ผู้ว่าแบงก์ชาติชี้ เศรษฐกิจโลกเข้าสู่ยุค Geoeconomics การเมือง เศรษฐกิจ และความมั่นคงเชื่อมโยงกันมากขึ้น ย้ำไทยต้องเร่งปฏิรูปโครงสร้าง แก้ปัญหาเงินทุน SMEs ควบคู่สกัดเศรษฐกิจใต้ดิน เงินสีเทา และคอร์รัปชัน เพื่อสร้างการเติบโตและความสามารถในการรับมือวิกฤตอย่างยั่งยืน
นายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย โพสต์ข้อความแสดงมุมมองถึงความเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจโลก โดยระบุว่า“โลกก้าวเข้าสู่ยุค Geoeconomics ที่เศรษฐกิจ การเมือง และความมั่นคงเชื่อมโยงกันมากขึ้น ส่งผลให้เกิด การแบ่งขั้วอำนาจ หรือ Fragmentation มากขึ้น จนกลายเป็นโลกที่มีความผันผวนตลอดเวลา เกิดความไม่แน่นอน เป็น Shock-prone World
เราจึงตัองมี Resilience พร้อมรับความผันผวน ปรับตัว และไปต่อได้ / แต่ Resilience จะเกิดได้ เราต้องปฏิรูปเศรษฐกิจ ต้อง Reform เริ่มแก้ปัญหาโครงสร้างระยะยาว ไม่ใช่ทำแค่บรรเทาผลกระทบฝนระยะสั้น และต้อง “ลงมือทำ” จริง ไม่ใช่แค่วิเคราะห์นะครับ
หนึ่งในโจทย์สำคัญที่สุดคือ ปัญหาการจัดสรรทรัพยากรที่ไม่มีประสิทธิภาพ หรือ Misallocation of Resources ซึ่งเราเผชิญอยู่อย่างน้อย 2 ประเด็น คือ
1. เงินทุนยังไหลไปไม่เพียงพอสู่ SMEs และธุรกิจที่มีศักยภาพ ธุรกิจยังเข้าถึงสินเชื่อได้ยาก หรือมีต้นทุนทางการเงินสูงเกิน
2. เศรษฐกิจใต้ดิน เงินทุนสีเทา และคอร์รัปชัน ทำให้ทรัพยากรของประเทศไหลไปสู่กิจกรรมที่ไม่ก่อให้เกิดผลิตภาพ สูญหายออกจากระบบ และทำให้รัฐไม่สามารถเก็บภาษีได้
หากเราสามารถแก้ปัญหาการจัดสรรทรัพยากรทั้งสองด้านได้ เงินทุนจะไหลไปสู่ธุรกิจที่มีผลิตภาพสูงขึ้น เกิดการลงทุน นวัตกรรม และการเติบโตที่มีคุณภาพ ซึ่งจะช่วยยกระดับ Productivity, เกิด Potential Growth, คนจะมีรายได้มากขึ้นและสร้าง Economic Resilience ให้ประเทศไทยได้จริงครับ”