“ศุภจี” เตรียมชง ครม. แต่งตั้งปลัดกระทรวงพาณิชย์คนใหม่ แทน “วุฒิไกร” ที่จะเกษียณอายุราชการวันที่ 30 ก.ย.นี้ เผย “พูนพงษ์-อรมน” เข้าชิง ทั้งคู่มีผลงานโดดเด่น ส่วนตำแหน่งเกษียณอื่น แต่งตั้งคิวถัดไป ทั้งรองปลัดกระทรวงพาณิชย์ และอธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ รวมไปถึงตำแหน่งอธิบดีกรมการค้าภายใน ที่หลายฝ่ายจับตา
ผู้สื่อข่าวรายงานจากกระทรวงพาณิชย์ว่า วันที่ 5 ส.ค.2569 นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เตรียมที่จะเสนอแต่งตั้งข้าราชการพลเรือนสามัญ สังกัดกระทรวงพาณิชย์ ให้ดำรงตำแหน่งประเภทบริหารระดับสูง เพื่อทดแทนผู้ดำรงตำแหน่งที่จะเกษียณอายุราชการ ซึ่งคาดว่า จะเสนอแต่งตั้งตำแหน่งเดียวก่อน คือ ตำแหน่งปลัดกระทรวงพาณิชย์ เพราะนายวุฒิไกร ลีวีระพันธุ์ ปลัดกระทรวงพาณิชย์คนปัจจุบัน จะเกษียณอายุราชการในวันที่ 30 ก.ย.2569
สำหรับผู้ที่เหมาะสมจะได้รับการเสนอชื่อแต่งตั้งให้เป็นปลัดกระทรวงพาณิชย์คนใหม่ มีแคนดิเดตอยู่ 2 คน คือ นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า และนางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา
โดยนายพูนพงษ์ เติบโตมาในสายงานการจดทะเบียนธุรกิจ การส่งเสริมและพัฒนาธุรกิจ มีความเชี่ยวชาญด้านงานทะเบียนพาณิชย์ การพัฒนาธุรกิจ ทั้งค้าปลีกค้าส่ง โชวห่วย แฟรนไชส์ โลจิสติกส์ การส่งเสริมการค้าออนไลน์ เคยเป็นรองอธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เป็นผู้ตรวจราชการกระทรวงพาณิชย์ เป็นรองปลัดกระทรวงพาณิชย์ เป็นผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) ก่อนที่จะมาดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้าในปัจจุบัน
ส่วนนางอรมน เติบโตมาจากสายงานเจรจาการค้า เริ่มทำงานที่กรมเศรษฐกิจการพาณิชย์ (ปัจจุบันกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ) ในตำแหน่งเศรษฐกร จากนั้นเป็นอัครราชทูตที่ปรึกษา (ฝ่ายการพาณิชย์) ที่คณะผู้แทนถาวรไทยประจำองค์การการค้าโลก (WTO) ผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมการพัฒนาทรัพย์สินทางปัญญา กรมทรัพย์สินทางปัญญา รองอธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา รองอธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ และเป็นอธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ ได้รับการต่ออายุ 2 ครั้ง รวม 6 ปี และขยับเป็นอธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า และล่าสุดเป็นอธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา
ทั้ง 2 ท่าน ถือเป็นผู้ที่มีการทำงานโดดเด่นในช่วงที่ผ่านมา โดยนายพูนพงษ์ ได้ขับเคลื่อนงานสำคัญที่มีส่วนช่วยลดแรงกดดันด้านค่าครองชีพให้กับรัฐบาล ในช่วงที่เกิดปัญหาสงครามตะวันออกกลาง ด้วยการเสนอให้จัดทำโครงการ “ไทยช่วยไทย” ลดราคาสินค้าที่จำเป็นต่อการครองชีพ จนคำว่าไทยช่วยไทยได้มาเป็นส่วนหนึ่งในนโยบายหลักของรัฐบาลในหลาย ๆ โครงการ และยังเป็นหัวหอกสำคัญในการจัดการกับปัญหานอมินีที่สะสมมานาน ทั้งการวางระบบป้องกันการจดทะเบียนนิติบุคคลนอมินี การปราบปรามนอมินีร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมไปถึงการพัฒนาระบบการจดทะเบียนนิติบุคคล การเชื่อมโยงข้อมูลนิติบุคคลกับหน่วยงานต่าง ๆ และการส่งเสริมธุรกิจต่าง ๆ ให้มีความเข้มแข็ง
