว้นต์
พอส่งมาได้สักพักหนึ่งก็มีข้อกำหนดมาใหม่ของร้านกาแฟ สินค้าต้องมี “อย.” ด้วย ก็เลยทำให้เราเลือกที่จะยื่นขออนุญาต “สถานที่ผลิตอาหาร” ก็เลยคิดว่าตรงนี้มันน่าจะเป็นทางหนึ่ง แต่ถ้ามันไปไม่ไหว ก็จะมีอีกทางหนึ่งให้เราเลือก ตอนนั้นก็มีทั้งจัดเบรกของมหาวิทยาลัย ส่งร้าน(ออเดอร์ของร้านกาแฟ) 40 สาขาได้ตอนนั้นที่ส่งอยู่ เหนื่อยมาก ก็เริ่มมีทีมเริ่มรับสมัครผู้ช่วย เริ่มการจัดส่งแล้วพอน้อง ๆ เริ่มทำงานเป็นแล้วเราก็เริ่มออกหาลูกค้าร้านต่าง ๆ ร้านกาแฟที่นอกเหนือจากร้านอเมซอนแล้ว ก็ไปได้อีกหลาย ๆ ร้านค้าช่วงนั้นก็บูมมาก“ออกอีเว้นต์ได้ประมาณสัก 6-7 เดือน แล้วก็อยากขาย “งานวัดไร่ขิง” มีไอเดียอีก! ทำไมคนงานวัดไร่ขิงเยอะมาก ๆ ค่าบูธแพงมาก ค่าประมูลที่แพงมาก ทุกคนก็แบบว่าฮึ๊ยมันจะได้เหรอ? ทุกคนห้ามเราแล้ว แต่ใจเราไปแล้วเหมือนแบบว่าไปทำอยู่ตรงนั้นแล้วค่ะตอนนั้น”ราคาสูงยังไงก็สู้ แต่ก็ทำใจไว้แล้วในระดับหนึ่ง ว่ายังไงก็คิดว่าไม่รอดแน่เลยรอบแรก“แล้วก็ไม่รอดจริงค่ะ เพราะว่าด้วยความที่เราเคยออกอีเว้นต์เป็นลูกชุบเป็นโปรดักลูกชุบไป แต่ทีนี้งานวัดไร่ขิงความที่อากาศมันร้อน ตอนนั้นก็ยังติดในความที่แบบเราขายลูกชุบมานะเรารักลูกชุบมาก เราก็อยากเอาลูกชุบอร่อย ๆ ไปเสิร์ฟให้ชาววัดไร่ขิงกินอะไรอย่างเงี้ยค่ะ” แต่ความเป็นจริงมันไม่ได้เลย! มันเอาออกมาแค่ 2 ชม.ก็เสียแล้ว แต่โชคดีก็คือวางแผนไว้แล้วว่า ถ้าลูกชุบขายไม่ได้ งั้นมีขนมอบอีก 1 ตัวได้ไหม? เราเลือกเป็นอะไร“เราเลือกเป็น “ชิฟฟ่อน” เพราะชิฟฟ่อนมีลูกค้า เป็นลูกค้าประจำที่สั่งบ่อย ๆ เป็นเมนูที่ติดอันดับอยู่ในร้านอยู่แล้ว เราจะทำยังไงให้มันขายได้”


