TH-AI Passport รออัยการสูงสุดส่งสัญญาแนบท้าย คาดเปิดลงทะเบียนกลาง ส.ค.69 รมช.แนน ยืนยันสัญญาหลักเดินหน้าแล้ว พร้อมโต้ฝ่ายค้าน หากพบพิรุธควรยื่น ป.ป.ช. แทนล่ารายชื่อหยุดโครงการ
เมื่อวันที่ 3 ส.ค.69 น.ส.แนน บุณย์ธิดา สมชัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เปิดเผยถึงความคืบหน้าโครงการ TH-AI Passport ว่า คาดว่าจะสามารถเปิดให้ประชาชนลงทะเบียนได้ภายในเดือนส.ค.69 หรืออาจอยู่ในช่วงกลางเดือน อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังไม่สามารถกำหนดวันได้อย่างชัดเจน เนื่องจากต้องรอสำนักงานอัยการสูงสุดส่งเรื่องที่เกี่ยวข้องกลับมา และดำเนินขั้นตอนทั้งหมดให้เรียบร้อยก่อน
ทั้งนี้ สัญญาหลักของโครงการดำเนินการเสร็จแล้ว และเริ่มเดินหน้าตามกรอบเวลาที่กำหนด ปัญหาจึงไม่ได้อยู่ที่ความไม่เรียบร้อยของสัญญาหลัก แต่เป็นการจัดทำสัญญาแนบท้าย เพื่อปรับรายละเอียดบางประเด็น โดยจากการตรวจสอบล่าสุดเมื่อสัปดาห์ก่อน สำนักงานอัยการสูงสุดยังไม่ได้ส่งเรื่องกลับมา ส่วนในสัปดาห์นี้ยังไม่ได้ติดตามความคืบหน้าเพิ่มเติม
"หากพิจารณาตามสัญญาเดิม โครงการได้เดินหน้ามาระยะหนึ่งแล้ว ขณะที่การจัดทำสัญญาแนบท้ายครอบคลุมเฉพาะเนื้อหาบางส่วน ดังนั้น งานในส่วนอื่นที่ไม่เกี่ยวข้องกับการแก้ไขสัญญายังคงดำเนินต่อไปตามปกติ" น.ส.แนนกล่าว
สำหรับกรณีที่มีการตั้งข้อสังเกตว่า พบการประชาสัมพันธ์ TH-AI Passport ผ่านจอภายในร้านสะดวกซื้อ น.ส.แนนระบุว่า ยังไม่สามารถยืนยันข้อเท็จจริงในส่วนดังกล่าวได้ ส่วนภาพที่ปรากฏบนจอบิลบอร์ดบางแห่งก็ยังไม่มีความชัดเจนว่าเป็นสื่อประชาสัมพันธ์ของโครงการหรือไม่
ส่วนการทดสอบระบบ TH-AI Passport กระทรวงได้จัดกลุ่มผู้ใช้งานภายในมากกว่า 100 คนไว้ในบัญชี Whitelist เพื่อทดลองใช้งาน พร้อมเปิดให้ผู้มีความรู้ด้านเทคโนโลยีบางส่วนเข้าร่วมทดสอบ ก่อนขยายการให้บริการไปยังประชาชนในวงกว้าง
นอกจากนี้ น.ส.แนนกล่าวถึงการรวบรวมรายชื่อคัดค้านโครงการของฝ่ายค้านว่า เป็นแนวทางที่ค่อนข้างแปลก เพราะหากมีข้อมูลหรือหลักฐานชัดเจนว่าโครงการมีปัญหา ผิดกฎหมาย หรืออาจเกี่ยวข้องกับการทุจริต ควรยื่นเรื่องต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ซึ่งมีหน้าที่ตรวจสอบโดยตรง
"ถ้าท่านมั่นใจว่ามันผิดจริงหรือมันมีปัญหาอะไรจริง แล้วมั่นใจว่ามันจะเกิดการทุจริต ท่านก็นำไปยื่น ป.ป.ช. ถ้าใช้วิธีล่ารายชื่อ โครงการทุกอย่างในประเทศไทยก็ไปไหนไม่ได้" น.ส.แนนกล่าว
น.ส.แนนระบุว่า การตรวจสอบโครงการภาครัฐควรดำเนินการตามกระบวนการ และส่งเรื่องให้หน่วยงานที่มีอำนาจพิจารณาเอกสารและหลักฐาน เนื่องจากหากใช้การรวบรวมรายชื่อเพื่อเรียกร้องให้ยุติโครงการเพียงอย่างเดียว อาจทำให้โครงการภาครัฐไม่สามารถเดินหน้าต่อได้ อีกทั้งหากเกิดกรณีที่ภาคเอกชนฟ้องร้อง ความรับผิดชอบอาจกลับมาตกอยู่กับหน่วยงานของรัฐ
◉ กูรูเทคล่าชื่อค้าน TH-AI Passport จ่ายแพงแต่ได้ AI ไม่ฉลาดเท่าของฟรี
◉ 'การดี' ยื่น 'ไชยชนก' เบรก TH-AI Passport ชำแหละ 5 ปม ไม่คุ้ม-ข้อมูลไหลนอก
◉ TH-AI Passport รออัยการสูงสุดเคาะแก้สัญญาแนบท้าย 31 ก.ค.69 แค่ทดสอบ UAT ยังไม่เปิดใช้จริง