หุ้น"การบินไทย" ปลดล็อกรอบ 2 พรุ่งนี้ เปิดทางเจ้าหนี้ที่ถือหุ้นไว้เตรียมปลดแอกรอบนี้รวม 19,802 ล้านหุ้น ต้นทุน 2.5452 บาทขายทำกำไร ขณะที่โบรกเกอร์ประเมินต่างกัน ฝ่ายหนึ่งเชื่อแรงขายไม่รุนแรงและอาจใช้ Big Lot แต่อีกฝ่ายเตือนแรงขายอาจมากกว่ารอบแรก ท่ามกลางต้นทุนน้ำมันสูงและผู้โดยสารลดลง
บริษัท การบินไทย จำกัด(มหาชน) หรือ THAI จะปลดล็อกรอบ 2 พรุ่งนี้ 4 ส.ค. เพราะหุ้นของเจ้าหนี้ซึ่งเคยถูกล็อกไว้กว่า 2 หมื่นล้านหุ้น สามารถนำมาขายได้รอบนี้รวม 19,802 ล้านหุ้น คิดเป็น 70% ของจำนวนหุ้นที่ออกและจำหน่ายแล้วทั้งหมด ขณะที่การปลดล็อกหุ้น (Lock-up) ครั้งแรกเมื่อวันที่ 3 ก.พ. 2569 มีจำนวน 6,600 ล้านหุ้น
โดยแผนการจำหน่าย เป้าหมายการเสนอขายให้แก่นักลงทุนสถาบันในประเทศ และกองทุนต่างประเทศขนาดใหญ่เป็นหลัก ผ่านการทำรายการนอกกระดาน (Big Lot) เพื่อหลีกเลี่ยงผลกระทบต่อราคาหุ้นในตลาด และจะไม่มีการทยอยเทขายผ่านกระดานซื้อขายปกติ
บริษัทหลักทรัพย์ ทิสโก้ จำกัด มองว่า เชื่อว่าวันดังกล่าว จะไม่เกิดแรงเทขายหุ้น THAI ออกมามากเท่ากับการพ้น Lock-up รอบแรก เนื่องจากกลุ่มสหกรณ์ออมทรัพย์ซึ่งเป็นตัวแปรสำคัญในเรื่องนี้ ได้ทำการขายหุ้น THAI ออกมาบางส่วนไปแล้วในช่วงก่อนหน้า และเชื่อว่าหากกลุ่มสหกรณ์ออมทรัพย์จะขายช่วง Lock-up รอบ 2 อีก ก็น่าจะมีการส่งสัญญาณในเรื่องดังกล่าวออกมาบ้างแล้ว
ดังนั้น คงแนะนำ “ซื้อ” หุ้น THAI โดยให้ราคาเป้าหมาย 7.80 บาท เพราะปัจจุบันหุ้น THAI หลังการฟื้นฟูกิจการ มีความแข็งแกร่งมากกว่าในอดีต และเป็นหุ้นระยะยาวที่น่าลงทุน เนื่องจากมีการปรับโครงสร้างหนี้แล้ว ,ประเทศไทยยังเป็นจุดหมายยอดนิยมของนักท่องเที่ยว ซึ่ง THAI มีเที่ยวบินตรงหลายเส้นทางที่อำนวยความสะดวก , THAI ได้ปรับโครงสร้างองค์กรที่ทำให้เกิดความคล่องตัวมากขึ้น โดยเฉพาะการปรับลดพนักงาน มีการควบคุมค่าใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพ และ THAI ปรับวิธีการขาย ปรับปรุงการให้บริการต่าง ๆ ในเครื่องบิน และการปรับกลยุทธ์ รอยัล ออร์คิด พลัส เพื่อเพิ่มสมาชิกใหม่ และกระตุ้นการเดินทางของสมาชิกปัจจุบันมากขึ้น อีกทั้งยังการจัดหาเครื่องบินที่ทันสมัยและประหยัดพลังงานจะทำให้ THAI เติบโตแบบยั่งยืน
บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) ประเมินมีแนวโน้มว่าจะเกิดการเทขายหุ้น THAI หลังปลดล็อกรอบ 2 วันที่ 4 สิงหาคมนี้อาจเกิดแรงเทขายในปริมาณมากกว่าการพ้น Lock-up รอบแรกที่มีหุ้นพ้น Lock-up จำนวน 6,600 ล้านหุ้น และเกิดการขายหุ้นออกมาประมาณ 10% ของจำนวนหุ้นที่ปลดล็อก
ทั้งนี้เนื่องจากมีปัจจัยด้านผลประกอบการที่แตกต่างกัน โดยการพ้น Lock-up รอบแรกนั้น ผลประกอบการของ THAI ช่วงไตรมาสแรก และไตรมาสก่อนหน้ายังอยู่ระดับสูง แต่การพ้น Lock-up รอบที่ 2 มีปัจจัยเรื่องสถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลางเข้ามาเกี่ยวข้อง ส่งผลให้ราคาน้ำมันซึ่งเป็นต้นทุนหลักของธุรกิจสายการบินปรับตัวสูงขึ้นอย่างมากจนกดดันผลประกอบการ ซึ่งส่งผลต่อผลงานไตรมาส 2 เพราะรับผลกระทบจากสงครามอย่างชัดเจน โดยช่วงเดือน เม.ย.-มิ.ย. 2569 THAI มีผู้โดยสารลดลงกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อน 8% ประกอบกับหุ้นที่ปลดล็อกนั้นเป็นหุ้นจากการแปลงหนี้เป็นทุนซึ่งมีราคา 2.5452 บาท หากขายออกมาก็มีกำไรแน่นอน
อย่างไรก็ตาม ยังคงคำแนะนำ “ถือ” (Neutral) หุ้น THAI โดยคงราคาเป้าหมายที่ 5.70 บาท เพราะต้องการรอดูสถานการณ์หลังพ้น Lock-up รอบ 2 พรุ้งนี้