โดยการจัดหน้าร้านของเรา จัดหน้าร้านก็ยังไม่สวย ลูกชุบครึ่งหนึ่ง ชิฟฟ่อนครึ่งหนึ่ง แต่ปรากฏว่าลูกชุบก็ขายได้เรื่อย ๆ แต่ว่ามันไม่สามารถตามค่าที่ได้ทันได้ เพราะคนที่(กลุ่มคน) ที่กินถั่วค่อนข้างน้อย ไม่เหมือนคนที่ทานเบเกอรี่จะค่อนข้างมีปริมาณเยอะกว่า“ทำให้ชิฟฟ่อนขายได้ค่ะงานนั้น ก็เลยรู้สึกว่าเหมือนต้องทำอะไรกับชิฟฟ่อนอีกแล้ว ต้องพัฒนาแล้ว” เมื่อสองปีที่แล้ว งานตอนเดือนตุลาฯ(งานเจดีย์หลวงพ่อ) แต่ว่าก็ไม่รอดนะคะไม่รอด เพราะว่าตามค่าที่ ตั้งราคาผิด เพราะเราไม่มีความรู้เลยแต่ว่าใจเราไปแล้ว ก็มาอีกปีนึง ขอแก้มือใหม่แต่ทุกคนห้ามหมดเลย ไม่มีใครฟังหนูแล้วเพราะว่ามันเป็นเงินก้อนสุดท้ายเพราะค่าที่มันสูง การจัดร้านตกแต่งป้ายอะไรใช้เงินลงทุนสูงมาก ๆ “ขอลองอีกรอบหนึ่ง บอกทุกคนบอกแม่บอกคนในครอบครัวว่าขออีกรอบหนึ่งได้ไหม? เหมือนมันคาใจมันยังไม่สุด ทำไมมันไม่ได้!”ต้นปีค่ะเอาใหม่ เงินก้อนสุดท้ายเลยเงินเก็บทั้งชีวิต ถ้าเจ๊เล้งลงรอบนี้คือยอม! ไม่ไปแล้ว (หัวเราะ)“สรุปว่าแตก! เลยค่ะปีนั้น แตกมาก และก็ขยับเลนไปอยู่เลนข้างหน้า ที่ซอยที่คนเดินเยอะ ๆ เพราะว่าค่าที่มันไม่ได้ต่างกันเยอะ ก็เลยทำให้หนูเลือกที่จะตัดสินใจไปอยู่ซอยข้างหน้า เพิ่มอีกนิดนึงเพื่อเอาทำเล คราวนี้แตกเลย! (ยอดขายล้านแตก) ดีใจมากชิฟฟ่อนอย่างเดียวล้วน ๆ”ลูกชุบไม่เอาแล้ว ไม่เอาแล้วต่อให้รักแค่ไหนคุณก็ต้องเลือกสถานการณ์ที่จะเอาไปขายด้วย

เค้กวันแม่ที่เริ่มผลิตออกมาแล้วให้ทันในช่วงเทศกาลที่ใกล้จะถึง
“ชิฟฟ่อนไส้แตก”ลาวามะพร้าวน้ำหอมสามพรานแท้ ๆ ฮีโร่ออกงาน
เจ้าอื่นอาจจะอบไปใส่ตู้มันเป็นเบสิคแบบนิ่ง ๆ ใส่ตู้มันดูธรรมดา ที่ไหนก็มี แต่เราสามารถยกเตาไปอบสดให้ที่หน้างานได้ทุกที่
เอากลิ่นไปตามลูกค้ามาเลย อันนี้คือจุดเด่นของเรา สดใหม่จริง ๆ“แล้วปีนั้นก็คือหลังจากงานวัดไร่ขิงปุ๊บ ทั้งปีนั้นหนูไม่ได้อยู่บ้านเลย เราก็ออกอีเว้นต์ ทำเรื่องการขยายทีม แบ่งสัดส่วนว่าเราควรจะต้องทำอะไร เหมือนมันโตแบบกระโดด กระโดดมากเลยค่ะปีที่แล้ว” ต้องตั้งรับให้ทันอย่างเดียวเลย ถ้าโตแล้ว รอจังหวะนิดหนึ่งเพราะถ้ามันขึ้นมันขึ้นเลย!