ขณะที่นางอรมน มีผลงานในการขับเคลื่อนงานทรัพย์สินทางปัญญา ทั้งการเร่งรัดการจดทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญา ทั้งสิทธิบัตร อนุสิทธิบัตร เครื่องหมายการค้า ให้มีความง่ายขึ้น เร็วขึ้น สะดวกขึ้น การส่งเสริมสินค้าสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ การช่วยเหลือ SME ให้ใช้ทรัพย์สินทางปัญญาแปลงเป็นทุน การส่งเสริมผลงานวิจัย นวัตกรรม และเทคโนโลยีแห่งอนาคต การปกป้องคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา เพื่อสกัดสินค้าปลอม ไม่ให้เข้าสู่ตลาด และการดูแลผู้ประกอบการที่ถูกละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาในตลาดต่างประเทศ
ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า สำหรับตำแหน่งระดับซี 10 ที่จะเกษียณอายุราชการในวันที่ 30 ก.ย.2569 มี 2 ตำแหน่ง คือ น.ส.สุนันทา กังวาลกุลกิจ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ และนายเอกฉัตร ศีตวรรัตน์ รองปลัดกระทรวงพาณิชย์ โดยคาดว่า จะมีการเสนอ ครม. แต่งตั้งในลำดับถัดไป หลังจากที่ได้เสนอชื่อตำแหน่งปลัดกระทรวงพาณิชย์แล้ว เพื่อให้มีความชัดเจนว่า ตำแหน่งระดับ ซี 10 จะว่างลงกี่ตำแหน่ง รวมถึงตำแหน่งที่อาจจะมีการสับเปลี่ยนหมุนเวียนการทำงาน ก็จะได้เสนอในคราวเดียวกัน
โดยผู้ที่คาดว่า มีโอกาสได้รับการแต่งตั้งให้เป็นอธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ เช่น นายวราวุฒิ สมหวังประเสริฐ ผู้ตรวจการกระทรวงพาณิชย์ นายกิตติวัฒน์ ปัจฉิมนันท์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงพาณิชย์ ส่วนตำแหน่งอธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ที่อาจจะว่างลง หากนายพูนพงษ์ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นปลัดกระทรวง มีผู้ที่เหมาะสม เช่น น.ส.จิตติมา ศรีถาพร รองปลัดกระทรวงพาณิชย์ นายกรนิจ โนนจุ้ย ผู้ตรวจราชการกระทรวงพาณิชย์ หรือตำแหน่งอธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา หากนางอรมน ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นปลัดกระทรวง ก็มีผู้เหมาะสม เช่น น.ส.จิตติมา น.ส.กนิษฐา กังสวนิช ผู้ตรวจราชการกระทรวงพาณิชย์
ส่วนตำแหน่งรองปลัดกระทรวงพาณิชย์ ที่ว่างลง ผู้ตรวจราชการ ที่มีอยู่ 6 ท่าน คือ นายวัฒนศักย์ เสือเอี่ยม , นายรัชวิชญ์ ปิยะปราโมทย์ , นายวราวุฒิ , นายกิตติวัฒน์ , น.ส.กนิษฐา และนายกรนิจ ก็ล้วนมีโอกาสได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง หากไม่ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นอธิบดี รวมไปถึงที่ปรึกษาการพาณิชย์ที่มีอยู่ 2 ท่าน คือ น.ส.เก็จพิรุณ เกาะสุวรรณ์ และนางมนัสนิตย์ จิรวัฒน์ ก็มีโอกาสเช่นเดียวกัน
อย่างไรก็ตาม มีตำแหน่งที่ต้องจับตา คือ อธิบดีกรมการค้าภายใน ที่มีแนวโน้มว่าจะมีการสับเปลี่ยนโยกย้ายการทำงาน และแต่งตั้งบุคคลอื่นเข้ามาดำรงตำแหน่งแทน โดยนายวิทยากร มณีเนตร อธิบดีกรมการค้าภายใน คนปัจจุบัน มีกระแสข่าวว่าจะถูกโยกย้ายไปเป็นผู้ตรวจราชการกระทรวงพาณิชย์ หรือรองปลัดกระทรวงพาณิชย์ และมีผู้ที่เหมาะสมที่จะมาดำรงตำแหน่งแทน เช่น นายวัฒนศักย์ เสือเอี่ยม ผู้ตรวจราชการกระทรวงพาณิชย์ ซึ่งเคยเป็นอธิบดีกรมนี้มาก่อน ร.ต.จักรา ยอดมณี รองปลัดกระทรวงพาณิชย์ ที่เคยเป็นรองอธิบดี และนายกรนิจ โนนจุ้ย ที่เคยเป็นรองอธิบดีเช่นเดียวกัน ซึ่งถือเป็นตำแหน่งที่ต้องจับตาอีกตำแหน่งหนึ่ง เพราะมีผู้ที่เหมาะสมหลายท่าน