แล้วก็มีอยู่งานหนึ่งค่ะ งานเกษตรแฟร์ บางเขน อันนี้ก็ทำให้ลูกค้ารู้จักร้านชิฟฟ่อน(ปีเดียวกับที่เริ่มเข้าไร่ขิง) ปรากฏว่าต่อคิวยาว 2 ชม. เลย! เพราะว่ากำลังผลิตไม่พอด้วย กลิ่นไปตามลูกค้ามาด้วย เพราะว่าตอนแรกเราก็เสียใจเนาะเพราะว่า ร้านหนูจะอยู่ตรงเสื้อผ้าของ Sale ไม่มีร้านอาหารเลย ซึ่งตลอดเลยหนูจะเป็นแบบนี้ คือมีอยู่ร้านเดียวที่ได้ไปอยู่ในโซนเสื้อผ้า รองเท้า ชุดชั้นใน แต่ปรากฏว่า โชคดีของหนูค่ะมันมีร้านขนมอยู่ร้านเดียว ซึ่งทำให้กลิ่นมันไปตามลูกค้ามาต่อแถวเอง อันนี้ก็โชคดีในความโชคร้ายหรือเปล่าไม่แน่ใจเลยค่ะ แต่พอปีถัดไปหนูก็ขออยู่ที่เดิมนะคะไม่ไปอยู่ที่อื่น

สายเค้กมะพร้าวต้องไม่พลาดเพราะที่นี่เขาขึ้นชื่อสมกับเป็นคนสามพรานจริง ๆ ดินแดนมะพร้าวน้ำหอมลือชื่อ
โตไว(เกิน!) จนทำส่งไม่ไหว ในที่สุดก็ต้องบอกลา “คาเฟ่ใหญ่”
เราไม่ได้เก่งทุกเรื่อง แต่ก็เอาคนที่เก่งมาทำงานแทนเรา“เราต้องเลือกคนที่เก่งมาทำงานแทนเรา ให้เขารับผิดชอบสิ่งนั้น ๆ แต่ก่อนอื่นเราต้องรู้ด้วยว่าคนนี้ถนัดอะไร คนนี้ถนัดอะไร เพราะว่าแรกเริ่มเลยค่ะที่ไปออกอีเว้นต์ หนูลงไปกินไปนอนกับพนักงานทุกคนที่เป็นแรงงานต่างชาติด้วย ลงไปสัมผัสการใช้ชีวิต เพราะว่าไม่มีใครมาบอกเราทั้งหมด ก็เลยทดสอบด้วยตัวเอง” เริ่มจากตัวเองก่อนการเป็นอยู่ จุดรอยรั่วไปอุดตรงไหน อะไรยังไง ปัญหามีแน่นอนค่ะยิ่งโตไวยิ่งเยอะ โตไวแบบก้าวกระโดดยิ่งเยอะ “ปัญหาเหรอคะก็ เดี๋ยวมันก็ผ่านไป แก้ให้ถูก ก็มีทุกคนค่ะไม่มีใครไม่มีปัญหา อยู่ที่ว่าเรารับมือกับมันไหวเท่าไหน แก้ปัญหายังไง และกล้าที่จะแก้แล้วก้าวต่อไปไหม? อยู่ตรงนี้เลยค่ะ” อยู่ที่เราทั้งหมด เราก็แบ่งงานให้น้อง ๆ ทำ คนนี้ดูแลเรื่องนี้ คนนี้ดูแลเรื่องนี้ แต่หนูก็ดูทุกส่วนดูองค์ประกอบภาพรวมของบริษัท ของทั้งอีเว้นต์แล้วก็หน้าร้านด้วย ก็ค่อย ๆ พัฒนา ค่อย ๆ เติมพัฒนาตลอดค่ะ

การลงทุน ก็ตอนนี้เป็นเงินกระแสเงินสดล้วนเลยค่ะ(หัวเราะ) ที่ได้มาจากการทำงานทั้งออกอีเว้นต์อะไรต่าง ๆ ตั้งแต่ปีที่แล้วก็หมุนเรื่อย ๆ มาเลย ยังไม่ได้กู้จากแหล่งทุนที่ไหนเข้ามาเลย เป็นเงินสดแล้วก็พอเรามาทำร้านนี้ค่ะก็จะมีอาจจะ Cash Flow สะดุดอยู่บ้างช่วงแรก (ช่วงเปิดร้าน) แน่นอนทุกคนจะต้องเจอ ใช่ค่ะ“ไหนเงินหมุนลูกค้ายังไม่เข้าทำยังไงให้ลูกค้าเข้า ซึ่งมันไม่เหมือนกับงานอีเว้นต์ แล้วอันนี้มันเป็นพื้นที่เปล่า ที่เราจะต้องมาสร้างสิ่งปลูกสร้างใหม่ขึ้นมา พื้นที่ 2 ไร่กว่าใช้เงินสดหมดเลย หมดหน้าตักเลย(หัวเราะ) ลงทุนเยอะมาก ๆ ค่ะก็เลยทำให้อาจจะมี Cash Flow สะดุดบ้างแต่ว่า เราก็ยังไม่ได้มองเรื่องของการกู้เงินที่ไหน”น้ำพักน้ำแรงเรียกว่าเป็นน้ำพักน้ำแรงคนเดียวล้วน ๆ ไม่มีหุ้นส่วนทางธุรกิจ ไม่มีเลย เริ่มจากตัวเองกับมี “ใจ” หนึ่งใจ(หัวเราะ) มีใจหนึ่งใจเลยค่ะ ส่วนเรื่องดราม่าหนัก ๆ ก็มีอย่างเช่นเรื่อง พนักงานโกงเงินบ้าง มีค่ะ ก็ต้องเป็นไปตามคดีความไป เพราะว่ามันเป็นเงินที่ค่อนข้างเยอะ แต่ถ้าอันไหนเบา ๆ ก็จัดการด้วยวิธีตักเตือนก่อน


ส่วนเรื่องคู่ค้าการส่งร้านอเมซอน ตอนนี้ไม่ได้ส่งแล้ว เพราะว่าทำไม่ไหวค่ะทำไม่ไหว(หัวเราะ) เลิกส่งเพราะว่าส่งไม่ไหว
ก็ตั้งแต่ปีที่แล้วเลยค่ะ เพราะว่าช่วงคาบเกี่ยวก็เลยขอลามาเอง ไม่ไหวด้วย เพราะว่าร่างกายไม่ไหว น้อง ๆ พนักงานก็ทำไม่ไหวค่ะเพราะว่าน้อง ๆ ก็ไปออกอีเว้นต์ด้วย ทุกคนทุ่มเทกับงานมาก เมื่อเราทุ่มเท ลูกน้องก็จะทุ่มเทตามเรา ยังไงก็ต้องเป็นตัวเราที่เริ่มคนแรกเสมอค่ะ

แจ้งเกิดความปัง! มาจากอีเว้นต์งานวัดไร่ขิงก่อนเลย
ไปด้วยกัน....เพื่อไปได้ไกลกว่า
ร้านนี้มาด้วยเพราะว่า “ลูกค้า” ตามหา ร้านอยู่ที่ไหน ลูกค้าตามหาซื้อจะเป็นลูกค้าโซนกรุงเทพฯ ที่หากินไม่อยากไปอีเว้นต์
ไม่ต้องรอ 7 วันนี้ได้ไหม? เพราะอีเว้นต์จะเป็นระยะสั้น(7วันหรือ10วัน) เดี๋ยวก็หมด ก็เลยทำให้เรามีร้านนี้ขึ้นมา“ไปออกอีเว้นต์มา 1 ปีทำให้เรารู้ว่า Location ก็เป็นสิ่งสำคัญในการเลือก เลือกที่ตั้งของร้าน มีที่จอดรถให้สะดวกด้วยค่ะ ใช่ค่ะ 100 คันมาเลยค่ะ(หัวเราะ)” แล้วก็ถ้าเราจะขายชิฟฟ่อนอย่างเดียว ก็ดูธรรมดาเกินไป เพราะว่าเราทำขนมเป็นตั้งหลายอย่าง ทำไมเราจะต้องขายแค่ชิฟฟ่อนเพียงอย่างเดียว เราก็อยากมองถึงความสะดวกของลูกค้ามาจอดที่นี่ แล้วได้จบที่เดียวเลย ได้ของฝากกลับไปฝาก เพราะว่าชิฟฟ่อนเราบางท่านก็จะซื้อไปฝาก ฟังจากคำ(คอมเมนต์) ของลูกค้าว่าซื้อไปฝากคนโน้นคนนี้ มันก็เลยทำให้เราคิดว่าถ้าเรามี “สินค้าอื่น” ร่วมด้วย มันจะทำให้ลูกค้าไม่ต้องมาซื้อชิฟฟ่อนอย่างเดียวได้ เป็นโจทย์ของลูกค้าที่ให้เรามาเช่นเดิมค่ะ “ก็เลยทำให้มีสินค้าหลากหลายรายการตอนนี้ รับจัดเบรกด้วยอะไรด้วยพร้อมจบที่นี่ที่เดียวเลยค่ะ ไม่ต้องไปจอดหลายที่จอดที่เดียวแล้วได้ขนมตามที่ลูกค้าต้องการ”มีจากหลาย ๆ จังหวัด เพื่อน ๆ พาร์ทเนอร์หลาย ๆ เจ้า ไปเจอกันตอนออกอีเว้นต์และก็เพื่อน ๆ ที่เป็น Chef หลาย ๆ ท่าน ก็ทำขนมมาด้วย แล้วก็จะมีกลุ่มวิสาหกิจชุมชนบางจังหวัดหนูก็ไปรับมา เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการด้วย ละแวกใกล้เคียงก็ยังทำแบบนั้นอยู่ อย่างเช่นชาวบ้านในสามพรานก็จะมีบางเจ้าก็เอามาฝากค่ะ“ช่วยวิสาหกิจชุมชนด้วยให้เติบโต แบบว่าใครมีสินค้าอะไรก็เอามาฝากได้ บางคนพรีเซ้นต์ไม่ได้เท่าเรา เราก็เป็นกระบอกเสียงอีกกระบอกเสียงหนึ่ง เราเข้าใจดีเพราะวันที่เราเริ่มค่ะมันไม่มีทาง มันไม่รู้จะไปทางไหน เราก็เลยเข้าใจผู้ประกอบการรายเล็ก ๆ รายย่อย ๆ ชาวบ้านอะไรอย่างเงี้ยที่ทำการตลาดไม่ได้เราก็เอามาไว้ที่นี่” เพราะว่าจะสังเกตได้ว่าที่ร้านของหนูจะไม่ได้ใช้ชื่อแบรนด์ตัวเองเลย ใช้ชื่อแบรนด์ของเจ้านั้น ๆ เลย

นอกจากนี้ก็ยังมีสินค้าในกระแสด้วย อย่างเค้กพี่ฟ้าปลากระป๋องที่ตอนนี้เป็นไวรัลมาก เป็นกระแสมาก ๆ เลยค่ะมันก็ทำให้เราแบบ ร้านดูมีชีวิตชีวาขึ้นในวงการเบเกอรี่เป็นสีสันต้องตามกระแสให้ทันในช่วงระยะนี้ เมษา-พฤษภา จะเป็นหน้า Low ของเบเกอรี่ ทุกคนก็จะหาอะไรทำแต่ว่าพอมี พี่ฟ้าฯ ไม่รู้จะขอบคุณพี่ฟ้ายังไง ที่ทำให้พวกเรามีงานทำ เป็นแรงกระเพื่อมที่ค่อนข้างจะมีพลังมากทั่วประเทศ”ตอนนี้เค้กที่เป็นกระแสก็มาอยู่ที่ร้านเราด้วย เราผลิตเองหลังร้าน แล้วก็เสิร์ฟที่หน้าร้าน ซึ่งมันทำให้เปิดการมองเห็นของลูกค้าแถบนี้ทั้งหมดเลย ก็โชคดีอีกค่ะเพราะว่าร้านเราเพิ่งเปิดเมื่อวันที่ 9 มกราปีนี้ ซึ่งทำให้ลูกค้าอาจจะยังไม่ได้มากพอ ไม่ได้รู้จักร้านเรามากพอ ก็เลยทำให้เปิดการมองเห็นขึ้น ขายดีมากขึ้น ลูกค้าเข้าร้านมากขึ้น แล้วอีกอย่างก็ทำให้เรามีกำลังใจที่จะทำเมนูต่อ ๆ ไปเพิ่มมากขึ้น การตามกระแสในโซเชียลให้ทันเป็นอีกช่องทางที่ช่วยเพิ่มยอดขายให้เราได้ด้วย“หรืออย่างเค้กแปลก ๆ ตอนนี้ก็อย่าง เค้กหมออ้อย เป็นอะไรที่ไม่คิดว่าคนก็ สั่งเยอะเหมือนกันนะคะ มันเป็นอะไรที่ดูไม่น่าทานแต่ว่าโอเคทำก็ทำ (หัวเราะ) ช่วงนี้มันต้องมี ไอเทมแรร์ค่ะ(หัวเราะ)”กลายเป็นว่าสนุกด้วย สนุกกับการทำงาน ใช้ชีวิตให้มีความสุขกับการทำงานทุกวัน ทุกที่ทุกพื้นที่ ที่หนูทำงานทุกที่ต้องทำให้หนูมีความสุขด้วย ชีวิตถึงจะแบบว่า Success มันโอเค มันไปได้เรื่อย ๆ มันรู้สึกว่ามีความสุขก็จะมีแรงที่จะคิดอะไร คิดงานต่อไปว่าเออสิ่งที่เราทำ ทุกคนเขาก็เห็นน่ะว่าเราตั้งใจขนาดไหน


ตั้งเป้า “ขยายสู่ 10 สาขา” เติบโตเองแบบไม่พึ่งแฟรนไชส์
เจ้าของร้าน “บ้านคุณแม่” เบเกอรี่ เจ้าดัง! ชิฟฟ่อนไส้แตก มะพร้าวลาวา “คุณแป้ง-อริสา พรมพารักษ์” บอกด้วย การดำเนินงานปัจจุบันจดทะเบียนเป็นรูปแบบของ “บริษัท” มาตั้งแต่ครั้งที่ส่งขนมเข้าร้านกาแฟเจ้าดัง Café Amazon แล้ว “ด้วยความคิดที่ว่าเรามีอีกหลายชีวิต ถ้าหลาย ๆ ชีวิตรอเราอยู่ เราจะรู้สึกยังไงถ้าเขาไม่มีเรา เราจะทำให้ตรงนี้ หนูเป็นห่วงพนักงานทุกคน หนูเป็นห่วงครอบครัว หนูไม่รู้ว่าหนูจะมีแรงทำไปถึงพรุ่งนี้ หรืออีกกี่ปี แต่ตอนนี้หนูทำให้เขาได้ดีที่สุด หนูรับผิดชอบดูแลทุกชีวิตที่ก้าวเข้ามาในบ้านคุณแม่” ตอนนี้เราก็ทำการตลาดออนไลน์ ทำคอนเทนต์ ทำสื่อโซเชียลมีเดียเพิ่มเติม จากเด็กไม่มีอะไร ก็คือเราโตเพราะโซเชียลมีเดียในช่วงจังหวะที่มันมาพอดี กำลังบูมขึ้นมาพอดี“ช่องทางออนไลน์ก็เป็นอีกช่องทางหนึ่งที่เรากำลัง จะเริ่มทำ เพราะว่าตอนนี้ชิฟฟ่อนติดปัญหาตรงที่ว่า จัดส่งออนไลน์ไม่ได้ ก็เลยจะหาเป็นสินค้าอื่นก็ยังต้องหาอยู่ตอนนี้ค่ะ ก็เลย Liveสด ฝึกน้อง ๆ ทำไปด้วย ฝึกทำหลังบ้านจ้างทีมมาบริหารหลังบ้าน เรื่องการติดตะกร้าบ้างขายออนไลน์บ้างอย่างเงี้ย ต้องทำยังไงหนูก็ไปศึกษาเพิ่มด้วย”

ร้านเปิดใหม่บนเนื้อที่่ 2 ไร่กว่าตั้งอยู่ริมถนนใหญ่ (เพชรเกษม-นครปฐม) พิกัดหลักคือช่วงแยกโรงเรียนนายร้อยสามพรานง
ส่วนเรื่องของ “การเติบโต” หนูตั้งใจไว้ว่า อยากมีสัก 10 สาขา(ทั่วประเทศ) ไปตามหัวเมืองใหญ่ ๆ จากที่เราไปเก็บประสบการณ์จากการออกอีเว้นต์ เราก็จะไปดูหัวเมืองว่าจังหวัดนี้โอเคไหมอะไรอย่างเงี้ยค่ะ ใจจริง ๆ เราอยากทำร้านนี้ให้แข็งแรง อยากให้ซีไอแบรนด์มันชัดเจนกว่านี้ แล้วเราก็จะก้าวไป ระบบมันแน่นกว่านี้ แล้วเราก็จะไป“ไปเสิร์ฟทุก ๆ จังหวัด ไม่มีแฟรนไชส์ค่ะ เราไม่ถนัดแฟรนไชส์เราก็ให้คนที่เขาถนัดขายไป เราถนัดดูแลเอง(หัวเราะ) เราก็อาจจะไม่แน่ใจว่า เรื่องความเสี่ยงมันมีต่างกันไหม แต่ว่าถ้าเลือกได้หนูก็จะไม่อยากขายแฟรนไชส์เพราะหนูรักแบรนด์นี้มาก”เรารักเราก็อยากให้ขนมไปถึงมือลูกค้าในแบบที่มีคุณภาพ ที่ค่อนข้างดี หรืออนาคตมันจะไปพัฒนาตรงไหนเพิ่ม มันก็เป็นแบบ อนาคตเราไม่แน่ใจจริง ๆ แต่สุดท้ายแล้วใจหนูอยากขยายด้วยตัวเอง ตั้งใจไว้แบบนี้ค่ะ อาจจะไม่ได้มีแฟรนไชส์ แฟรนไชส์อาจจะโตไวจริง แต่มันอาจจะไม่ได้ให้เราอยู่ในตลาดได้ตลอดไป เราไม่รู้ว่าเราจะต้องไปแก้ตรงไหน ณ ถ้าถึงเวลานั้น อะไรเงี้ยค่ะเราไม่ได้มีความรู้ตรงเรื่องแฟรนไชส์เลย



กว่าจะเป็น “บ้านคุณแม่” เบเกอรี่ แจ้งเกิดมาจากลูกชุบก่อนจะปังสุด ๆ “ชิฟฟ่อนไส้แตก” มะพร้าวลาวา ที่มีอีเว้นต์รุมทั้งปีไม่พัก! สามารถติดตามร้านและขนมอร่อย ๆ ได้ตามงานอีเว้นต์ต่าง ๆ ทั่วประเทศหรือใครสะดวกมาช้อปที่ร้านก็ได้เลย
“บ้านคุณแม่” เบเกอรี่ ตั้งอยู่เลขที่ 56/11 หมู่1 ต.ท่าตลาด อ.สามพราน จ.นครปฐม โทร.097-994-6423 FB : บ้านคุณแม่เบเกอรี่ ชิฟฟ่อนไส้แตก

คลิก Like เพื่อมาเป็นแฟนเพจของหน้า "SMEsผู้จัดการ" รับข่าวสารในแวดวงธุรกิจเอสเอ็มอีที่สมบูรณ์แบบที่สุด